เมื่อมาถึงหน้าประตูจวนท่านแม่ทัพ พ่อบ้านก็กำลังรออยู่พร้อมกับจิ้งจอกหางสั้น เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่พ่อบ้านก็รีบเดินเข้าไปทักทาย
จิ้งจอกหางสั้นเห็นว่าหนานกงเย่มิโกรธแล้ว จึงได้อยากเข้าไปในอ้อมกอดของฉีเฟยอวิ๋น แต่ในขณะที่อยากจะปีนเข้าไปในอ้อมกอดของฉีเฟยอวิ๋นนั้น กูถูกหนานกงเย่ขัดขวางไว้
“นายของเจ้าเป็น……เป็นหวัด” หนานกงเย่เปลี่ยนคำกะทันหัน
เดิมทีเขาไม่รู้ว่าเป็นหวัดหมายความว่าอย่างไร เรียกแต่โรคซางหานมาโดยตลอด และนางก็เอาแต่พูดว่าเป็นหวัด เขาก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แต่บัดนี้เขาเข้าใจแล้ว
เพียงแค่คำเรียกของทั้งสองโลกต่างกันเท่านั้น
จิ้งจอกหางสั้นไม่พอใจนัก อยากเข้าใกล้ฉีเฟยอวิ๋นจึงได้ส่งเสียงร้องออกไป ฉีเฟยอวิ๋นกล่าว : “เจ้าไปในอ้อมกอดของเขาสิ”
จิ้งจอกหางสั้นเงยหน้าขึ้น ทั้งไม่เห็นด้วยและไม่กล้า
หนานกงเย่ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน : “ปล่อยให้มันเล่นเอง”
จิ้งจอกหางสั้นทำได้เพียงกลับไปยังอ้อมกอดของพ่อบ้านอาวุโส จากนั้นมองไปยังฉีเฟยอวิ๋นอย่างเศร้าโศกและไม่ขยับอีกเลย
“ท่านแม่ทัพออกเดินทางแล้วพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูและท่านเขยเชิญไปพักผ่อนกันเสียก่อน กระหม่อมจะเรียกคนเตรียมอาหารมาให้” พ่อบ้านต้อนรับทั้งสอง ฉีเฟยอวิ๋นถามถึงท่านแม่ทัพฉี ได้ความมาว่า ท่านแม่ทัพฉีไปร่วมพิธีมงคล ลูกน้องของท่านแม่ทัพฉีที่เป็นรองแม่ทัพได้แต่งพระชายา ท่านแม่ทัพฉีจึงออกเดินทางตั้งแต่เช้าแล้ว
ในเมื่อท่านแม่ทัพฉีไม่อยู่ ฉีเฟยอวิ๋นเองก็รู้สึกเบื่อ จึงไม่อยู่ทานอาหารแล้วเดินทางกลับจวนอ๋องเย่ไป ระหว่างทางหนานกงเย่ก็ได้ซักถามเรื่องโลกอนาคตกับฉีเฟยอวิ๋น เขาเริ่มอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น และเริ่มกลัวว่าฉีเฟยอวิ๋นจะหายไปมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาเตือนฉีเฟยอวิ๋นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าหากนางจากเขาไป เขาจะทำลายจวนท่านแม่ทัพทิ้งซะ
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกเศร้ามาก นางมิควรพูดเลย
กลับมาถึงจวนอ๋องเย่ หนานกงเย่ก็เข้าห้องและถามฉีเฟยอวิ๋น : “พระชายาหมายความว่าจะสร้างใหม่ทั้งสวนดอกกล้วยไม้อย่างงั้นหรือ?”
“มิใช่อย่างนั้นหรอกเพคะ เพียงแต่ว่าหม่อมฉันยังคงชอบห้องที่อบอุ่นในช่วงเหมันตฤดูและรู้สึกเย็นในช่วงคิมหันตฤดูเพคะ เหมือนตอนนี้ที่อากาศยังคงหนาวอยู่ หากไม่ใช้เตาถ่าน ภายในห้องก็ยังคงหนาวเย็นเช่นเดิมเพคะ”
แต่ทว่าห้องของท่านอ๋องมีเตียงเตาอุ่น จึงไม่หนาวเย็น เพราะเช่นนี้หม่อมฉันจึงตั้งใจจะสร้างและตกแต่งห้องใหม่ ถ้าหากภายในห้องยังไม่อุ่นอีก เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องตั้งเตาเผาในห้องแล้วเพคะ”
“ตกแต่ง?” ไม่สนใจเรื่องอื่น หนานกงเย่นึกถึงเรื่องโลกอนาคตที่ฉีเฟยอวิ๋นเคยเล่าให้ฟัง ในนั้นไม่มีคำๆนี้
ฉีเฟยอวิ๋นอธิบาย : “เป็นการเปลี่ยนแปลงห้องใหม่ ทาสีใหม่ ดูว่าสิ่งใดควรเปลี่ยนและสิ่งใดควรทำใหม่ เหมือนกับการอภิเษกสมรสแล้วต้องจัดห้องนั้นแหละเพคะ”
“อืม”
หนานกงเย่พยักหน้า บ่งบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว
“ท่านอ๋อง วันนี้ท่านมิต้องเข้าเฝ้าหรือเพคะ?” ถึงแม้จะถามช้าไปหน่อย แต่ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกว่าควรจะรู้แผนแต่ละวันของหนานกงเย่ไว้
“พระชายาไม่สบาย ข้าสั่งคนให้ไปแจ้งในวังแล้ว จึงมิจำเป็นต้องเข้าเฝ้าแล้วล่ะ” หนานกงเย่ลุกขึ้น : “ข้ายังมีธุระ หากพระชายาต้องใช้เงินสำหรับการตกแต่ง ก็ไปหยิบเอาที่ตู้แล้วกัน”
“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ” ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวขอบคุณ
หนานกงเย่ออกไปแล้ว
หลังออกจากสวนดอกกล้วยไม้ สีหน้าของหนานกงเย่ก็ไม่สู้ดีนัก ที่ลานหน้าจวนก็มีคนรออยู่ที่ด้านในห้องรับแขกแล้ว
พ่อบ้านอาวุสคุกเข่าอยู่พร้อมกับอาอวี่ ส่วนทังเหอยืนก้มหน้าอยู่
หนานกงเย่เปิดประตูเข้าไป นั่งลงบนเก้าอี้และยกดื่มน้ำชา จากนั้นก็ขมวดคิ้วมองไปยังพ่อบ้านอาวุโสกับอาอวี่
“อาอวี่ ป้ายคุกใต้ดินอยู่ที่เจ้า เจ้านำมันไปช่วยอาซิวเป็นการส่วนตัว เรื่องนี้เจ้ายอมรับหรือไม่?” หนานกงเย่กล่าวอย่างเรียบๆ
อาอวี่ก้มหัวลง : “ข้าน้อยยอมตายเพื่อน้อมรับความผิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ช่างเถอะ เรื่องนั้นพระชายาช่วยรับผิดแทนเจ้าแล้ว หากข้าลงโทษเจ้า พระชายาคงจะมิวางมือมิใช่หรือ?” หนานกงเย่ยกถ้วยชาขึ้นดื่มต่อ
อาอวี่ค่อยๆเงยหน้าขึ้น ในใจสับสน ไม่รู้ว่าควรแปลกใจที่ท่านอ๋องเกรงกลัวพระชายา หรือควรพูดเรื่องที่ท่านอ๋องเปลี่ยนไปกันแน่
ทังเหอแปลกใจที่ท่านอ๋องอารมณ์ดีในวันนี้
“ท่านอ๋อง บ่าว……” พ่อบ้านเช็ดน้ำตา : “บ่าวรู้สึกผิดต่อท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พระชายาจะเป็นคนควบคุมดูแลเรื่องในจวน ประเดี๋ยวพ่อบ้านจัดการรวบรวมบัญชี แล้วนำไปให้พระชายาที อาอวี่รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของพระชายาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนทังเหอนั้น?” หนานกงเย่ขมวดคิ้ว : “ให้กลับไปสำนึกผิดเป็นเวลาสิบวัน ในสิบวันนี้เจ้าห้ามออกเรือนเป็นอันขาด หากข้ารู้ว่าเจ้าออกจากเรือน ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
“ข้าน้อยขอบพระทัยที่ท่านอ๋องเมตตาพ่ะย่ะค่ะ” ทังเหอยกมือขึ้นประสานกัน
หนานกงเย่วางถ้วยชาลง : “ไม่ใช่ว่าข้ายอมปล่อยเจ้าไป แต่พระชายาไม่ให้ข้าลงโทษเจ้า คราวหน้าใครกล้าคิดชั่วต่อพระชายาอีก ข้าไม่ปล่อยไว้เป็นแน่”
“ข้าน้อยมิกล้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทังเหอตอบอย่างเร็วไว
หลังจากนั้น หนานกงเย่ก็เดินออกไป
พ่อบ้านอาวุโสเช็ดน้ำตา และรีบจัดการรวบรวมบัญชีให้กับฉีเฟยอวิ๋น
ร่างกายของฉีเฟยอวิ๋นเพิ่งดีขึ้นไม่น้อย แต่เมื่อเห็นบัญชีพวกนี้นางก็ไม่อยากลุกขึ้นอีกเลย
บัดนี้ ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกชอบเตียงเตาอุ่นนี้ของหนานกงเย่เข้าแล้ว จึงไม่กลับห้องของตนเอง สั่งให้หงเถาและลี่ว์หลิ่วย้ายผ้าห่มไปและพิงอยู่บนนั้น สมุดบัญชีวางอยู่บนโต๊ะ ฉีเฟยอวิ๋นหยิบมาเล่มหนึ่งแล้วเริ่มดู กลิ่นธูปอบอวลทำให้ฉีเฟยอวิ๋นดูสมุดบัญชีรู้เรื่องบ้าง
ดูจบเล่มหนึ่งฉีเฟยอวิ๋นก็นึกขึ้นได้ : “ในทุกๆปีจวนท่านอ๋องของเรารายจ่ายมากหรือรายรับมากงั้นหรือ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ