ฉีเฟยอวิ๋นเดินนำไปก่อนข้างหน้า ก้มตัวโค้งคำนับ "คารวะท่านอ๋องเพคะ"
หนานกงเย่สีหน้าเคร่งขรึม และมองไปที่ฉีเฟยอวิ๋น "ไม่ต้องทำให้ลำบากเช่นนี้ ที่นี่ไม่มีคนนอก ร่างกายของเจ้าก็ไม่เหมือนเดิม อ้วนถึงเช่นนี้"
ฉีเฟยอวิ๋นมองออกไป และรู้สึกตกใจเล็กน้อย
ดูเหมือนทุกคนจะพูดถึงความอ้วนขึ้นเหมือนวงกลมของเธออย่างจริงจังเสียแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นกลับไม่คิดเช่นนั้น เธอรู้ว่าหนานกงเย่รู้สึกไม่ดี จึงเดินเข้าไปใกล้และซักถาม "ท่านอ๋องโกรธหรือเพคะ?"
"โกรธหรือ?" หนานกงเย่มองไปที่อวิ๋นหลัวฉวนที่ถูกพาตัวออกไป ใบหน้าราวกับน้ำแข็ง
ฉีเฟยอวิ๋นถาม "เรื่องนี้ยังมีทางแก้ไขไหมเพคะ?"
"แน่นอนว่ามี อวิ๋นหลัวฉวนเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาสามัญ ฉีกั๋วกงเป็นใคร จวนกั๋วกงคือสถานที่แบบไหน ตั้งแต่ที่ก่อตั้งอาณาจักรต้าเหลียงมา จวนกั๋วกงก็เป็นเสาหลักสำคัญของอาณาจักรต้าเหลียง พูดง่ายๆ ก็คือ อาณาจักรต้าเหลียงสามารถไม่มีหนานกงเย่ แต่ไม่สามารถไม่มีจวนกั๋วกงได้
มีคนตายน้อยมากในจวนกั๋วกง แต่ได้สร้างคุณงามความดีนานับปการ
หญิงสาวในจวนกั๋วกงมีจิตใจที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมากกว่าผู้ชายเสียอีก เรื่องเช่นนั้น พวกนางจะทำได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นหลัวฉวนคือใคร?
ต่อให้ท่านอ๋องตวนไม่ดีเพียงใด แต่ก็ดีกว่าผู้น้อย นางทำได้หรือ?
อวิ๋นหลัวฉวนตั้งแต่เล็กจนโตมีผู้ชายรายล้อมนับไม่ถ้วน โอกาสมีมาก แต่กลับเลือกใช้ตอนนี้ นางเป็นคนจิตใจไม่ปกติหรือ?"
หนานกงเย่ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกโมโห และมองไปที่หนานกงเยี่ยนด้วยความโกรธ
ฉีเฟยอวิ๋นหันกลับมามองอย่างโศกเศร้ามาก
ผู้ชายคนนี้รู้สึกโมโหแทนคนอื่นด้วยหรือ?
จะเห็นได้ว่าเธอเข้าใจทุกอย่าง แต่ปัญหาก็คือ เข้าใจแล้วมีประโยชน์อะไร และหากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด พระชายารองอวิ๋นเป็นถึงจวิ้นจู่ เบื้องหลังของนางคือทั้งจวนกั๋วกง ต่อให้ท่านอ๋องตวนจะถูกครอบงำมากแค่ไหนก็ไม่กล้าลงมือได้ง่ายๆ
หากถามเรื่องนี้กันภายในจวนก็คงจบแล้ว และคงมีทางให้แก้ไข แต่ตอนนี้มองดูแล้ว ที่ไหนยังจะพอมีที่ว่างให้ถอยหลังกลับอีก ดูเหมือนไม่มีวิธีทางใดเลย
เมื่อส่งมาถึงศาลพิเศษกลาง เรื่องนี้ต้องเลือกใช้ขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าพระชายารองอวิ๋นจะกระดูกแข็ง แต่เกรงว่านางคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน
คงไม่มีใครกล้าถามกับเรื่องแบบนี้
ดังนั้นที่เขาพูดว่ามีทางอก้ไขได้ พูดอย่างโมโหขนาดนั้น
หนานกงเย่อ้อมฉีเฟยอวิ๋นเพื่อไปที่หน้าประตูจวนท่านอ๋องตวน หนานกงเยี่ยนกำลังยืนอยู่หน้าประตูอย่างเหม่อลอย เมื่อเห็นหนานกงเยี่ยนก็รู้สึกตกตะลึง ดวงตาของเขาหมองคล้ำและหันกลับเข้าไปภายในจวนท่านอ๋องตวน
หนานกงเย่ไม่ได้โกรธเขา และเดินตามเขาเข้าไป
"ออกไปให้หมด ข้าเหนื่อย ต้องการอยู่คนเดียวสักพัก หากไม่มีอะไรไม่ต้องมาหาข้า" หนานกงเยี่ยนเดินไปที่ศาลาเซี่ยวเฟิงหลังเรือน คนในจวนต่างพากันตกใจอย่างมาก และต่างก็ถอยออกมา
ฉีเฟยอวิ๋นติดตามหนานกงเย่มาถึงเรือนเซี่ยวเฟิงและเงยหน้าขึ้นมอง ตัวอักษรขนาดใหญ่ทั้งสามตัวนั้นงดงามและทรงพลัง
แต่ตอนนี้ดูเหมือนการประชด ลมและฝนที่พัดมาแผ่วเบา
ไม่ว่าครอบครัวเดิมของตัวเองจะดีแค่ไหน แต่เมื่อมาถึงบ้านของแม่สามี เมื่อแม่สามีไม่สามารถทนรับนางไว้ได้ นางก็ต้องตาย
ฉีเฟยอวิ๋นโชคดี อย่างน้อยเธอก็เป็นถึงพระชายาเอก แต่หากเธอเป็นพระชายารอง มันคงจะเลวร้ายไปแปดชั่วอายุคน!
โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอคนอย่างจวินฉูฉู่ที่มีความร้ายลึกและหน้าไหว้หลังหลอก
หนานกงเยี่ยนเดินเข้าประตูไปและปัดมือ คนที่อยู่ข้างในต่างถอยออกมา ขณะนี้ยังมีเด็กอายุประมาณสิบสองสิบสามขวบคุกเข่าอยู่ที่พื้น เด็กคนนั้นถูกทุบตีอย่างทารุณ ใบหน้ามีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด บนร่างกายมีแต่ร่องรอยการถูกทำร้าย คุกเข่าอยู่ที่พื้นโดยถูกมัดไว้ เมื่อเห็นหนานกงเยี่ยนก็รู้สึกโกรธแค้น ราวกับต้องการจะฆ่าหนานกงเยี่ยนเสียให้ได้
"จวนกั๋วกงจะต้องไม่ลืม" ตงเอ๋อร์ทวงความยุติธรรมให้กับอวิ๋นจวิ้นจู่
หนานกงเยี่ยนเดินไปอีกฝั่งหนึ่งและนั่งลง สายตาของเขาไม่ได้โกรธ เพียงแค่ถามว่า "ตอนที่เกิดเรื่องขึ้น เจ้าทำอะไรอยู่ที่หน้าประตู?"
"ข้าออกไปตักน้ำ และถูกคนวางยาสลบ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็มาอยู่ที่หน้าประตู" ตงเอ๋อร์พูดแล้วร้องไห้ออกมา
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบมองหนานกงเยี่ยน และถามตงเอ๋อร์ "เช่นนั้นเจ้าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในเรือนทั้งหมด?"
"ข้าน้อยจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จวิ้นจู่ไม่ทำเรื่องเช่นนั้นอย่างแน่นอน และองค์หญิงคนโตของศาลพิเศษกลางเข้ามา ทำไมช่างบังเอิญเช่นนี้?" ตงเอ๋อร์ตะโกนออกมา และเลือดในปากก็ไหลออกมาจากปากของเขา เขากังวลจนร้องไห้ออกมา
"พระชายาเย่ ข้าน้อยขอร้องพระชายา ได้โปรดช่วยจวิ้นจู่ของพวกข้าน้อยด้วย จวิ้นจู่ของพวกข้าน้อยเป็นคนที่เย่อหยิ่งและมีจิตใจบริสุทธิ์เสมอมา
ถึงแม้ว่าพวกผู้หญิงในจวนกั๋วกงจะมีน้อยที่แต่งงานออกเรือนไป แต่จวิ้นจู่ก็ไม่เหมือนกับเจ้านายคนอื่นมาตั้งแต่เล็ก คนที่ชอบนางก็ยังมีอยู่
แม้ว่าคนที่เข้ามาสู่ขาจะมีไม่มากนัก แต่ก็นับว่ามี หากนางมีความคิดเช่นนั้นแล้วจะมีความจำเป็นอะไรที่ต้องอภิเษกกับท่านอ๋องตวน
จวิ้นจู่มีความหยิ่งทะนง เดิมทีนางไม่ต้องการแต่งงานกับท่านอ๋องตวนเพื่อเข้าไปในจวนท่านอ๋อง เป็นเพราะท่านราชครูและพระมเหสีกล่าวว่าเหมาะสมต่างๆ นานา นางจึงตอบตกลงแต่งงาน
ไม่เช่นนั้น จวิ้นจู่ของพวกข้าน้อยจะยอมแต่งงานเป็นพระชายารองของท่านอ๋องตวนได้อย่างไร?"
ตงเอ๋อร์ร้องไห้พลางพูดออกไห้ ฉีเฟยอวิ๋นก็รู้สึกเห็นใจอย่างมาก
มีบางอย่างแม้ว่าเธอต้องการช่วย แต่เธออาจไม่สามารถช่วยได้
เธอมองหนานกงเย่ หนานกงเย่ถาม "แล้วหลังจากนั้นล่ะ?"
"......" ตงเอ๋อร์สูดน้ำมูกในจมูก "หลังจากที่ข้าน้อยได้สติตื่นขึ้นเหมือนกับฝันไป ข้าน้อยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าหมดแรง คนเหล่านั้นผลักไสข้าน้อย หลังจากนั้นองค์หญิงคนโตก็มา เมื่อเข้าประตูมาก็เห็นคนวิ่งถือผ้าห่มมาจากภายในห้องของจวิ้นจู่ออกมา และถูกจับไว้
และจวิ้นจู่ก็ออกมาจากห้องด้วยเสื้อผ้ายับไม่เป็นระเบียบ องค์หญิงคนโตโกรธจัดและตบหน้าจวิ้นจู่ หลังจากนั้นจึงสั่งให้คนนำตัวจวิ้นจู่ไป"
"แล้วทำไมเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?" ฉีเฟยอวิ๋นไม่เข้าใจ ในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมนางจึงถูกทำร้ายถึงขั้นนี้?
"ข้าน้อยเข้าไปผลักองค์หญิงคนโต และมีการโต้เถียงกัน นางจึงสั่งให้คนลงมือทุบตี"
ตงเอ๋อร์ร้องไห้เสียใจมาก
ไม่ยากที่ฉีเฟยอวิ๋นจะเข้าใจได้ ในเมื่อผลักองค์หญิงคนโต เช่นนั้นก็คงไม่อาจปล่อยไปได้ง่าย ไม่ถูกทุบตีจนตายก็นับว่าเป็นบุญมากแล้ว
แต่เมื่อพูดถึงองค์หญิงคนโตแล้ว ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกไม่คุ้นนัก ความทรงจำของเจ้าของร่างกายเดิมก็ไม่มี
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกชื่นชมและยกย่องเจ้าของร่างเดิมของเธอ เรื่องความรักอยากจะให้จำก็จำได้หมด แต่เรื่องที่ไม่อยากจำ สักเรื่องก็จำไม่ได้
องค์หญิงคนโตที่โหดร้ายเช่นนี้ เธอกลับจำไม่ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ