เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ฉีเฟยอวิ๋นก็ไม่เห็นคนข้าง ๆ แล้ว หลังจากที่ตื่นขึ้นมาก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงความกังวล และนี่ก็ยังเป็นเวลาเช้าอยู่
ฉีเฟยอวิ๋นออกมาจากห้อง และไม่กล้าที่จะประมาท
สถานการณ์ในตอนนี้ของนางเป็นอย่างไรนั้น คนอื่นไม่รู้ แต่นางจะไม่รู้ไม่ได้
ความตายไม่มีอะไรน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือไม่สามารถตายได้
อาอวี่ยืนอยู่นอกประตู ฉีเฟยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
เมื่ออาอวี่เห็นฉีเฟยอวิ๋นเดินมาแสดงความเคารพในทันที:“พระชายา!”
ฉีเฟยอวิ๋นมองไปที่อาอวี่ และเห็นว่าอาอวี่ไม่ได้เป็นอะไร
ฉีเฟยอวิ๋นจึงถามว่า:“ท่านอ๋องล่ะ?”
“ท่านอ๋องทรงไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่ลานบ้านแล้วพ่ะย่ะค่ะ และสั่งให้ข้าคุ้มกันพระชายาอยู่ที่นี่ พระชายาทรงเสด็จไปเสวยอาหารก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ แล้วค่อยไปพบท่านอ๋องที่ลานบ้าน”
ฉีเฟยอวิ๋นจึงไปทานอาหารก่อน จากนั้นก็ตามอาอวี่ไปที่ลานด้านหน้าบ้าน ระหว่างทางนางคิดเรื่องต่าง ๆ มากมาย
“อาอวี่” ฉีเฟยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะถาม
“พ่ะย่ะค่ะพระชายา”
“เรื่องที่เจ้าเคยเห็นข้าป้อนเลือดให้ท่านอ๋อง เจ้าเคยพูดเรื่องนี้กับใครหรือไม่?” มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเลือดของนางมีประโยชน์ ในเวลานี้ฉีเฟยอวิ๋นก็นึกขึ้นมาได้ว่านางไม่สามารถถูกลอบทำร้ายอย่างไม่ชัดเจนเช่นนี้ได้ นางจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนให้ได้
เช่นนั้นก็ต้องเริ่มจากการตรวจสอบคนที่นางเคยพบในจวนอ๋องเย่เสียก่อน
และอาอวี่ก็เป็นคนแรก
เหตุใดอาอวี่ถึงไม่เคยได้ยินเรื่องที่คนร้ายดักลอบทำร้ายฉีเฟยอวิ๋น ท่านอ๋องไม่เคยถาม และคนในจวนก็ไม่ได้เปิดเผย สรุปได้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ดูแปลก ๆ
เมื่อก่อนเวลาที่เกิดเรื่องขึ้นในจวนอ๋องเย่ ท่านอ๋องก็จะสั่งการบางอย่าง แต่คราวนี้กลับไม่มีการสั่งการใด ๆ แต่มีการเตรียมการไว้แล้ว
และการเตรียมการที่ว่าก็คือการที่เขามาคอยคุ้มกันพระชายา
อาอวี่ไม่แน่ใจมากนัก แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครพูด อาอวี่ก็สังเกตเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระชายาในคราวนี้ เกี่ยวข้องกับเลือดของนาง
พระชายาทรงถามเรื่องเลือด ซึ่งช่วยยืนยันความคิดของอาอวี่ได้
อาอวี่ส่ายหัวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เรื่องที่พระชายาทรงช่วยท่านอ๋อง มีเพียงไม่กี่คนในจวนที่รู้ วันนั้นพระชายาทรงอาการสาหัส แต่ก็ยังช่วยท่านอ๋องไว้ ข้ากับพ่อบ้านก็อยู่ที่นั่นด้วย แต่คนอื่น ๆ อีกไม่กี่คนในจวน ก็เห็นเช่นกัน เรื่องนี้คงแพร่กระจายไปภายในจวนแล้ว ส่วนใครเป็นคนแพร่งพรายนั้น คงต้องทำการตรวจสอบ และหากไม่ได้รับอนุญาตจากท่านอ๋อง ข้าจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไปอย่างเด็ดขาด
ข้าจดจำกฎระเบียบภายในจวนได้อย่างขึ้นใจ และระลึกถึงกฎของท่านอ๋องอยู่เสมอ พระชายาได้โปรดทรงตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฉีเฟยอวิ๋นพยักหน้า:“ข้ายังคงเชื่อเจ้า เพียงแต่ในจวนมีคนจำนวนมาก และข้าก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก หากพวกเขาต้องการทำร้ายข้า มันก็เป็นไปได้ ถึงอย่างไรข้าก็เคยทำให้ผู้อื่นเคียดแค้นชิงชัง”
ฉีเฟยอวิ๋นสำนึกผิดอย่างจริงใจ และรู้สึกเสียใจกับการกระทำที่เหลวไหลของเจ้าของร่างเดิม
บุตรสาวผู้สง่างามของท่านแม่ทัพ เป็นที่น่าขบขัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าเศร้า แต่เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ!
อาอวี่ไม่พูดอะไร เขาเหลือบมองไปที่ฉีเฟยอวิ๋น นางฆ่าน้องสาวของเขา เขาจะไม่เกลียดชังนางได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการช่วยเหลือจากนางหลายครั้ง เขาจึงทำร้ายนางไม่ลง
แต่เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ อาอวี่ก็ยิ่งรู้สึกสับสนและไม่สามารถลงมือกับนางได้อีก
เมื่อฉีเฟยอวิ๋นเห็นว่าอาอวี่ไม่พูด นางจึงพูดว่า:“ข้าขอโทษจริง ๆ เรื่องน้องสาวของเจ้า ถ้าเจ้าอยากจะฆ่าข้า ข้าก็ยินดีที่จะตายด้วยน้ำมือของเจ้า”
หลังจากพูดจบ ฉีเฟยอวิ๋นไม่รอให้อาอวี่ตกตะลึง นางก็เดินไปข้างหน้าแล้ว
ไม่ต้องบอกฉีเฟยอวิ๋นก็รู้ว่าอาอวี่เกลียดชังนาง
นางไม่อยากให้อาอวี่เป็นหนี้บุญคุณมากเกินไป จนทำให้อาอวี่ไม่กล้าลงมือกับนาง
เป็นหนี้ต้องคืนเงิน ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ล้วนเป็นเรื่องของสัจธรรม และฉีเฟยอวิ๋นก็ไม่สนใจว่าอาอวี่จะมาแก้แค้นนางหรือไม่
ใครใช้ให้เจ้าของร่างเดิมเป็นหนี้กันล่ะ!
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ