จู่ๆพระมเหสีหวาก็อยากจะทรงพระกันแสง พระพันปีไม่พอพระทัย: “เจ้าคิดในแง่ดีบ้างไม่ได้เลยหรือ?”
พระมเหสีหวาปาดน้ำพระเนตรไม่ได้ทรงตรัสสิ่งใดแล้ว หันไปทางบุตรชายเริ่มลำบากพระทัย
ฉีเฟยอวิ๋นฝืนทนเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามแล้วหลังจากหนึ่งชั่วยามก็ผล็อยหลับไปเลย
พระมเหสีหวาไม่ทรงวางพระทัยและต้องการปลุกฉีเฟยอวิ๋น แต่ถูกแววพระเนตรของพระพันปีขวางไว้เนื่องจากฉีเฟยอวิ๋นพักไปแค่หนึ่งชั่วยาม
เมื่อเห็นว่ารุ่งสางแล้วพระมเหสีหวาถึงได้ปลุกฉีเฟยอวิ๋นตื่น
ฉีเฟยอวิ๋นลืมตาแล้วมองไปรอบๆจากนั้นลุกขึ้นดูเวลา เมื่อเห็นว่าฟ้าสางแล้วฉีเฟยอวิ๋นเลยรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย
เหลือบมองอ๋องตวนแว๊บหนึ่งว่ายังไม่ฟื้นขึ้นมาฉีเฟยอวิ๋นจึงเดินไปดูเขา
“เหตุใดถึงยังไม่ฟื้น?” พระมเหสีหวาเริ่มทรงพระกันแสงขณะตรัส
ฉีเฟยอวิ๋นตรวจดูพบว่าลมหายใจอ่อนโรย หากยังไม่ฟื้นขึ้นมาก็จะไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีก
แต่ถึงแม้ว่าจะนอนหลับไปก็ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยได้
ขณะที่ฉีเฟยอวิ๋นกำลังขมวดคิ้วคิดไม่ตกอยู่นั้นอ๋องตวนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น อวิ๋นหลัวฉวนเห็นอ๋องตวนลืมตาก็จับมือเขา: "ท่านฟื้นแล้ว?"
ดวงตาอ๋องตวนมองไปรอบๆและเห็นฉีเฟยอวิ๋นก็ขยับออกอย่างรังเกียจ ฉีเฟยอวิ๋นเศร้าใจนี่มันเวลาใดแล้วยังทำเช่นนี้อีก ?
พระมเหสีหวารีบเสด็จเข้าไป "เหยี่ยนเอ๋อร์"
"เสด็จแม่"
ฉีเฟยอวิ๋นหยิบเม็ดยาออกมาหนึ่งเม็ดแล้วบีบปากของอ๋องตวนจากนั้นยัดมันเข้าไป
อ๋องตวนเหลือบมองนางแว๊บหนึ่งแล้วกลืนลงไป
มองหาอยู่ครู่หนึ่งพอเห็นพระพันปีอ๋องตวนก็ยิ้มออกมา
“เสด็จแม่......”
พระพันปีทรงลุกขึ้นเสด็จไปตรงหน้าอ๋องตวน: "แม่ภูมิใจในตัวเจ้าและเจ้าฟื้นขึ้นมาแม่มีความสุขยิ่งนัก"
"ขอบพระทัยเสด็จแม่
พระมเหสีหวาทรงยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งโดยไม่พอพระทัย บุตรชายเป็นของนางนะ
“แม่รอเจ้าอยู่ในวังเมื่อเจ้าหายแล้วก็ไปถวายพระพรแม่นะ หลัวฉวนจะอยู่ดูแลเจ้า”
ความสง่างามอันน่าเกรงขามของพระพันปีนั้นหาผู้ใดเทียบไม่ได้ เสียงอ่อนแรงของอ๋องตวนกล่าวว่า: "ลูกน้อมส่งเสด็จแม่พะยะค่ะ"
“เอาหล่ะ มเหสีเจ้าก็กลับวังไปพร้อมกับข้า ร้องไห้คร่ำครวญส่งผลต่อการฟื้นตัวของอ๋องตวน
พระพันปีหันกลับมาสะบัดแขนฉลองพระองค์แล้วจากไป พระมเหสีหวายังต้องการอยู่ต่อแต่นางไม่อาจฝ่าฝืนพระพันปีได้
ฉีเฟยอวิ๋นย่อกายถวายพระพร: "ลูกน้อมส่งเสด็จแม่และมเหสี"
“ลูกน้อมส่งเสด็จแม่ หมู่เฟย”
อวิ๋นหลัวฉวนรีบลุกยืนขึ้น
หลังจากส่งทั้งสองตำหนักไปแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็เดินไปมองหน้าประตูแว๊บหนึ่ง อาอวี่เฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู
ฉีเฟยอวิ๋นถามว่า: "ท่านอ๋องกลับมาหรือยัง?"
“ยังขอรับ” อาอวี่ก็เป็นห่วงมากเช่นกัน ท่านอ๋องออกไปแล้วหนึ่งคืนยังไม่กลับมา ข้างนอกไม่มีการเคลื่อนไหวสักนิดเลยไม่รู้ว่าจะไปสอบถามจากผู้ใด
ฉีเฟยอวิ๋นมองย้อนกลับไปยังอ๋องตวนที่ฟื้นขึ้น เขาไม่ได้พ้นขีดอันตรายทั้งหมดแต่ยาที่ใช้สำหรับฉีดให้เขาหมดแล้ว ตอนนี้สิ่งเดียวที่สามารถประคองไว้ได้ก็คือยาจึงไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ
“พระชายารองอวิ๋นเจ้าดูแลอ๋องตวนข้าจะไปดู”
ฉีเฟยอวิ๋นเป็นห่วงหนานกงเย่ถึงตอนนี้แล้วเขายังไม่กลับมา
“เจ้าไปเถอะ” อวิ๋นหลัวฉวนรับปากแล้ว ฉีเฟยอวิ๋นหันไปทางหน้าประตูของจวนอ๋องเย่
หลังจากออกไปแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็รออยู่ตรงหน้าประตู หลังจากคืนที่วุ่นวายในเมืองหลวงแต่ราษฎรกลับไม่ได้สังเกตเห็นเลย
ในเวลานี้ผู้คนหน้าประตูไม่มากนักและพ่อบ้านอาวุโสก็รออยู่ตรงหน้าประตู
เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋นพ่อบ้านก็รีบเกลี้ยกล่อมให้นางเข้าประตูมา
“พระชายาร่างของท่านเต็มไปด้วยเลือดทำให้ผู้คนหวาดกลัวรีบกลับไปโดยเร็วเถอะ” ฉีเฟยอวิ๋นก้มมองลงไปเป็นเช่นนั้นจริงๆ
หันหลังแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็กลับไปยังลานเรือนแล้วรอหนานกงเย่อยู่ในนั้น
ช่วงเที่ยงหนานกงเย่ถึงกลับมาจากด้านนอกพร้อมด้วยเลือดเต็มตัวซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้เปลี่ยน จึงทำให้พ่อบ้านอาวุโสตกใจจนหน้าซีด
ฉีเฟยอวิ๋นเห็นคนเข้าก็เดินไปหาทันทีแล้วจับแขนของหนานกงเย่ ตรวจสอบร่างกายของหนานกงเย่อย่างละเอียดไม่เป็นอันใดนางถึงได้โล่งใจ
“ข้าสบายดี”
หนานกงเย่ก็มองฉีเฟยอวิ๋นอย่างละเอียดและเป็นห่วงทารกหนานกงเย่จึงถามว่า "เขาสบายดีหรือไม่?"
“สบายดี” ฉีเฟยอวิ๋นไม่ได้รู้สึกไม่สบายจริงๆจึงพยักหน้าตอบหนานกงเย่
เมื่อหันหลังกลับหนานกงเย่ก็ดึงมือของฉีเฟยอวิ๋น: "พี่รองหล่ะ?"
“เขาฟื้นแล้วและอ่อนโรยแต่ยาที่ข้าปรุงไว้มีไม่มาก เมื่อคืนเลยให้เขาใช้จนหมดวันนี้ทำได้เพียงแค่พึ่งตัวยาเท่านั้น ตัวยาอาจจะช้าสักหน่อยจึงต้องหาวิธีปรุงยาแต่ข้าเห็นว่าไม่ได้ เกรงว่าจะส่งผลกระทบ" ฉีเฟยอวิ๋นต้องการหาใครสักคนแต่หนานกงเย่ไม่ใช่คนในสายนี้เกรงว่าเขาจะทำไม่ได้
“ข้าเอง” หนานกงเย่รับปากอย่างเต็มเสียง หาผู้อื่นเขาไม่วางใจ
ฉีเฟยอวิ๋นโมโห: "ท่านอ๋องไม่ได้นะ"
“ข้าทำได้ขณะที่อวิ๋นอวิ๋นปรุงยาข้าก็จำไว้หมดแล้วรวมทั้งยังจดบันทึกไว้ด้วย ไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าข้าแล้ว”
“เจ้าคิดมากมายยิ่งนัก” ฉีเฟยอวิ๋นไม่ได้สังเกตว่าเขาแอบมองดูอยู่
“ข้ากลัวว่าของสิ่งนั้นเกิดระเบิดแต่ไม่เป็นไรแค่เกิดควัน” หนานกงเย่เป็นกังวลมากในขณะนั้น ควันสีขาวลอยออกมาจากขวดสีขาวเล็กๆนั่นซึ่งดูแล้วคล้ายกับลูกระเบิดที่ระเบิด
ฉีเฟยอวิ๋นอุ่นใจแล้วถูกดึงเข้าประตูไป
อ๋องตวนกำลังนอนหลับอยู่อย่างอ่อนแรง
หนานกงเย่เข้าประตูแล้วชะงักครู่หนึ่งจากนั้นปล่อยมือของฉีเฟยอวิ๋นแล้วพุ่งเดินไปยังอ๋องตวน
อวิ๋นหลัวฉวนลุกยืนจากนั้นหนานกงเย่ก็สะบัดเสื้อคลุมขึ้นแล้วนั่งลงมองไปยังอ๋องตวน: "เป็นเช่นไรบ้าง?"
“ยังมีชีวิตอยู่” อ๋องตวนกล่าวเหน็บแนม
หนานกงเย่ยิ้ม: "ผู้ใดลงมือกัน?"
อ๋องตวนส่ายศีรษะ: "พวกเขาไม่ใช่คนของฝ่ายเราและข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูด แต่ทักษะการใช้มีดของพวกเขาเป็นของฝ่ายเรา"
“เหตุใดพวกเขาถึงบังคับขู่เข็ญเจ้า?”
“ข้าออกมา ต้องการให้ข้าไปกับพวกเขาแต่ข้าปฏิเสธ พวกเขาสังหารผู้ติดตามสองคนของข้า ข้าจัดการกับพวกเขาแต่พวกเขาคนมากเลยสู้ไม่ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ