เข้าสู่ระบบผ่าน

นางบำเรอแสนรัก นิยาย บท 7

ดวงตกอย่างแรก

เพราะเป็นวันหยุดยาว เจ้านายเข้ากรุงเทพฯ คนงานในบ้านหลายคนก็มีโอกาสได้ออกเที่ยว เธอก็เช่นกัน วันนี้นัดกับนุ่มจะเข้าไปเมืองไปหาซื้อของใช้ และเดินเล่นเตร็ดเตร่ ชอบที่สุดคือตลาดนัดกลางคืน สองสาวเพลิดเพลินกระทั่งท้องไส้ปั่นป่วนจึงหาร้านอาหารที่ไม่ไกลจากตลาด

“กินซาบูกันนะพี่ อัณเลี้ยงเอง”

“โห รวย”

“ก็ไม่รวย แต่หนูก็ได้เงินเดือนไง”

“อ๋อ ลืมไป ยังไงอัณก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของนาย เงินเดือนเยอะกว่าพี่อีก”

พอนุ่มพูดถึงนาย อัณชญาก็ยิ้มเศร้า เพราะตั้งแต่วันเกิดเรื่องที่ประตูซุ้มดอกไม้ทางเข้าออกตึกส้ม เธอก็ไม่เคยได้เจอหน้าชินภพอีกเลย อยู่แบบเจียมตัวและใจ แทบจะขังตัวเองอยู่บนเรือนพัก อยากยืดแข้งยืดขาก็ออกมาเดินรอบๆ บ้าน ไม่กล้าเฉียดใกล้ตึกใหญ่ หรือตึกส้ม เพราะกลัวจะมีเหตุหรือเรื่องร้ายต่างๆ ให้เขาให้เขาหัวเสีย เพราะหากเกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง นายอาจเฉดหัวเธอออกจากบ้านก็ได้

“ตอนแรกหนูก็เกรงใจนะ เขาให้เงินเดือน ทั้งที่หนูไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเองเลย แต่น้าพลบอกว่าเก็บไว้สำหรับการเรียนต่อม’ หาลัย” เพราะอีกเดือนเดียวก็จบแล้วมัธยมปลายแล้ว

ทั้งสองพากันไปกินซาบูอย่างเอร็ดอร่อย ตามด้วยขนมหวานอีกจนอิ่มแปล้ กำลังจะเรียกรถแท็กซี่กลับบ้าน แต่อัณเหลือบไปเห็นสาวสวยร่างอ้อนแอ้นที่หน้าอกหน้าใจล้นเสื้อครอปสั้น แค่ปิดอกอวบไว้เท่านั้น กับกางเกงขาสั้นเสมอจิ๋ม

“นั่น พี่คนนั้นเป็นเมียนายนี่นา” เธอจำผู้หญิงที่จูบเร่าร้อนที่ริมสระกับนายได้ โดยเฉพาะอกอวบคู่นั้น

“เออจริง นั่นยัยพริ้มคนโปรดของนายนี่หว่า แล้วนั่นเดินโอบไหล่กับหนุ่มหล่อที่ไหนวะ”

“กำลังจะขึ้นรถไปด้วยกัน”

“ถ่ายรูปไว้” นุ่มสั่งอัณชญา ซึ่งอีกฝ่ายถือโทรศัพท์อยู่ในมือ ก็กดถ่ายไว้ทันที จังหวะมีแท็กซี่มาส่งคนพอดี ทั้งสองก็รีบโบก แล้วบอกให้ตามรถเก๋งสีขาวไป

“พี่นุ่ม เราจะตามเขาไปจริงๆ เหรอ”

“เออสิ คบชู้แบบนี้ต้องฟ้องนาย”

“เขาอาจเป็นเพื่อน พี่น้องกันก็ได้นะ”

“เพื่อนอะไร โอบบ่าขึ้นรถขนาดนั้น”

แท็กซี่ขับตามมากระทั่งรถเก๋งสีขาววิ่งเข้าไปในบริเวณโรงแรม

“เข้าไปข้างในเลยไหมครับ” คนขับแท็กซี่ถาม

“จอดด้านหน้าก็พอ” แล้วนุ่มก็จ่ายค่ารถ แล้วตามเข้าไปในโรงแรม ทันพอจะเห็นนางบำเรอคนโปรดของนายควงแขนหนุ่มเข้าไปในลิฟต์

อยากจะตามไปดูให้เห็นชัดๆ แต่อัณชญาก็ดึงมือไว้

“พี่จะขึ้นไปไม่ได้นะ”

“อยากรู้ชัดๆ น่ะ”

“หนูถ่ายรูปตอนเขาเข้าลิฟต์ด้วยกันได้ แค่นี้ก็พอแล้ว กลับเถอะค่ะ” อัณชญาบอก สีหน้าเริ่มไม่ค่อยสู้ดี เพราะนี่ก็ค่ำมากแล้ว กลับดึกไปก็คงไม่ดี

“อือ กลับก็ได้”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน นุ่มก็โทร. บอกพลทันที รวมทั้งส่งภาพที่อัณชญาถ่ายไว้ให้อีกฝ่าย ซึ่งพลไม่ได้ไปกรุงเทพฯ กับนาย แต่ปักหลักอยู่ไร่เพื่อดูแลความเรียบร้อยระหว่างวันหยุดยาว

“เดี๋ยวจะบอกนายเอง พวกมึงสองคนไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้แล้วนะ ถ้านายรู้ว่าพวกมึงตามมันไปถึงโรงแรม จะโดนด่าเอา โดยเฉพาะนังอัณ ความผิดมันหลายกระทงแล้วนะ”

“แต่เรื่องนี้เราช่วยนายนะ” นุ่มเถียง

“เออๆ กูรู้ว่าพวกมึงหวังดี แต่นายจะเข้าใจไหม ก็อีกเรื่อง ที่สำคัญมึงสองคนกลับบ้านเกือบสี่ทุ่มเลยนะ”

“ก็เพราะตามนังพริ้มไปไง เลยกลับดึก”

“เที่ยวเพลินมากกว่า อย่ามาแก้ตัว พรุ่งนี้ไม่ต้องออกไปไหนแล้วนะ” พลสั่งแล้วก็ตัดสายไปทันที

“พี่นุ่มก็เกิดราศีมีนเหมือนกันเหรอ”

“อือ...งั้นช่วงนี้พี่กับอัณก็ออกไปไหนไม่ได้ พี่ว่าเรามาสวดมนต์ ทำสมาธิกันเถอะ เผื่อดวงเราจะดีขึ้น”

“งั้นเราไปห้องพระกันดีไหม ที่นั่นมีหนังสือสวดมนต์เยอะดี”

“อือ” สองสาวเข้าไปห้องพระ ตั้งใจสวดมนต์ กระทั่งป้าหมายกลับจากตึกใหญ่มาเห็นเข้า

อย่าง

“ฟ้าดินเป็นพยาน อีนุ่มมันสวดมนต์ ขอบใจหนูอัณมากๆ ที่พามันเข้าห้องพระได้”

“พี่นุ่มเป็นคนชวนหนูเองค่ะ” อัณชญาบอก

“อ้าว เหรอ เฮ้ย ดีจริง มึงคิดเรื่องแบบนี้ได้เอง” ป้าหมายลูบหัวหลานสาวด้วยความเอ็นดู

“ป้ามีน้ำมนต์อะไรมาลูบหัวหนูกับอัณไหม หมู่นี้รู้สึกดวงไม่ดีเลย” นุ่มเอ่ยขึ้น

“มี เก็บมาจากหลายวัดเลย เดี๋ยวลูบหัวให้”

นอกจากสวดมนต์ นั่งสมาธิแล้ว ยังโดนน้ำมนต์หลายวัดลูบหัวอีก นุ่มกับอัณชญา มั่นใจว่าต่อจากนี้ดวงจะดีขึ้นแน่ๆ

ส่วนเรื่องของพริ้มนั้นสัปดาห์ต่อมา นุ่มก็มาเล่าให้ฟังว่าอีกฝ่ายถูกเฉดหัวออกจากตึกส้มเรียบร้อยแล้ว

ทีนี้นางบำเรอของนายก็ยังเหลือแค่หกคนเท่านั้น

รวมเธอด้วยก็เจ็ด...สินะ

"""""""""""""""

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นางบำเรอแสนรัก