วันนี้มีคนของห้องกระบี่มาที่หน้าเรือนเพื่อแจ้งกับเฉินผิงอันว่ามีกระบี่บินจากต่างถิ่นส่งมาถึงเกาะชิงเสียอีกครั้งแล้ว เฉินผิงอันจึงรีบออกจากห้องไปทันที
หากไม่ผิดไปจากที่คาดก็น่าจะเป็นจดหมายตอบกลับมาจากจงขุย
แล้วก็จริงดังคาด เมื่อไปถึงห้องกระบี่ที่รับกระบี่บินส่งข่าวจากสี่ด้านแปดทิศ เฉินผิงอันก็ได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่งที่ส่งมาจากภูเขาไท่ผิง น่าเสียดายก็แต่บนจดหมายจงขุยเขียนว่าช่วงนี้มีธุระเร่งด่วน หัวไชเท้าที่ถอนออกจากดินยังมีโคลนเกาะ (เปรียบเปรยว่าทำงานได้ไม่เรียบร้อยจึงมีปัญหาตามมา) ตามจุดต่างๆ ด้านลางภูเขาของใบถงทวีปยังมีภูตผีปีศาจออกอาละวาดอยู่ทั่ว แม้ว่าจะอันตรายไม่มากเท่าก่อนหน้านี้ แต่กลับยิ่งทำให้คนรู้สึกสะอิดสะเอียน ช่างเป็นภูตผีที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้นสักที เขายังหาเวลาปลีกตัวมาไม่ได้ หากว่างเมื่อไหร่จะต้องรีบมาทันที แต่เฉินผิงอันก็อย่าฝากความหวังไว้มากนัก ช่วงนี้เขาจงขุยคงไม่ได้ออกจากใบถงทวีปแน่นอนแล้ว
เฉินผิงอันรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย ถึงอย่างไรตอนนี้จงขุยก็ไม่เพียงแต่ถูกสำนักศึกษาถอดตำแหน่งวิญญูชนออกไปแล้ว ยังมีร่างเป็นภูตผี หากเจอกับปีศาจก่อกำเนิด ไม่มีสถานะของสำนักศึกษาก็เท่ากับว่าสูญเสียยันต์คุ้มกันกายที่ใหญ่ที่สุดไปแผ่นหนึ่งแล้ว
หลังจากความกังวลใจผ่านพ้นไป เฉินผิงอันก็เก็บจดหมายลับ เดินออกจากห้องกระบี่ เริ่มพึมพำอยู่กับตัวเอง สบถด่าจงขุยอยู่ในใจขันๆ ว่าไม่มีคุณธรรม ในจดหมายเขียนถึงข้อมูลซึ่งคล้ายคลึงกับรายงานของทะเลสาบซูเจี่ยนไว้ตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เหยาจิ้นจือร่วมคัดเลือกสาวงามเข้าไปอยู่ในวัง องค์ชายทั้งสามท่านของต้าเฉวียนเริ่มพากันฉายความโดดเด่น เส้นทางชีวิตมีขึ้นมีลง เจ้าแม่เทพวารีลำคลองหมายเหอได้รับโชควาสนาเทียมฟ้า จวนปี้โหยวได้เลื่อนขั้นกลายเป็นตำหนักเทพปี้โหยว เรื่องอะไรทำนองนี้ล้วนเล่ามาหมด ทว่าวิชาสั่งผีออกจากใต้ดิน หรือเวทอัญเชิญจิตวิญญาณกลับคืนสู่โลกมนุษย์กลับไม่ได้เขียนลงบนจดหมายแม้แต่คำเดียว
เฉินผิงอันไปจากห้องกระบี่ได้ไม่นาน เจ้าเกาะหลิวจื้อเม่าก็มาเยือนที่แห่งนี้อย่างไม่มีลางบอกกล่าว ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนของห้องกระบี่เงียบกริบเป็นจักจั่นในหน้าหนาว นี่ถือเป็นเรื่องหายากที่พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลย สกัดคงคาเจินจวินแทบไม่เคยก้าวเข้ามาในห้องกระบี่แห่งนี้ หนึ่งเพราะเจ้าเกาะก่อกำเนิดท่านนี้มีเนินกระบี่ขนาดเล็กระดับสูงของตระกูลเซียนที่สามารถรับและส่งกระบี่บินได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นวัตถุที่อำพรางตัวได้อย่างลึกล้ำและสะดวกสบายมากกว่า สองเพราะหลิวจื้อเม่าที่อยู่บนเกาะชิงเสียแทบไม่เคยออกมาข้างนอก เว้นเสียจากว่าไปเยือนจวนชุนถิงอันเป็นที่พักของกู้ช่านในบางครั้ง ก็มีแค่ลูกศิษย์ผู้สืบทอดอย่างหูเถียนจวินและเจ้าเกาะใต้อาณัติทั้งหลายที่จะมีโอกาสได้พบหน้าหลิวจื้อเม่า
หลิวจื้อเม่าไพล่สองมือไว้ด้านหลัง ค้อมเอวก้มหน้าจ้องมองกระบี่บินส่งข่าวจากภูเขาไท่ผิงที่กำลังดูดซับปราณวิญญาณจาก ‘รางหญ้า’ อยู่บนชั้นวางกระบี่ น่าจะต้องการยืนยันให้แน่ใจว่าคำว่า ‘ภูเขาไท่ผิง’ นั้นเป็นจริงหรือเท็จ
ในแจกันสมบัติทวีป กระบี่บินส่งข่าวที่มาจากตระกูลเซียนสำนักใหญ่ทุกเล่มมักจะใช้เวทลับเฉพาะสลักชื่อสำนักของตระกูลตัวเองลงไปอย่างโจ่งแจ้งเปิดเผย เดิมทีนี่ก็เป็นการสยบขวัญที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง ในแจกันสมบัติทวีป ยกตัวอย่างเช่นสำนักโองการเทพ ศาลลมหิมะและภูเขาเจินอู่ล้วนเป็นเช่นนี้ นอกจากนี้แล้ว สวนลมฟ้าที่มีหลี่ถวนจิ่งผู้มีพรสวรรค์เลิศล้ำก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน อีกทั้งยังสามารถกำราบผู้คนได้เป็นอย่างดี กระบี่บินส่งข่าวครึ่งหนึ่งของสวนลมฟ้าก็เป็นหลี่ถวนจิ่งก่อกำเนิดอันดับหนึ่งที่สมศักดิ์ศรีของแจกันสมบัติทวีปที่ใช้ปลายกระบี่ของกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตตัวเองสลักตัวอักษรสองคำว่า ‘ลมฟ้า’ ลงไปด้วยมือตัวเอง
เพียงแต่เล่าลือกันว่าหลี่ถวนจิ่งสิ้นชีพในสนามรบและไปจุติใหม่แล้ว สวนลมฟ้าจึงมีคนหนุ่มสองคนอย่างหวงเหอและหลิวป้าเฉียวเป็นผู้เฝ้าพิทักษ์รับช่วงดูแลต่อ บวกกับที่ศัตรูคู่อาฆาตอย่างภูเขาตะวันเที่ยงได้ลุกผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครทัดทานได้ ต่อให้หวงเหอจะเป็นที่น่าจับตามองอย่างถึงที่สุด และหลิวป้าเฉียวก็ถือเป็นผู้ที่มีความหวังบนมหามรรคา แต่สวนลมฟ้าที่ไม่มีหลี่ถวนจิ่งจะยังเป็นสวนลมฟ้าอยู่อีกหรือ? ถึงอย่างไรพลังอำนาจของพวกเขาในทุกวันนี้ก็เทียบกับอดีตไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้ผู้ฝึกตนของแจกันสมบัติทวีปต่างก็คาดเดากันว่าหวงเหอเจ้าสวนคนใหม่ที่เปิดตัวมาก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนบนหอเทพเซียนของศาลลมหิมะผู้นั้น จะสามารถแบกภาระหนักอึ้งได้จริงๆ เมื่อไหร่
ขอแค่เจอกับกระบี่บินที่สลักชื่อก็มีผู้ฝึกตนอิสระเพียงหยิบมือเท่านั้นที่กล้าดักเอากระบี่บินมา โดยทั่วไปแล้วแค่ได้เห็นชื่อ พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายปล่อยกระบี่บินกลับไปเอง จะไม่กล้าทำลายตราผนึกออกโดยพลการเพื่อหาหายนะใส่ตัวเด็ดขาด
ตระกูลเซียนบนภูเขาแห่งอื่นๆ ต่างก็ใจตรงกันอย่างมาก ไม่มีใครที่หน้าใหญ่พอจนกล้าทำเรื่องเช่นนี้ ทางฝั่งของสำนักกระบี่หลงเฉวียน เซียนดินต่งกู่เคยเสนอความเห็นแก่หร่วนฉงว่า ในเมื่อตอนนี้พวกเราคือสำนักที่มีอักษรคำว่าจงอยู่ในชื่อแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็สามารถสลักตัวอักษรลงบนกระบี่บินส่งข่าวได้แล้วหรือเปล่า หร่วนฉงที่แม้จะไม่เคยพูดคุยเล่นหัวกับใคร แต่ก็น้อยครั้งนักที่จะชักสีหน้าใส่ลูกศิษย์ในสำนัก ตอนนั้นกลับหน้าเขียวคล้ำ ทำเอาต่งกู่ตกใจรีบเก็บคำพูดที่เหลือกลับไป และหร่วนฉงก็เอ่ยเย้ยหยันตัวเองมาหนึ่งประโยคว่า ‘สำนักที่ไม่มีก่อกำเนิดสักคนจะถือว่าเป็นสำนักที่มีอักษรคำว่าจงอยู่ในชื่อได้อย่างไร’
ผู้ดูแลห้องกระบี่ปลุกความกล้าถามขึ้นเบาๆ ว่า “เจ้าเกาะ กระบี่บินเล่มนี้ไม่เพียงแต่สลักสามคำว่า ‘ภูเขาไท่ผิง’ เท่านั้น อีกฝั่งหนึ่งของตัวกระบี่ยังมีตัวอักษรสลักไว้อีก”
หลิวจื้อเม่าอืมรับหนึ่งที ยื่นนิ้วข้างหนึ่งออกมาหมุนเบาๆ กระบี่บินที่ลอยอยู่กลางรางกระบี่ก็พลิกหมุน เผยให้เห็นสามคำว่า ‘ศาลบรรพจารย์’
หลิวจื้อเม่าหรี่ตาลง ถอนหายใจอยู่ในใจ ดูท่านักบัญชีผู้นั้นจะได้รู้จักกับบุคคลที่ร้ายกาจอย่างมากในใบถงทวีป
ก่อนหน้านี้หลิวจื้อเม่าเป็นฝ่ายลดเกียรติไปขออภัยอีกฝ่ายถึงเรือนด้วยตัวเอง พูดจาตรงไปตรงมากับเฉินผิงอัน เดิมทีหลิวจื้อเม่ายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำกล่าวของเฉินผิงอันที่บอกว่า ‘ต้าหลีติดค้างของบางอย่างกับเขา’ ตอนนี้ก็ยังคงไม่เชื่อทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเชื่อเพิ่มมากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ความสงสัยก็ย่อมต้องลดน้อยลงไปส่วนหนึ่ง
กระบี่บินส่งข่าวจากศาลบรรพจารย์ภูเขาไท่ผิง ตระกูลเซียนใหญ่อันดับที่สามของใบถงทวีป
หากนำมาวางไว้ในแจกันสมบัติทวีปที่มีอาณาเขตเล็กสุดในบรรดาเก้าทวีป ก็พอจะเทียบเท่าได้กับกระบี่บินที่ออกมาจากโถงปทุมมาลย์ในมือของฉีเจินเทียนจวินสำนักโองการเทพ
นี่น่าตกใจอย่างมาก
หลิวเหล่าเฉิงแห่งเกาะกงหลิ่วที่ไม่ค่อยเห็นทะเลสาบซูเจี่ยนอยู่ในสายตาอาจจะไม่สนใจ แต่เขาหลิวจื้อเม่าที่แค่จะเป็นเจ้าของร่วมของทะเลสาบซูเจี่ยนยังยากลำบากขนาดนี้กลับต้องชั่งน้ำหนักให้ดีๆ
กระบี่บินบินข้ามทวีปแล้วย้อนกลับไป ต้องเผาผลาญปราณวิญญาณเยอะมาก กินเงินเทพเซียนเยอะมาก
ผู้ฝึกตนหลายคนที่เป็นผู้ดูแลห้องกระบี่ของเกาะชิงเสียเคยปรึกษากันด้วยเรื่องนี้โดยเฉพาะ นอกจากเรื่องที่ต้องรายงานเถียนหูจวินว่ากระบี่บินบินมาจาก ‘ภูเขาไท่ผิง’ แล้ว ควรจะต้อง ‘ถือโอกาส’ พูดถึงเรื่องเงินร้อนน้อยหลายเหรียญนั่นด้วยไหม เพียงแต่ว่าพอชั่งน้ำหนักดูแล้ว ทุกคนก็กัดฟัน ตัดสินใจว่าจะไม่นำเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไปรบกวนเถียนหูจวิน สุดท้ายทุกคนของห้องกระบี่ก็ช่วยกันควักกระเป๋า จัดการกับค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินร้อนน้อยไม่กี่เหรียญนี้ไป ทุกคนทั่วทั้งเกาะชิงเสียสมควรจะช่วยกันแบ่งเบาภาระ มีทุกข์ร่วมต้านนี่นะ
หลิวจื้อเม่าดึงสายตากลับมา หันหน้าไปถาม “กระบี่บินเล่มนี้กินเงินเทพเซียนของห้องกระบี่ ท่านเฉินได้พูดอะไรหรือไม่?”
ผู้ดูแลห้องกระบี่ส่ายหน้า “ไม่เคย ดูเหมือนว่าท่านเฉินจะไม่ค่อยเข้าใจกฎของห้องกระบี่สักเท่าไหร่”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!