กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 439

หลิวจื้อเม่ายิ้มกล่าวว่า “บอกตามตรง ก็แค่สตรีครึ่งคนครึ่งผีของจวนจูเสียนเท่านั้น คืนนั้นหากหลิวเหล่าเฉิงฝืนบังคับชิงตัวไป หรือจะเปิดปากขอเอาจากข้าอย่างที่เจ้าทำ ข้าจะกล้าไม่ให้ได้หรือ? แต่เหตุใดหลิวเหล่าเฉิงถึงไม่ทำเช่นนั้น เจ้าเคยคิดหรือไม่?”

เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ นั่งเผชิญหน้าอยู่กับหลิวจื้อเม่าเงียบๆ ประหนึ่งพระพุทธรูปผุพังสีสันหลุดลอกในสถานที่ที่มีปราณวิญญาณบางเบา

หลิวจื้อเม่าถามอย่างประหลาดใจ “ความลับเรื่องนี้ แม้แต่นางเองยังถูกปิดหูปิดตา ต่อให้เป็นหม่าหย่วนจื้อผู้ฝึกตนผีของจวนจูเสียนก็ยังไม่รู้แน่ชัด แล้วเจ้าเดาออกได้อย่างไร?”

เฉินผิงอันไม่ได้ปิดบัง “อันดับแรกคือความเป็นมาของชื่อจวนจูเสียนนี้ จากนั้นก็เป็นชื่อของสุราหนึ่งไห”

หลิวจื้อเม่ายิ่งไม่เข้าใจ เขาเรียกเฉินผิงอันว่าท่านเฉินด้วยความเคารพอีกครั้ง “ขอท่านเฉินโปรดไขข้อข้องใจให้ข้าด้วย”

เฉินผิงอันเอ่ยเนิบช้า “หม่าหย่วนจื้อผู้ฝึกตนผีที่มีชาติกำเนิดมาจากคนแบกอาหาร หลงรักหลิวจ้งรุ่นแห่งเกาะจูไช ข้าเคยได้ยินเขาเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังด้วยตัวเอง ตอนที่พูดถึงจวนจูเสียน เขาค่อนข้างจะภาคภูมิใจ แต่ไม่ยอมให้คำตอบ ข้าก็เลยไปที่เกาะจูไชมาครั้งหนึ่ง ลองใช้สามคำว่าจวนจูเสียนถามหยั่งเชิงหลิวจ้งรุ่น ผู้ฝึกตนหญิงคนนี้ก็อับอายจนพานเป็นความโกรธทันที แม้จะไม่ได้บอกความจริงให้รู้เช่นเดียวกัน แต่นางกลับด่าหม่าหย่วนจื้อว่าเป็นคนไร้ยางอาย ข้าก็เลยไปที่นครน้ำบ่อมารอบหนึ่ง ซื้อตำราโบราณจากถนนวานรร่ำไห้และสอบถามพวกเถ้าแก่ร้านหนังสืออยู่หลายร้าน ถึงได้รู้ว่าที่แท้บ้านเดิมของหลิวจ้งรุ่นกับหม่าหย่วนจื้อมีคำกลอนประโยคหนึ่งที่ค่อนข้างจะหาฟังได้ยาก คือประโยคว่า ‘จ้งรุ่นเสี่ยงจูเสียน’ ก็เลยไขปริศนาข้อนี้ได้ ความลำพองใจของหม่าหย่วนจื้อที่ตั้งชื่อจวนว่าจูเสียน ก็เพราะคิดจะใช้คำว่า ‘เสี่ยง’ ในบทกลอนที่แปลว่าเสียงดัง มาพ้องกับคำว่า ‘เสี่ยง’ ที่แปลว่าคิดถึง”

หลิวจื้อเม่าลูบหนวดยิ้ม “ประเสริฐ หากไม่ได้ท่านเฉินช่วยไขปริศนาให้ ข้าก็ไม่รู้เลยว่าที่แท้คนแบกอาหารชาติกำเนิดต่ำต้อยอย่างหม่าหย่วนจื้อยังมีความรู้ด้านการประพันธ์ที่สง่างามเช่นนี้อยู่ด้วย”

เฉินผิงอันกล่าว “เหล้าหวงเถิง ต้นหลิวกำแพงวัง (กงเฉียงหลิ่ว) เหล้าทางการของบ้านเกิดหงซู เกาะกงหลิ่วของทะเลสาบซูเจี่ยน รวมไปถึงปราณดุร้ายเข้มข้นที่ล้อมวนอยู่บนร่างของหงซู หากมองอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นเศร้าอาลัย ไม่ต้องให้ข้าเปิดบันทึกลับในประวัติศาสตร์ของทะเลสาบซูเจี่ยนก็รู้ได้ ปีนั้นเรื่องราวความรักระหว่างหลิวเหล่าเฉิงกับผู้ฝึกตนหญิงที่เป็นลูกศิษย์ที่ต้องตายจากกันทั้งที่ยังค้างคา ฝ่ายหลังตายอย่างกะทันหัน หลิวเหล่าเฉิงไปจากทะเลสาบซูเจี่ยน นี่เป็นเรื่องที่คนทั้งโลกล้วนรับรู้ พอนำมาเชื่อมโยงกับความระมัดระวังของเจ้าหลิวจื้อเม่า ก็ต้องย่อมรู้ว่าศัตรูตัวฉกาจที่สุดที่ทะเลสาบซูเจี่ยนมีร่วมกัน ไม่ใช่สองเกาะชิงจ่งและเทียนหมู่ที่มีเกาะลี่ซู่เป็นตัวช่วยประสานภายในให้ระหว่างเจ้ากับต้าหลี แต่เป็นหลิวเหล่าเฉิงที่ไม่เคยเผยโฉมหน้า เจ้ากล้าช่วงชิงตำแหน่งเจ้าแห่งยุทธภพนี้ นอกจากมีต้าหลีเป็นที่พึ่ง ช่วยให้เจ้ารวบรวมกองกำลังใหญ่แล้ว เจ้าเองก็ต้องมีวิธีการที่เหี้ยมโหดมากพอจะนำมาปกป้องตัวเอง เหลือทางถอยไว้ให้ตัวเอง เพื่อรับรองว่าอย่างน้อยเมื่อหลิวเหล่าเฉิงผู้ฝึกตนห้าขอบเขตบนย้อนกลับมาทะเลสาบซูเจี่ยนอีกครั้งก็จะไม่มีทางฆ่าเจ้า”

หลิวจื้อเม่าหัวเราะเสียงดังอย่างเบิกบานใจ

ช่างเป็นคนที่รู้ใจตนยิ่งนัก!

ต่อให้คิดจนหัวแตกก็คิดไม่ออกเลยว่า ในทะเลสาบซูเจี่ยนที่กว้างใหญ่ ถึงท้ายที่สุดแล้วกลับกลายเป็นคนหนุ่มต่างถิ่นผู้นี้ที่เป็นคนรู้ใจเขาหลิวจื้อเม่ามากที่สุด!

สีหน้าของเฉินผิงอันเหนื่อยล้าเล็กน้อย “ข้ายื่นข้อเสนอกึ่งหนึ่งก่อนแล้วกัน เจ้าคงจะเล่นตุกติกกับบนร่างของมารดากู้ช่านอยู่กระมัง ถอนมันออกเสียเถอะ ตอนนี้กู้ช่านไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเจ้าแล้ว อีกทั้งไฟที่ไหม้ขนคิ้วของเจ้าในเวลานี้ก็คือหลิวเหล่าเฉิงแห่งเกาะกงหลิ่ว และเรื่องที่ว่าจะรักษาตำแหน่งเจ้าแห่งยุทธภพนี้ไว้ได้อย่างไร ทางฝั่งของต้าหลี ข้าจะลองช่วยเจ้าดูแล้วกัน อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เจ้ากลายเป็นหมากที่ถูกทอดทิ้ง เป็นได้แค่เส้นทางให้หลิวเหล่าเฉิงก้าวเดินขึ้นไปบนยอดเขาอย่างเดียวเท่านั้น”

หลิวจื้อเม่าขมวดคิ้ว “ความเป็นความตายของหงซูยังคงอยู่ในกำมือของข้า”

นักบัญชีหนุ่มที่แก้มตอบลงเล็กน้อยหยิบน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่ขึ้นมาดื่มเหล้าหนึ่งอึก ไออยู่สองสามทีก็กล่าวว่า “แล้วถ้าเกิดเรื่องไม่คาดคิดหนึ่งในหมื่นขึ้นล่ะ? ถ้าหากหลิวเหล่าเฉิงไม่ใช่เจ้าเกาะกงหลิ่วในปีนั้นอีกต่อไป ถ้าหากเกี่ยวพันกับการเดินหน้าไปบนมหามรรคาของเขา หงซูจะสำคัญขนาดนั้นจริงๆ หรือ? ปีนั้นวางไม่ลง แต่เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าตอนนี้จะยังคงวางไม่ลงอยู่เหมือนเดิม? ไม่แน่ว่าเมื่อ ‘หนึ่งในหมื่น’ นั้นมาถึงจริงๆ เขาอาจจะเลือกจบชีวิตของหงซูไปโดยตรง แล้วค่อยต่อยเจ้าที่บังอาจย้อนเกล็ดเขาหลิวเหล่าเฉิงให้ตายไปด้วยหมัดเดียว ดังนั้นหลิวจื้อเม่า เจ้าเลือกเองเถอะ ข้าก็แค่ป้องกันการเกิดขึ้นของจุดจบที่เลวร้ายที่สุดให้เจ้าเท่านั้น”

หลิวจื้อเม่าถามคำถามที่เป็นกุญแจสำคัญ “ท่านเฉินมีความสามารถมาพอที่จะส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนระดับสูงของต้าหลีจริงๆ หรือ?”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับ “มีจริง แต่ก็มีจำกัด แต่ข้าสามารถบอกกับเจ้าได้ตามตรงเลยว่า ตอนนี้สกุลซ่งต้าหลียังติดค้างของบางอย่างข้าอยู่”

หลิวจื้อเม่ามองคนหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

ความคิดนับร้อยนับพันประดังประเดกันเข้ามา

หลิวจื้อเม่าเก็บถ้วยขาวใบนั้น ลุกขึ้นยืน “ภายในสามวัน ข้าจะให้คำตอบที่แน่ชัดแก่ท่านเฉิน”

เฉินผิงอันไม่ได้ลุกขึ้นยืน “หวังว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินความเป็นความตายและทิศทางการดำเนินไปของมหามรรคาตัวเอง เจินจวินจะแสวงหาความจริงได้อย่างแท้จริง”

มุมปากหลิวจื้อเม่ากระตุก “แน่นอน”

พอหลิวจื้อเม่าจากไป เฉินผิงอันก็ไอไม่หยุด

คืนนั้นที่ฝืนบังคับเจี้ยนเซียนเล่มนั้น

ทิ้งโรคร้ายไว้มากมายนับไม่ถ้วน

เดิมทีก็ทำลายช่องโพรงแห่งชะตาชีวิตไปแล้วช่องหนึ่ง นี่จึงเป็นการเพิ่มน้ำค้างแข็งลงบนหิมะอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่นี่จะนับเป็นอะไรได้เล่า

เฉินผิงอันไม่เคยกลัวว่าวันใดตัวเองจะกลายเป็นคนจนที่เหลือแต่ตัวอีกครั้ง

แต่ว่า

เขาจะต้องค่อยๆ สูญเสียสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่เขาไม่สนใจไป

หรืออาจถึงขั้นทำให้เฉินผิงอันไม่กล้าแม้แต่จะคิดดื่มเหล้า

เฉินผิงอันเดินออกจากห้อง ผ่านประตูภูเขา ก้มเก็บก้อนหินมาส่วนหนึ่ง มานั่งยองอยู่ริมท่าเรือ แล้วขว้างหินลงไปในทะเลสาบทีละก้อน

กู้ช่าน สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่หนีชิวตัวนั้น ไม่ใช่มาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นหลังจากที่เจ้าพูดประโยคนั้นในตรอกหนีผิง ข้าก็คงไม่จำเป็นต้องเห็นค่าในบุญคุณข้าวถ้วยหนึ่งของท่านอาหญิง

แต่ข้ารู้ว่าเป็นเพราะเจ้ารู้ว่าต้องเป็นเช่นนี้ เจ้าถึงได้พูดแบบนั้นออกมา เพราะเจ้าต้องการคำตอบที่ยืนยันแน่นอนจากปากของข้า ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด เจ้าถึงจะวางใจได้อย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!