ฉีเฟยอวิ๋นไม่ได้เอามาใส่ใจมากนัก นางไม่ล้มไปก็เป็นโชคอันดีมากแล้ว
สำหรับเฉินอวิ๋นเอ๋อร์ในเวลานี้ ไม่ได้หยิบมีดเล่มหนึ่งออกมานางก็พึงพอใจแล้ว อย่างไรก็ตามนางเป็นผู้ที่ทำให้เฉินอวิ๋นเอ๋อร์ไม่ได้เป็นพระชายารองของอ๋องเย่
"อ๋องเย่" เฉินอวิ๋นเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้และกระวนกระวายใจ ฉากเมื่อครู่นี้ต้องถูกเห็นเข้าแล้วเป็นแน่ ประมาทมากจนเกินไป ต่อไปจะอยู่ร่วมกับอ๋องเย่ได้เช่นไร!
“อวิ๋นเอ๋อร์ วันนี้ข้ามีงานรัดตัว หากมีเรื่องอันใดไว้ค่อยคุยกันวันหลัง อาอวี๋ ส่งอวิ๋นเอ๋อร์กลับไปหน่อย”
หนานกงเย่กล่าวจบก็หันเดินไปยังด้านนอกประตู เฉินอวิ๋นเอ๋อร์จู่ๆงุนงงนิ่งอึ้งหยุดร้องไห้ไปเลย ฉีเฟยอวิ๋นก็หันหลังและเดินตามออกไป
ท่านอ๋องก็บอกแล้วว่าค่อยคุยกันวันหลัง นางผู้เป็นชายาก็ไม่ควรกล่าวสิ่งใดอีก
ขณะที่เฉินอวิ๋นเอ๋อร์จากไปด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย พอเดินถึงตรงประตูเดินไม่ดีเลยล้มลง อาอวี่ไม่ได้ก้าวไปพยุงข้างหน้าและไม่ได้ถามไถ่
ฉากที่เฉินอวิ๋นเอ๋อร์ขัดขาพระชายาเขาเห็นด้วยตา หากมิใช่ว่าท่านอ๋องมาทันเวลา พระชายาคงจะล้มลงแล้ว
อาอวี่ไม่พอใจยิ่งนัก
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์ค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นโดยไม่สามารถสนใจว่าน่าอายเพียงใด แล้วรีบขึ้นยังรถม้า
คนขับรถม้ารีบขับรถม้าออกไป ส่วนอาอวี่ก็ขี่ม้าคุ้มกันอยู่ข้างหลัง
ฉีเฟยอวิ๋นเดินถึงที่ประตูแล้วมองดูรถม้าที่ห่างออกจากไป ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เรื่องอันน่าเศร้าที่สุดของผู้หญิงก็คือหลงคิดว่าจะเปลี่ยนใจของผู้ที่ไม่ชอบได้
แท้ที่จริงแล้วเจ้าของเดิมและเฉินอวิ๋นเอ๋อร์ไม่แตกต่างกันเลย เพียงแต่ว่าเจ้าของเดิมรุนแรงกว่า ขณะที่เฉินอวิ๋นเอ๋อร์สงวนตัวมากกว่า
แต่มีสำนวนว่า เท้าเปล่าไม่กลัวการใส่รองเท้า
เจ้าของเดิมกลายเป็นพระชายาเย่อย่างไม่ได้คาดฝัน เฉินอวิ๋นเอ๋อร์กลับรอมาได้เพียงสองมืออันว่างเปล่า
กระต่ายตื่นตัวยังกัดคนเลย นับประสาอะไรกับคน!
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์ร้อนใจ!
เมื่อหันกลับมาฉีเฟยอวิ๋นกำลังเตรียมตัวกลับ หนานกงเย่ยืนมองนางอยู่ตรงลานจวน ฉีเฟยอวิ๋นลังเลครู่หนึ่งแล้วเดินไปหาเขา
“ท่านอ๋อง”
หนานกงเย่กลับไม่ได้กล่าวถึงผู้ใดเลย หันกลับจากไปแล้วกล่าวขึ้นว่า "ข้าหิวแล้ว ทานข้าวกันเถอะ"
ฉีเฟยอวิ๋นรีบตามไปอย่างรีบร้อน เดิมทีอยากจะถามว่าเมื่อครู่เห็นเหตุการณ์ขัดขาของเฉินอวิ๋นเอ๋อร์หรือไม่ คำพูดนี้ติดอยู่ที่ปากแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็กลืนมันลงไป หากถามไปแล้วจริงจะได้สิ่งใด เขาไม่ได้สนใจใยดีนางถึงถามไปก็รังแต่เป็นการถามมากเกินจำเป็น ส่วนเรื่องอันแท้จริงที่เฉินอวิ๋นเอ๋อร์เป็นคนของฝ่ายพระมารดาของฮองเฮานั้น แม้ว่านางจะขัดขาเขาก็ไม่สามารถตำหนิได้
ทั้งนี้ทั้งนั้นนางก็เป็นแค่แพะรับบาป ยังจะมีสิ่งใดให้ถามอีก!
ถือซะว่านางโชคร้าย วันหลังก็ต้องระมัดระวังเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกคนเล่นงานแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
เมื่อมาถึงห้องทานอาหารทั้งสองก็ทานอาหารร่วมกัน
มื้อเที่ยงทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ มีกับข้าวสี่อย่างและน้ำซุปหนึ่งอย่างพร้อมด้วยคนคอยปรนนิบัติ
พ่อบ้านเก่าแก่ดูแลอยู่ข้างๆ ฉีเฟยอวิ๋นยกข้าวขึ้นทานโดยทานข้าวคำหนึ่งทานกับข้าวคำหนึ่ง ทานไปด้วยความสุข
ข้อดีที่ได้เปรียบที่สุดของการทานข้าวกับหนานกงเย่คือไม่มีใครแย่ง หนานกงเย่ทานน้อยอยู่แล้ว ถึงอาหารจะอร่อยแค่ไหน เขาก็ทานได้แค่ไม่กี่คำเท่านั้นเอง
ไม่เหมือนฉีเฟยอวิ๋นที่ทานมากหรือน้อย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความอยากของนาง
ฉีเฟยอวิ๋นทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็เช็ดปาก: "ท่านอ๋องค่อยๆทาน ข้าน้อยทานอิ่มแล้ว"
หนานกงเย่ถือตะเกียบไว้โดยกินไปไม่กี่คำ ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นฉีเฟยอวิ๋นทาน แต่นี่เกรงว่าจะเป็นความจริงครั้งหนึ่งเลย เป็นเหมือนหญิงสาวครอบครัวธรรมดาๆที่ทานอาหารอย่างไม่เสแสร้ง
ที่ผ่านมาหนานกงเย่ดูฉีเฟยอวิ๋นทานอาหารอย่างเสแสร้งด้วยท่าทางสะดีดสะดิ้ง ผู้ที่มองดูอยู่นั้นรู้สึกอึดอัดไปทั้วร่าง
“เอาออกไปเถอะ ข้าก็ทานเสร็จแล้ว”
หนานกงเย่ลุกขึ้นไปยังห้องโถงด้านหน้า ฉีเฟยอวิ๋นตามพร้อมกันไปด้วยกับเขา
ระหว่างทางทั้งสองอ้อมโถงทางเดินยาวอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ฝีเท้าก็ก้าวเดินประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์
ทังเหอเดินมาจากฝั่งหนึ่ง เห็นทั้งสองเข้าก็อดที่จะตะลึงไม่ได้อยู่ครู่หนึ่ง หากไม่ใช่เพราะพระชายานั้นฉาวโฉ่ด้านนอก ทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันจริงๆ
หนานกงเย่เห็นทังเหอหยุดลง: "มีธุระหรือ?"
“ท่านอ๋อง เรื่องที่ให้ผู้น้อยตรวจสอบเมื่อวาน ผู้น้อยตรวจสอบแล้ว”
“ได้เรื่องแล้วหรือ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ