“ได้ยินแล้ว ให้คุณชายทังไปจัดการเรื่องสำนักศึกษาเถอะ” ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวด้วยความเต็มใจ
“พ่ะย่ะค่ะ”
พ่อบ้านรีบไปจัดการทันที ฉีเฟยอวิ๋นกำชับนักคำนวณแล้วก็รีบหยิบตำลึงเงินออกมาจำนวนหนึ่ง นักคำนวณไม่กล้าชักช้า รีบคำนวณออกมาทันที
ฉีเฟยอวิ๋นเลือกรายชื่อออกมาสองสามคน เพื่อเรียกมาดูตัวหนึ่งรอบ
ถามบางคำถาม ถามเหตุผล หากไม่มีปัญหาก็จะส่งออกไป
ยามนี้ทั่วทั้งจวนท่านอ๋องล้วนอบอวลไปด้วยความปิติยินดี ทุกคนต่างชื่นชมฉีเฟยอวิ๋น ในใจของหงเถาและลี่ว์หลิ่วก็อิ่มเอมใจไปด้วย ปกติแล้วฐานเงินเดือนของพวกนางมีแค่หนึ่งถึงสองตำลึงเงินเท่านั้น คนที่อยู่ในจวนแห่งนี้ไม่น้อยเลย แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสิบสองตำลึงเงินแล้ว ซึ่งมากกว่ารายได้ของราษฎร์ข้างนอกตลอดทั้งปีเสียอีก
อาอวี่น่าเห็นใจยิ่งกว่า เดิมทีฐานเงินเดือนของเขาก็แค่สามตำลึงเท่านั้น ไม่แตกต่างจากหมอประจำจวนของตำหนักหลังเท่าไร แต่บัดนี้กลับได้เพิ่มมากขึ้น บรรดาหญิงสาวในจวนเหล่านั้นล้วนจับจ้องเขาราวกับหมาป่าที่กำลังจ้องจับเหยื่อทำให้อาอวี่ถึงกับหนาวสะท้าน
หลังจากคำนวณเรียบร้อยฉีเฟยอวิ๋นก็ให้นักคำนวณไปยังห้องอื่น นางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ค่อย ๆ หรี่ตาลงและหลับไปในที่สุด
ในห้วงความฝันฉีเฟยอวิ๋นฝันเห็นเรื่องแปลก หลังจากที่กลับมาถึงห้องปฏิบัติการ นางก็เห็นซูมู่หรง
ซูมู่หรงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดดำ ด้านนอกสวมทับด้วยเสื้อคลุมยาวสีขาวตัวหนึ่ง ยามนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของนาง
“หลิงอวิ๋น” ซูมู่หรงเรียกชื่อนาง ฉีเฟยอวิ๋นตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
ครั้นฉีเฟยอวิ๋นลืมตาขึ้นมากลับหายใจติดขัด เหมือนจริงเกินไปแล้ว
มันเกิดอะไรขึ้น?
“เป็นอะไรไปรึ?” หนานกงเย่ที่อยู่ข้างกายของฉีเฟยอวิ๋น เห็นนางตื่นขึ้นมาจึงเอ่ยถามนาง
ฉีเฟยอวิ๋นส่ายหน้า ลุกขึ้นมานั่งข้างเตียง จากนั้นก็เหม่อมองไปยังหนานกงเย่
นึกถึงในช่วงที่เขากลัวนางจากไปตลอดเวลา นางได้รับผลกระทบนั้นอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเหตุใดนางถึงยังเห็นซูมู่หรงทั้ง ๆ ที่นางตายไปแล้ว?
หลังจากพักผ่อนได้สองวันอาการหวัดของฉีเฟยอวิ๋นก็ดีขึ้น หนานกงเย่เลิกราชกิจกลับมาดูแลฉีเฟยอวิ๋น ร้านขายยาสมุนไพรของฉีเฟยอวิ๋นเริ่มเข้าที่เข้าทาง และเปิดให้บริการเรียบร้อย
ครั้นหนานกงเย่เข้าไปดู ก็เห็นจำนวนคนไม่น้อยเลย แต่ไม่เห็นคนที่ต้องการเจอ
ฉีเฟยอวิ๋นกำลังเตรียมสมุนไพรที่ต้องใช้ให้แก่ฮองเฮา หลังจากจัดการอารมณ์ได้แล้ว หนานกงเย่ก็ผลักประตูเดินเข้าไป
ฉีเฟยอวิ๋นหมุนตัวไปมอง ก่อนจะรีบเก็บขวดยาที่อยู่ในมือทันที
หนานกงเย่ปิดประตูและเอ่ยถามนางว่า : “ซ่อนอะไรไว้?”
“ยาที่จะมอบให้แด่ฮองเฮาเจ้าค่ะ”
ฉีเฟยอวิ๋นหมุนตัวกลับไป หนานกงเย่เอ่ยถาม : “ฮองเฮาตั้งครรภ์แล้วรึ?”
ฉีเฟยอวิ๋นสีหน้าเศร้าหมองลง หากตั้งครรภ์ก็ดีสิ น่าเสียดายชีวิตนี้
ฉีเฟยอวิ๋นจึงเอ่ยถามขึ้น : “เหตุใดท่านอ๋องถึงออกจากวังเร็วเพียงนี้ละเจ้าคะ?”
“อื้อ เรื่องของเขื่อนตู้ฟางจุนมีการพัฒนาแล้ว ข้ามองคนไม่ผิดจริง ๆ ซือคงเซียงมีวิธีการจัดการได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ถึงสามวัน เขาก็นำแผนการที่เตรียมการไว้มาบอกกับข้า และสร้างเขื่อนตู้ฟางจุนขึ้นมาใหม่ได้ในที่สุด
เพียงแต่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรและแรงกายมากหน่อย” หนานกงเย่นั่งลงและกล่าวต่อไป ฉีเฟยอวิ๋นจึงนั่งลงตาม ก่อนจะมองเขาโดยไม่กล่าวอะไร
“ชายามีเรื่องอะไรรึ?” หนานกงเย่กุมมือของนางไว้ ฉีเฟยอวิ๋นจึงพยักหน้า
“ท่านอ๋อง ข้าต้องเข้าวังเจ้าค่ะ”
“ให้ข้าไปเป็นเพื่อนหรือไม่?”
ฉีเฟยอวิ๋นเงียบไปชั่วครู่ ดูท่าเขาจะไม่รู้อะไรเลย แต่ครั้นนางต้องเข้าวังกลับรู้
ฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นและเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หนานกงเย่ก็เดินตามนางไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นนั้น ฉีเฟยอวิ๋นต้องการให้เขารอ แต่เขากลับเข้ามาและปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกแล้ว
“ท่านอ๋อง เมื่อคืนก็นำเสบียงไปส่งแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” ฉีเฟยอวิ๋นถูกกดไว้บนกำแพงและถอดเสื้อผ้า ดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่พ้น จึงได้แต่ปล่อยให้หนานกงเย่ทำตามอำเภอใจ
หนานกงเย่อุ้มฉีเฟยอวิ๋นขึ้นมา หมุนตัวและเดินกลับไปยังเตียง
“วันนี้ยังไม่ส่ง”
“....” กล่าวเช่นนี้ ยามถัดไปก็ยังต้องส่งเช่นนั้นหรือ?
ฉีเฟยอวิ๋นเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมาจากห้อง ก่อนจะตั้งใจอาบน้ำเป็นพิเศษ
ไม่เช่นนั้นนางกลัวว่าจะทำให้คนอื่นแตกตื่น ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องยามบ่าย คนที่อยู่ด้านนอกสวนดอกกล้วยไม้ต่างแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เพราะกลัวว่าฉีเฟยอวิ๋นขุ่นเคืองหมองใจ
หนานกงเย่ตั้งใจให้เกิดขึ้น ทำเรื่องบางอย่างตอนกลางวันแสก ๆ และไม่กลัวถูกหัวเราะเยาะด้วย
ครั้นมาถึงหน้าประตูวังฉีเฟยอวิ๋นก็ต้องชะงักไปชั่วขณะ ไม่เจอะเจอกันตั้งนาน!
ยิ่งไม่อยากเจอก็ยิ่งต้องเจอ นั้นคือสองสามีภรรยาท่านอ๋องตวน
ฉีเฟยอวิ๋นลงจากรถม้าหนานกงเย่จึงยื่นมือไปทางนาง เพราะรู้ว่าเมื่อครู่เขาใช้แรงหนักต่อร่างกายของนางเพียงใด ย่อมไม่กล้าเมินเฉยเป็นแน่
ครั้นฉีเฟยอวิ๋นลงจากรถม้ามา หนานกงเย่ก็อุ้มนางทันที ฉีเฟยอวิ๋นกลับไม่รู้สึกกลัวสักนิด ปกติแล้วชายหนุ่มผู้นี้ก็อาจหาญเช่นนี้อยู่แล้ว
การอุ้มครั้งนี้ หนานกงเย่ทำการหมุนตัวหนึ่งครั้ง ฉีเฟยอวิ๋นถูกอุ้มราวกับองค์หญิงและอ้อมไปด้านหน้าของรถม้า อาอวี่รีบไปยืนด้านข้างทันที ฉีเฟยอวิ๋นจึงถูกวางลงในที่สุด
ครั้นขาทั้งสองข้างถึงพื้นฉีเฟยอวิ๋นก็จัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง กระทั่งเห็นสองสามีภรรยาท่านอ๋องตวนที่อยู่ตรงข้าม
ท่านอ๋องตวนกำลังกุมมือของจวินฉูฉู่ ทั้งสองคนแต่งกายด้วยชุดคลุมยาวลายนกยูงสีฟ้า ยามนี้จวินฉูฉู่งดงามจนสะกดใจคน ท่านอ๋องตวนมีบุคลิกที่องอาจ ทั้งสองคนเพิ่งลงจากรถม้าเช่นนั้น แต่ทั้งสองคนเห็นฉีเฟยอวิ๋นและหนานกงเย่แล้ว ยามนี้ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกลำบากใจอย่างมาก ทำเหมือนกับนางต้องเอาอกเอาใจจวินฉูฉู่อย่างไรอย่างนั้น ครั้นรู้ว่าตนเองลงรถม้ามาก่อน ตอนนี้จึงรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก
จวินฉูฉู่คลี่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังท่านอ๋องตวน : “ท่านอ๋อง เราไปกันเถอะ”
ท่านอ๋องตวนพยักหน้า จากนั้นก็มองไปยังหนานกงเย่ด้วยแววตาล้ำลึกแวบหนึ่ง สองสามีภรรยาจึงเดินเข้าวังก่อน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ