วันนี้หลิวจ้งรุ่นไม่ได้มารับเขาด้วยตัวเอง
เป็นเรื่องปกติอย่างมาก คาดว่าคงเป็นเพราะรำคาญการกระทำที่เป็นดั่งพ่อสื่อแม่ชักของนักบัญชีท่านนี้จริงๆ
สองครั้งก่อนหน้านี้เฉินผิงอันนำเรือมาจอดเทียบท่า หลิวจ้งรุ่นก็คร้านจะปรากฏตัวแล้ว แต่ส่งลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่รูปโฉมงดงามโดดเด่นอย่างถึงที่สุดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นผู้ ‘ขัดขวาง’ ตรงท่าเรือแทน เฉินผิงอันจำชื่อนางไม่ได้ เพราะการกระทำของคนตลอดทั้งเกาะจูไชยังพอจะถือว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง เมื่ออยู่ทะเลสาบซูเจี่ยนก็นับว่าไม่ง่ายเลย เมื่อเทียบกับเกาะอวิ๋นอวี่ที่มีผู้ฝึกตนหญิงมากมายเช่นกัน แต่กลับถูกผู้ฝึกตนชายของทะเลสาบซูเจี่ยนหัวเราะหยันเรียกว่าเป็น ‘เกาะคณิกา’ แล้ว ชื่อเสียงของสองฝ่ายเรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว ตอนนั้นเฉินผิงอันขึ้นฝั่งที่นี่ก็เพราะอยากรู้เรื่องบางอย่างจากหลิวจ้งรุ่นเจ้าของเกาะ ส่วนผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ของเกาะจูไช เฉินผิงอันไม่อยากคบค้าสมาคมด้วยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเฉินผิงอันสูงส่งถึงเพียงไหน แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าทุกคำพูดและทุกการกระทำของตนที่อยู่ในทะเลสาบซูเจี่ยนจะต้องนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดการณ์หลากหลายรูปแบบ ต่อให้เป็นเรื่องดี ก็แค่เหมือนปักบุปผาลงบนผ้าแพรเท่านั้น แต่หากเป็นเรื่องร้าย นั่นก็คือหายนะที่นำความตายมาสู่ตัว
คนเรามีชีวิตอยู่บนโลก หากเมื่อไหร่ที่ตกอยู่ในหลุมพรางทางตัน จำต้องเดินลงเนินไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลายครั้งที่จะเดินหน้าหรือถอยหลังก็มักขาดฐานให้พึ่งพิง จะหันซ้ายหรือหันขวาก็ล้วนยากลำบาก ง่ายที่จะทำให้คนเคว้งคว้าง
ตอนนี้นอกจากจะต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียของตนอย่างรอบคอบ รวมไปถึงชั่งน้ำหนักวิธีการฝ่าทลายสถานการณ์อย่างระมัดระวังแล้ว หากยังมีเวลาคิดพิจารณาเพื่อคนที่อยู่รอบด้าน ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะพาตัวออกไปจากวงล้อมนี้ได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำผิดแล้วผิดอีก ผิดซ้ำซาก
เฉินผิงอันบอกจุดประสงค์การมาเยือนอย่างชัดเจน
ผู้ฝึกตนหญิงหน้าตางดงามบุคลิกไม่ธรรมดาผู้นั้นยิ้มถาม “ท่านเฉิน ครั้งนี้ไม่ได้มาพูดแทนผู้ฝึกตนผีคนนั้นจริงๆ หรือ?”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับรอง “ไม่ใช่จริงๆ”
นางกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย พูดบ่นว่า “ท่านเฉินทำให้ข้าต้องแพ้พนันเงินเกล็ดหิมะตั้งสิบเหรียญเชียวนะ”
เฉินผิงอันกล่าวอย่างระอาใจ “หากข้าพูดว่าสมน้ำหน้า ข้ายังจะได้ไปพบอาจารย์เจ้าเกาะของเจ้าอยู่ไหม?”
ผู้ฝึกตนหญิงตอบอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก “ได้สิ”
เฉินผิงอันจึงกล่าวว่า “สมน้ำหน้า”
ผู้ฝึกตนหญิงหลายคนของเกาะจูไชที่แอบอยู่ในมุมมืดห่างไปไกลพากันส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหลิวจ้งรุ่น บางคนก็เป็นลูกรักแห่งสวรรค์ที่เพิ่งมาอยู่บนเกาะได้ไม่นาน อายุไม่มากเท่าไหร่ ถึงได้กล้าทำเช่นนี้
ผู้ฝึกตนหญิงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าอย่างนั้นท่านเฉินไปที่หอแสงอัญมณีที่ยอดเขาเอง ได้ไหมล่ะ?”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ได้สิ”
ผ่านประตูภูเขามา นางก็ทิ้งเฉินผิงอันไว้คนเดียวจริงๆ ส่วนตัวเองวิ่งไปซุบซิบกับเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่อยู่ในห้องข้างตรงประตูภูเขา หลังจากนั้นผู้ฝึกตนหญิงบางคนที่ลงเดิมพันผิดข้างเหมือนนางก็พากันควักเงินเกล็ดหิมะออกมาให้คนที่ชนะแต่โดยดี
เด็กสาวผู้โชคดีคนหนึ่งที่ได้เงินมาจนสองมือแทบจะรองรับไว้ไม่อยู่ยื่นหน้าออกมา พูดกลั้วหัวเราะเสียงดังใส่แผ่นหลังของนักบัญชีหนุ่ม “ท่านเฉิน ขอบคุณนะ!”
นักบัญชีที่เดินขึ้นเขาไปช้าๆ ไม่ได้หันกลับมา เพียงแค่ยกมือขึ้นโบก น่าจะเป็นการบอกว่าไม่ต้องขอบคุณ
ในห้องข้างของประตูภูเขา ผู้ฝึกตนหญิงเจ็ดแปดคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่แพ้หรือชนะล้วนหัวเราะครืนเสียงดัง
เฉินผิงอันมาพบกับหลิวจ้งรุ่นที่สวมชุดชาววังหรูหราในหอแสงอัญมณี คนทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน ฝ่ายหลังชงชาอย่างคล่องแคล่ว ทุกการกระทำล้วนเผยให้เห็นถึงความสูงศักดิ์สง่างามที่แท้จริง
มิน่าเล่าถึงได้ยินว่าในอดีตจวนชุนถิงเคยเชิญหลิวจ้งรุ่นอยู่สองครั้ง แต่นางกลับปฏิเสธไปอย่างละมุนละม่อม
หลิวจ้งรุ่นถาม “ท่านเฉินไม่เป็นห่วงสภาพร่างกายของตัวเองในตอนนี้สักนิดเลยหรือ?”
เฉินผิงอันจึงพูดเข้าประเด็นทันที “เป็นห่วงสิ นี่ข้าก็มาที่เกาะจูไชของพวกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ อยากจะขอซื้อยาวิเศษที่เหมาะแก่การบำรุงปราณน้ำในจวนลมปราณจากเจ้าเกาะหลิวสักหน่อย หากข้าจำไม่ผิด บ้านเกิดของเจ้าเกาะหลิวในปีนั้นเคยมีตำหนักวารีหนึ่งหลังและเรือมังกรหนึ่งลำที่เจ้าเกาะหลิวสร้างขึ้นด้วยตัวเอง ทั้งสองอย่างนี้ล้วนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วภาคกลางของแจกันสมบัติทวีป”
หลิวจ้งรุ่นพยักหน้ารับ “ยาที่เหมาะกับการบำรุงช่องโพรงธาตุน้ำและวัตถุแห่งชะตาชีวิตของเซียนดิน ข้าไม่เพียงแต่มี อีกทั้งยังมีอยู่หลายชนิดด้วย แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของราคาว่าสูงหรือต่ำ อยู่ในทะเลสาบซูเจี่ยน ของล้ำค่าเช่นนี้ ข้ากลับไม่กล้าเอาออกมาขาย เพราะหากมันเผยตัวขึ้นบนโลก เว้นเสียแต่ว่าข้าจะสามารถเอาออกมาขายได้เรื่อยๆ แล้วล่ะก็ ไม่อย่างนั้นก็มีแต่คำว่าตายอย่างเดียวเท่านั้น เชื่อว่าด้วยสติปัญญาของท่านเฉินย่อมเข้าใจปมของปัญหาเรื่องนี้”
เฉินผิงอันอืมรับหนึ่งที “หากเปลี่ยนมาเป็นข้าก็คงรู้สึกร้อนลวกมือเหมือนกัน หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ จะไม่มีทางเอาออกมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินฝนธัญพืชเด็ดขาด”
หลิวจ้งรุ่นส่งชาตระกูลเซียนของเกาะหงอิ๋นที่มีไอน้ำลอยอบอวลถ้วยหนึ่งมาให้ ภายใต้แสงแดดสาดส่อง บนถ้วยชาถึงขั้นมีสายรุ้งขนาดจิ๋วยาวประมาณหนึ่งนิ้วมือเส้นหนึ่งลอยขึ้นมา
หลิวจ้งรุ่นยิ้มถามว่า “ท่านเฉินเป็นคนเข้าใจอะไรได้ดี ถ้าอย่างนั้นลองบอกสิว่า เหตุใดข้าต้องเปิดปากบอกราคาแก่เจ้าด้วย?”
เฉินผิงอันครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้นเจ้าเกาะหลิวต้องการอะไรถึงจะยอมขาย ลองว่ามาสิ”
หลิวจ้งรุ่นพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกาะจูไชต้องการย้ายออกจากทะเลสาบซูเจี่ยน ท่านเฉินคิดว่าอย่างไร?”
เฉินผิงอันถามอย่างประหลาดใจ “เกาะจูไชไม่เคยข้องเกี่ยวกับเรื่องใด วางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด แทบจะไม่มีศัตรูคู่แค้น ถ้าอย่างนั้นที่พักพิงสุดท้ายของทะเลสาบซูเจี่ยนจะเป็นสกุลซ่งต้าหลีหรือราชวงศ์จูอิ๋ง ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเจ้าเกาะหลิวสักเท่าไหร่ ก็แค่เกาะจูไชไม่ได้ส่วนแบ่งอย่างคนอื่นเขา แต่กระนั้นก็ไม่ชักนำภัยมาสู่ตัว หลังจากนั้นแล้วทะเลสาบซูเจี่ยนจะเริ่มเข้าสู่ความมีระเบียบ กฎเกณฑ์จะยิ่งคล้ายคลึงกับราชวงศ์ที่เป็นเมืองเอกเทศ และเจ้าเกาะหลิวก็คุ้นเคยกับกฎประเภทนี้ดีที่สุด เหตุใดถึงยังยืนกรานจะย้ายถิ่นฐานอีกเล่า?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!