พระพันปีทอดพระเนตรอ๋องตวนและเสด็จประทับนั่ง ทรงกุมมือของท่านอ๋องตวนไว้ “เหยี่ยนเอ๋อร์ แม่รู้ว่าที่เจ้าต้องประสบเคราะห์กรรมคราวนี้เพราะเหตุผลบางอย่าง แต่แม่หวังว่าพวกเจ้าทั้งสามจะไม่เป็นไร เจ้าจะต้องเข้าใจที่แม่พูดแน่ ใช่หรือไม่”
ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วจะเป็นพระมเหสีหวาที่ตรัสเช่นนี้ แต่เวลานี้พระพันปีกลับเป็นฝ่ายตรัสขึ้นมา
ทันใดนั้นฉีเฟยอวิ๋นก็ตระหนักได้ทันทีว่าพระพันปีก็พระทัยกว้างในแบบของพระองค์
จักรพรรดิอวี้ตี้และหนานกงเย่หลุบตาลง แววตาของทั้งคู่หรี่แสง พระมเหสีหวาคิดอะไรอื่นไม่ออกและได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น
พระพันปีดูเหมือนจะรำคาญพระทัยจึงเอ่ยอย่างทรงกริ้วว่า “หุบปาก!”
พระมเหสีหวาหยุดร้องโดยฉับพลัน พระนางปิดปากและยืนข้างๆ ทั้งที่น้ำตายังไหล ไห่กงกงเข้ามาประคองพระมเหสีหวาให้หลบไปข้างๆ พระพันปีมองท่านอ๋องตวนอยู่นานกว่าจะตรัสขึ้นว่า “แม่รอเจ้าอยู่นะ ถ้าเจ้าไม่ฟื้นขึ้นมา แม่จะไปพาเจ้าไปพบเสด็จพ่อของเจ้าเอง เสด็จพ่อของเจ้าฝากฝังเจ้าไว้กับแม่ก่อนสิ้นพระชนม์ กำชับให้แม่ปกป้องพวกเจ้าให้ดี เมื่อปกป้องไม่ได้ แม่เองก็ไม่คิดจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”
“เสด็จแม่...” ทันใดนั้นอ๋องตวนก็ส่งเสียงออกมา ฉีเฟยอวิ๋นตกใจมากและรีบเข้าไปตรวจดูท่านอ๋องตวน อ๋องตวนค่อยๆ ลืมตาขึ้นและฝืนยิ้มออกมา ใบหน้าของเขาขาวซีดไร้สีเลือด แต่รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์
“เหยี่ยนเอ๋อร์...” พระพันปีน้ำพระเนตรคลอ กุมมือของอ๋องตวนแน่นขึ้น อ๋องตวนยิ้ม
“เหยี่ยนเอ๋อร์...” พระมเหสีหวารีบวิ่งเข้ามา อ๋องตวนเหลือบมองพระมเหสีหวาและค่อยๆ หลับตาลง
ฉีเฟยอวิ๋นรีบนำยาลูกกลอนมายัดใส่ปากของท่านอ๋องตวน อ๋องตวนกลืนยาลงคอก่อนที่จะหมดสติไป ฉีเฟยอวิ๋นถอนหายใจอย่างโล่งอก เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้า
“ขอเพียงแค่กินยาเข้าไปอาการก็จะดีขึ้นเองเพคะ เสด็จแม่เพิ่งจะปลุกให้ท่านอ๋องตวนตื่น เชื่อได้เลยเพคะว่าท่านอ๋องตวนฝืนขึ้นมาเพื่อเสด็จแม่”
แม้ว่าฉีเฟยอวิ๋นจะไม่รู้แน่ว่าเหตุใดอ๋องตวนจึงตื่นขึ้นมาเพราะพระพันปี แต่นางก็เข้าใจว่าท่านอ๋องตวนได้ยินสิ่งที่พระพันปีพูดจึงฟื้นขึ้นมา
พระพันปีกุมมือของท่านอ๋องตวนไว้ ทันใดนั้นสีพระพักตร์ก็เยือกเย็นขึ้นทันที “อ๋องเย่ เจ้ารีบไปปิดล้อมทั้งเมืองหลวงเอาไว้ ข้าจะจับพวกมันมาสับให้ละเอียด”
“จับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ” หนานกงเย่ตอบ พระพันปีลุกขึ้นและปล่อยมือจากท่านอ๋องตวน หันหลังเดินออกมาพลางครุ่นคิดอะไรไปด้วย
ทันใดนั้นพระพันปีก็แย้มสรวลจนฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกขนพองสยองเกล้า รู้สึกตื่นตระหนกราวกับเห็นสัตว์กระหายเลือด
“ฝ่าบาท พระองค์คือจักรพรรดิที่ไม่อาจทิ้งวังมานานๆ ได้ พระองค์เสด็จกลับไปก่อนเถิด มีคนท้องอยู่ตั้งสองตำหนัก เกิดอะไรขึ้นจะไม่มีใครคอยดูแล”
จักรพรรดิอวี้ตี้ทอดพระเนตรท่านอ๋องตวนที่อยู่บนเตียง จากนั้นจึงก้มพระเศียรลง “รบกวนเสด็จแม่ด้วย หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับอ๋องตวนอย่างไร เสด็จแม่โปรดแจ้งให้ทราบ”
“อืม ถ้าหากอ๋องตวนไม่มีชีวิตรอด พระองค์นำโลงศพมาสองใบเลยก็ได้ แม่ไม่มีหน้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ไปเป็นเพื่อนเขาเลยก็คงดี”
“เสด็จแม่...”
พระพันปีมีสายพระเนตรแน่วแน่ แม้แต่จักรพรรดิอวี้ตี้ก็ห้ามไม่ได้
พระพันปีหันไปมองจักรพรรดิอวี้ตี้ เดินเข้าไปหาพระองค์และจัดเสื้อคลุมมังกรให้จักรพรรดิอวี้ตี้ “อวี้เอ๋อร์... เสด็จพ่อของพระองค์มีพระสนมนับไม่ถ้วน มีองค์ชายมากมาย แต่เหลือแค่พระองค์และพวกเขาอีกสองคน พระองค์รู้ดีว่าการอยู่ภายใต้คมหอกคมดาบมากมายนั้นเป็นเช่นไร
แม้ว่าบ้านเมืองนี้จะพังทลาย แต่ก็ห้ามปล่อยให้ตกอยู่ในมือของผู้อื่นเด็ดขาด”
พระพันปีมีแววพระเนตรและรังสีที่ดุร้าย จักรพรรดิอวี้ตี้พยักหน้า “ข้าเข้าใจ!"
จักรพรรดิอวี้ตี้ว่าแล้วจึงเสด็จกลับ หนานกงเย่ตั้งใจจะไปคอยคุ้มกัน แต่ถูกพระพันปีเรียกไว้ก่อน “เย่เอ๋อร์ เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน”
หนานกงเย่หันกลับมามองพระพันปี พระพันปีตรัสว่า “ใครก็ได้เข้ามา”
ที่ด้านนอกมีคนคุกเข่าอยู่ “ข้ากระหม่อมถวายบังคม”
“นำกระแสรับสั่งของข้าไปแจ้งให้องค์รัชทายาททั้งหมดในเมืองหลวงทราบ ตั้งแต่ลำดับชั้นชินอ๋องไปจนถึงระดับหัวเจวี๋ย รวมถึงรัชทายาทรุ่นหลานของข้า ให้ทุกคนเข้ามายังตำหนักเฉาเฟิ่งเพื่อสวดภาวนาให้อ๋องตวน
เรียกทหารองครักษ์และแม่ทัพใหญ่ผู้ควบคุมทางทะเลมาคุ้มกันตำหนักเฉาเฟิ่ง หากเกิดอะไรขึ้นกับอ๋องตวนข้าจะส่งจดหมายเพลิง ในเมื่อเขาคือรัชทายาทของข้า ข้าจะไว้ทุกข์ให้แก่เมืองต้าเหลียง”
ฉีเฟยอวิ๋นตกตะลึง ทรงประสงค์จะปลิดชีวิตรัชทายาททั้งหมดเพื่อท่านอ๋องตวน อดีตจักรพรรดิมีพี่น้องรวมพระองค์ด้วยคือแปดพระองค์ แต่ละพระองค์มีพระโอรสอีกมากมาย ครอบครัวหนึ่งมีประมาณห้าถึงหกคน นับจากจักรพรรดิพระองค์ก่อนยังมีอีกเจ็ดพระองค์ ห้าคูณเจ็ดเท่ากับสามสิบห้า นอกจากนี้ยังมีลูกหลานอีกกว่าร้อยชีวิต
ฉีเฟยอวิ๋นหัวใจสั่นสะท้าน วิธีของพระพันปีช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก
มันไม่ถูกต้อง นี่ก็แค่การฆ่าคนเพื่อระบายความโกรธเท่านั้น
องค์รัชทายาทเหล่านั้น ที่น่ากลัวคือพวกเขาต่างก็หวาดกลัว
“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้ที่อยู่ข้างนอกเตรียมจะออกไป แต่พระพันปีตรัสต่อว่า “พวกที่ท้อง พวกที่ลูกยังเล็ก พวกที่เพิ่งแต่งงานยังไม่มีบุตร ยกเว้นพวกที่บิดาถึงแก่กรรมแล้วหรือพวกที่อาจจะตั้งครรภ์ได้ พาไปให้หมด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากคนผู้นั้นไปแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ชีวิตของอ๋องตวนผู้นี้ดูเหมือนจะสำคัญกว่าชีวิตของหนานกงเย่ เขากำลังจะตาย และรัชทายาททุกคนก็จะต้องตายไปพร้อมกับเขา
พระพันปีหันไปทอดพระเนตรหนานกงเย่ “ไปพาจวินฉูฉู่และอวิ๋นหลัวฉวนมานี่ หากเกิดอะไรขึ้นกับอ๋องตวน พวกนางจะได้เห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หนานกงเย่เหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นนิดหนึ่งก่อนจะหันหลังออกไป
ฉีเฟยอวิ๋นเดินไปดูอ๋องตวน พระมเหสีหวาน้ำตาไหลพราก
พระพันปีเดินไปประทับนั่งและพระทัยลอยอยู่อย่างนั้น
ฉีเฟยอวิ๋นเหนื่อยล้าแล้วและไปพักผ่อนอยู่ข้างๆ อย่างเป็นห่วง รอจนกระทั่งจวินฉูฉู่และอวิ๋นหลัวฉวนเข้ามา ฉีเฟยอวิ๋นจึงถูกปลุกให้ตื่น
จวินฉูฉู่ร้องไห้ขึ้นมาทันทีและไปคารวะพระพันปี จากนั้นจึงไปคารวะพระมเหสี สุดท้ายจึงไปดูท่านอ๋องตวนและคุกเข่าอยู่ข้างเตียงพลางร้องไห้
อวิ๋นหลัวฉวนมองอ๋องตวนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างใจลอยและไม่มีปฏิกิริยาใดๆ คนดีๆ คนหนึ่งกำลังจะตาย อวิ๋นหลัวฉวนรู้สึกไม่สบายใจและขอบตาก็เริ่มแดงก่ำ
จวินฉูฉู่ร้องไห้เสียงดังจนฉีเฟยอวิ๋นรำคาญ แต่พระพันปีและพระมเหสีหวาก็อยู่ที่นี่ด้วย นางเลยไม่กล้าพูดอะไรออกไป
จนกระทั่งเมื่อพระพันปีที่กรรแสงอยู่ทรงรำคาญพระทัยขึ้นมา
“ให้คนเข้ามาพาตัวพระชายาตวนไปข้างนอกและขังไว้” พระพันปีทอดพระเนตรมองจวินฉูฉู่อย่างเย็นชา ทันใดนั้นจวินฉูฉู่ก็นิ่งงันไป
จวินฉูฉู่รีบคว้าฉลององค์ของพระมเหสีหวาเอาไว้ “เสด็จแม่”
แม้ว่าจะร้องไห้ แต่พระมเหสีหวาก็เจ็บปวดใจจริงๆ จวินฉูฉู่ ไม่ว่าอย่างไรพระองค์ก็ทนมองไม่ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ