หลิวจื้อเม่าพลันกดเสียงลงต่ำ ถามว่า “ฮูหยิน เหตุใดเจ้าถึงได้…ไม่ไว้ใจเฉินผิงอันขนาดนี้?”
สายตาของสตรีแต่งงานแล้วอึมครึม “เมื่อครู่นี้เจินจวินก็บอกแล้วว่า คนเราย่อมต้องเปลี่ยนไป”
หลิวจื้อเม่าลูบหนวดยิ้ม
สตรีแต่งงานแล้วถาม “เจินจวิน ท่านลองบอกทีเถิดว่า ข้าที่อยู่ในทะเลสาบซูเจี่ยน ถือเป็นคนชั่วได้ไหม?”
หลิวจื้อเม่าส่ายหน้า “ย่อมไม่ใช่ ถือว่าเป็นคนดีแล้ว มีการให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจน แล้วก็ไม่เคยกดขี่พวกข้ารับใช้”
สตรีแต่งงานแล้วถามอีก “แม้แต่คนเลวบางครั้งก็ยังมีช่วงเวลาที่จิตใจดีงาม ปีนั้นข้าทำเช่นนั้นกับเฉินผิงอัน ก็เป็นแค่การทำทานด้วยข้าวหนึ่งถ้วยเท่านั้น มีอะไรให้น่าแปลกใจนักหรือ? ตอนนี้ที่ข้าระแวงเฉินผิงอันก็เพราะคิดเผื่อเรื่องใหญ่ในชีวิตของช่านช่าน เพื่อมหามรรคาในการฝึกตนของช่านช่าน ข้าไม่ได้ไปทำร้ายเฉินผิงอันสักหน่อย แล้วนี่ล่ะแปลกตรงไหน?”
หลิวจื้อเม่าพลันกระจ่างแจ้ง “ฮูหยินพูดอย่างนี้ ข้าก็เข้าใจแล้ว”
สตรีแต่งงานแล้วปิดปากหัวเราะ ดวงตาคลอประกายน้ำคู่นั้นเผยแววเย้ายวนทรงเสน่ห์ จากนั้นนางก็ถามว่า “เจินจวินดูแคลนน้ำชาของจวนชุนถิงเราหรือ? ถึงได้ไม่ยอมดื่มแม้แต่คำเดียว? หากจำไม่ผิด นี่คือชาตระกูลเซียนจากเกาะหงอิ่นที่เถียนหูจวินนำมามอบให้ด้วยตัวเองเชียวนะ หรือว่าในจวนของเทียนจวินมีใบชาที่ดียิ่งกว่านี้เก็บซ่อนอยู่?”
“ฮูหยินพูดเช่นนี้ช่างทำให้คนเสียใจยิ่งนัก เอาเถอะ ต่อให้ข้าต้องจ่ายเงินจ้างคนไปควานหาทั่วทิศ ก็จะต้องหาใบชาที่ดีกว่าของเกาะของหงอิ่นมาให้ฮูหยินสักหลายๆ จินให้จงได้”
หลิวจื้อเม่าชี้นิ้วใส่สตรีแต่งงานแล้วพลางหัวเราะร่าเสียงดัง วางฝาถ้วยปิดลงบนถ้วยชาเบาๆ แล้วจึงบอกลาจากไป บอกสตรีแต่งงานแล้วว่าไม่ต้องไปส่ง
สตรีแต่งงานแล้วที่ลุกขึ้นยืนทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกเดินออกมา
พ่อบ้านวัยชราที่ยืนเฝ้าอยู่ไกลๆ ตรงหน้าประตูเรือน มิใช่ประตูห้องโถงรีบเดินเข้ามาในห้องโถง หากเป็นเวลาปกติเขาย่อมต้องบอกให้สาวใช้ของจวนมาเก็บกวาดทำความสะอาด แต่วันนี้กลับไม่เหมือนกัน เจ้าเกาะมาเยือนด้วยตัวเอง เขาจึงคิดว่าตนควรต้องเป็นผู้เก็บกวาดเอง
ในขณะที่ผู้ฝึกตนเฒ่าท่านนี้หยิบถ้วยชาของหลิวจื้อเม่าขึ้นมาก็เห็นว่าน้ำชาไม่เหลือเลยแม้แต่หยดเดียว มีเพียงใบชาตระกูลเซียนสองสามใบสีเขียวปลั่งราวมรกตนอนนิ่งอยู่ก้นถ้วย
ผู้ฝึกตนเฒ่าปลงอนิจจังอยู่ในใจ เจ้าเกาะยังคงเชื่อใจจวนชุนถิงและฮูหยินเหมือนดังในอดีตเลย
……
พอออกมาจากจวนชุนถิงแล้ว หลิวจื้อเม่าก็ย้อนกลับมาที่จวนของตัวเองโดยตรง บอกให้คนไปหาซื้อใบชาที่แพงที่สุดหลายๆ จินมาจากเมืองหลวงแคว้นจูอิ๋งก่อน
จากนั้นสกัดคงคาเจินจวินที่มีหวังว่าจะเลื่อนขั้นเป็นห้าขอบเขตบนมากที่สุดในทะเลสาบซูเจี่ยนผู้นี้ก็นั่งอยู่บนเบาะรองนั่งใบหนึ่งที่มีมูลค่าควรเมืองในห้องลับ เขาแบฝ่ามือออก กลางฝ่ามือมีหยดน้ำเล็กๆ อยู่หนึ่งหยด สีโปร่งใสแวววาว ต่อมาเขาก็หยิบถ้วยขาวใบหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ นำหยดน้ำที่อยู่กลางฝ่ามือใส่ลงไปในถ้วย
เขานั่งเฉยๆ อยู่อย่างนี้จนถึงกลางดึก ก่อนที่หลิวจื้อเม่าจะร่ายวิชาอภินิหาร มาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเรือนของประตูภูเขา เคาะประตูเบาๆ
เมื่อผลักประตูเดินเข้าไป เฉินผิงอันก็เดินอ้อมโต๊ะหนังสือออกมานั่งอยู่ด้านข้าง ผายมือเชิญให้หลิวจื้อเม่านั่งลง
คนหนุ่มต้าหลีที่มีชาติกำเนิดมาจากตรอกหนีผิงผู้นี้ไม่ได้ชี้หน้าด่าทอตน นี่เป็นทั้งเรื่องดี แล้วก็เป็นทั้งเรื่องร้าย
หลิวจื้อเม่านั่งอยู่ตรงข้ามกับเฉินผิงอัน ยิ้มพลางเอ่ยอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ท่านเฉินไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปวุ่นวายโดยพลการ ข้าก็ได้แต่ไม่สนมารยาทของเจ้าของสถานที่แล้ว ตอนนี้ท่านเฉินบอกว่าต้องการพบข้า ข้าก็ย่อมไม่กล้าให้ท่านเฉินต้องเดินไกล จึงมาเยือนด้วยตัวเอง ไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้า ต้องขอให้ท่านเฉินอภัยให้ด้วย”
ผู้ฝึกตนเฒ่าก่อกำเนิดผู้ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังอยู่ในถิ่นของตัวเองอย่างเกาะชิงเสีย สามารถพูดได้ถึงขั้นนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความยืดได้หดได้ของเขาแล้ว
เฉินผิงอันยื่นมือออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หลิวจื้อเม่ารีบบิดข้อมือ บนฝ่ามือมีแผ่นหยกใสแวววาวชิ้นหนึ่งลอยอยู่ เขาถึงขั้นไม่กล้าแตะต้องแม้แต่น้อย เพียงผลักออกไปเบาๆ แล้วเฉินผิงอันก็เก็บลงไป
หลิวจื้อเม่าเอาถ้วยน้ำใบหนึ่งออกมาอีก ใช้นิ้วผลักไปทางเฉินผิงอัน สุดท้ายมันไปหยุดอยู่ตรงกลางของโต๊ะ เขายิ้มบางๆ กล่าวว่า “มารดาของกู้ช่านเพิ่งจะมาพบข้า มีคำพูดบางอย่างที่ข้าหวังว่าท่านเฉินจะลองฟังดู การกระทำเฉกเช่นคนถ่อยนี้ของข้า แน่นอนว่าเป็นการกระทำที่สกปรก แต่ก็ถือว่าเป็นการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่ง”
ผิวน้ำในถ้วยขาวเกิดริ้วคลื่นน้อยๆ
เพียงไม่นานก็ปรากฏภาพในจวนชุนถิง รวมไปถึงเสียงบทสนทนาระหว่างหลิวจื้อเม่ากับสตรีแต่งงานแล้ว
คิดไม่ถึงว่าเฉินผิงอันจะยื่นมือออกมา ใช้ฝ่ามือปิดปากถ้วย กระเทือนให้ริ้วน้ำแตกกระจาย ถ้วยขาวที่มีเสียงน้ำสะท้อนก้องกลับคืนสู่ความนิ่งสงบอีกครั้ง
มืออีกข้างหนึ่งคือมือข้างที่กุมกระบี่เจี้ยนเซียนอาวุธกึ่งเซียนในคืนนั้น ต่อให้หลังจบเรื่องเฉินผิงอันจะทายาที่หลอมขึ้นด้วยเวทลับของสกุลลู่ในแผ่นดินกลางซึ่งสามารถทำให้เนื้องอกจากกระดูกขาวที่ลู่ไถมอบให้ไปแล้ว แต่สภาพของมันก็ยังคงเหวอะหวะน่าสยดสยองอยู่ดี
หลิวจื้อเม่ากล่าวด้วยสีหน้าเลื่อมใสจากใจจริง “ท่านเฉินช่างเป็นวิญญูชนคนจริง หลิวจื้อเม่าใช้ใจของคนถ่อยไปวัดใจของวิญญูชนเสียแล้ว”
เฉินผิงอันหดมือกลับมา สอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ “ข้ารู้ว่านางเป็นคนอย่างไร คิดอย่างไร คำพูดที่นางเอ่ยออกมาอาจจะแย่ยิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้ด้วยซ้ำ แต่นาทีที่ข้าย้ายออกมาจากจวนชุนถิง ไม่ว่านางจะมีคำพูดหรือการกระทำอะไร ก็ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับข้าอีกแล้ว”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!