ฉีเฟยอวิ๋นมองนอกประตูอย่างไม่สบอารมณ์ปราดหนึ่ง อาอวี่ช่างไม่มืออาชีพเสียเลย ร้องโหวกเหวกอะไรกัน รู้จักขายหน้าบ้างไหมเล่า?
ฉีเฟยอวิ๋นย่างเท้าไปยังประตู พลางกล่าวว่า "ท่านอ๋องไม่เป็นอะไรแล้ว กลับไปบอกพ่อบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง"
"พระชายา"
อาอวี่ได้ยินเสียงฉีเฟยอวิ๋นพลันรีบเรียกนางทันควัน
"กลับไปเถอะ"
ฉีเฟยอวิ๋นหมุนกายเดินกลับอย่างดูแคลน องค์หญิงใหญ่เดินมาในทิศทางนาง เมื่อฉีเฟยอวิ๋นเห็นพระองค์พลันย่อกายคำนับ "เสด็จอาใหญ่"
"ทำไมหรือ?" สีหน้าองค์หญิงใหญ่อิดโรย เนื่องจากไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ฉีเฟยอวิ๋นตอบ "ไม่มีอะไรแล้วเพคะ ท่านอ๋องแค่ไม่อยากลุกขึ้น ยังอยากนอนต่อเพคะ"
"เฮ้อ เหมือนตอนเด็กไม่มีผิด ดื้อดันยิ่งนัก" องค์หญิงใหญ่หมุนกายเหินเดินไปทางหนานกงเย่ เมื่อถึงหน้าประตูพลันผลักประตูเข้าไป ฉีเฟยอวิ๋นตามอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็ปิดประตู ต่อด้วยยกเก้าอี้ให้องค์หญิงใหญ่นั่ง
"เชิญเสด็จอานั่งเพคะ"
องค์หญิงใหญ่มองฉีเฟยอวิ๋นปราดหนึ่ง "เจ้ารู้จักกาลเทศะดีนี่"
หนานกงเย่หลับตาพริ้มคล้ายกับหลับลึกมาก องค์หญิงใหญ่จัดแจงอาภรณ์ก่อนจะนั่งลงมากล่าวว่า "เจ้ายังไม่ลืมตาอีก รอให้ข้าตีเจ้าหรือไร?"
หนานกงเย่จึงลืมตาขึ้น ก่อนจะมองไปยังองค์หญิงใหญ่
"เสด็จอา"
ใบหน้าองค์หญิงใหญ่เรียบเฉย "กลยุทธ์ตบตาของเจ้า เล่นได้ดีมากเลยนี่?"
"เสด็จอาสั่งสอนดีพ่ะย่ะค่ะ"
“……” ฉีเฟยอวิ๋นหมดคำจะพูด นี่จะผลักความรับผิดชอบให้องค์หญิงใหญ่หรือ
องค์หญิงใหญ่ก็ไม่อินังขังขอบ ถามเพียงว่า "ข้าถามเจ้า เจ้าสังหารหรงชินอ๋องหรือไม่?"
หนานกงเย่เปรย "อย่างไรเสียเขาก็เป็นโอรสของเสด็จอาเจ็ด ข้ายังไม่เลอะเลือนปานนั้น แต่ตอนข้าเข้าไปครั้งแรก เขายังบอกกับข้าอยู่เลยว่าเขาไม่ได้ฆ่าคน จากนั้นข้าคุยกับเขาสักพักก็ออกไป พอข้าเข้าไปหาเขาครั้งที่สอง เขากลับเปลี่ยนคำให้การ บอกว่าเขาเป็นคนสั่งการเอง ข้าจึงเขียนคำสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วให้เขาลงลายนิ้วมือ
หลังจากที่ข้าออกไปก็ได้ยินว่าเขาเสียชีวิตแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ฉีเฟยอวิ๋นก็รู้สึกฉงนสนเท่ห์ "เช่นนี้แสดงว่าครั้งแรกที่ท่านอ๋องเสด็จไป หรงชินอ๋องยังตั้งความหวัง ไม่คิดสารภาพ แต่เมื่อท่านอ๋องไปครั้งที่สอง เขาก็ยอมรับแล้ว ระหว่างนั้นมีคนเคยไปพบหน้าหรงชินอ๋องหรือไม่เพคะ?"
องค์หญิงใหญ่มองฉีเฟยอวิ๋น ทว่าไม่ได้รับสั่งสิ่งใด
หนานกงเย่กล่าว "ข้าไม่เข้าใจ เพราะถูกขังกะทันหันเกินไป แต่การสิ้นชีพของหรงชินอ๋องต้องปกป้องผู้อื่นได้แน่"
องค์หญิงใหญ่ลุกขึ้นยืน "เข้ามา"
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจ ไฉนจึงมีคนอยู่ด้านนอก?
หนึ่งในนั้นมีเว่ยหลินชวนเข้ามาด้วย เขายื่นพู่กันในมือให้หนานกงเย่ "เชิญท่านอ๋องเย่ลงนามพ่ะย่ะค่ะ"
หนานกงเย่ลุกขึ้นลงลายนิ้วมือในหนังสือคำให้การ
จากนั้นเว่ยหลินชวนนำคำให้การเดินออกไป หนานกงเย่กลับไปนอนอีกครั้ง พลางมองเว่ยหลินชวนที่เดินออกไป
องค์หญิงใหญ่ไม่ธรรมดาจริงแท้ กล่าวสีหน้าเรียบเฉย "ข้าไม่หาเรื่องเจ้า แต่เจ้าดันคิดจะเล่นกับข้าขึ้นมา เจ้าเป็นถึงท่านอ๋อง วันๆไม่คิดจะใช้สมองแบ่งเบาภาระราชกิจแล้ว ยังคิดจะสร้างความวุ่นวายกับเรื่องเล็กเรื่องน้อยอีก
จั่วจงเจิ้งเป็นคนดีมีศีลธรรม เคยมีความคิดเลวๆเมื่อใด ส่วนพระชายาของเจ้า ไม่เอาไหนเพียงใด เจ้าไม่รู้หรือ?
ก่อนนางจะแต่งงานเข้าจวนเจ้า นางมีภาพลักษณ์เช่นไรในเมืองหลวง หรือเจ้าไม่รู้?
จั่วจงเจิ้งเป็นใคร จะชื่นชอบนางได้อย่างไร?"
ฉีเฟยอวิ๋นหน้าดำเขียว หมายความว่าอย่างไร?
นางไม่ได้พิกลพิการเสียหน่อย ใบหน้าก็ออกจะงดงามหยาดเยิ้ม
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวอย่างไม่เต็มใจยอมรับสิ่งที่โดนวิจารณ์ "หม่อมฉันไม่เห็นด้วยกับรับสั่งของเสด็จอาเพคะ ต้องตรัสว่าจั่วจงเจิ้งไม่คู่ควรกับหม่อมฉันเพคะ ท่านอ๋องนั้นสูงศักดิ์ จั่วจงเจิ้งเทียบเคียงไม่ได้เลยเพคะ"
หนานกงเย่ฟังแล้วรู้สึกรื่นหู กล่าวคล้อยตามว่า "จริงพ่ะย่ะค่ะ"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ