ฉีเฟยอวิ๋นมองหนานกงเย่ซึ่งกำลังอ่านรายการบัญชีอย่างแปลกใจเล็กน้อย เขายังคงอ่านรายการบัญชีราวกับว่าเหลือหนังสืออยู่เพียงเล่มเดียว ทั้งยังอ่านอย่างใจจดใจจ่อเสียด้วย
คนอื่นๆ ต่างมองมาที่นาง มีเพียงหนานกงเย่ผู้เดียวที่มองบัญชีในมือของเขา
ฉีเฟยอวิ๋นรอให้เขาเงยหน้าขึ้นมาแต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาเสียที
ฉีเฟยอวิ๋นจึงทำได้เพียงต้องเดินตามออกไปข้างนอก หลังจากที่นางหันไป หนานกงเย่จึงค่อยๆ เงยหน้ามองแผ่นหลังของนาง นอกจากนี้ยังมองเข้าไปในม่านอย่างแปลกใจ แต่ในม่านไม่มีใครอยู่เลยนอกจากลูกชายของหมอในจวนผู้นั้น
เมื่อฉีเฟยอวิ๋นออกมาข้างนอกจึงเห็นว่าหมอในจวนอยู่ตรงกำแพงและกำลังจะปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่ยืนต้นตาย
ฉีเฟยอวิ๋นถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นพยานได้ว่าหัวใจของคนเป็นพ่อแม่นั้นมั่นคง แต่หัวใจของผู้เป็นลูกอาจจะไหวหวั่น!
การล้มตายถึงจะเป็นความผิดของสุนัขตัวหนึ่งก็จริง แต่เมื่อคนเราตกอยู่ในความสิ้นหวังและความโกรธ การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างจึงมักจะเป็นไปอย่างไร้เหตุผล
หมอประจำจวนร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่น จอนผมถูกย้อมไปด้วยสีขาว
ลูกชายของเขาเพิ่งจะอายุแค่สิบแปดปี ถ้าดูจากที่เห็น อย่างมากเขาก็น่าจะอายุแค่สี่สิบกว่าๆ เท่านั้น คนสมัยโบราณแต่งงานกันเร็วและเป็นไปได้ที่จะแต่งงานตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น พอแก่ตัวมาก็กลายมาเป็นแบบนี้
ถ้าเขายังไม่หมดแรงกายแรงใจ เขาคงจะไม่รีบขึ้นไปข้างบนเพื่อฆ่าตัวตายเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของนาง
แต่ผู้เป็นลูกชายทรมานผู้เป็นพ่ออย่างไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจมานานมาก ที่เห็นคือลูกๆ และพ่อแม่ ใครที่ทุ่มเทความรักให้มากกว่ากัน!
ในเวลานั้นเอง อาอวี่พาคนกลับมา ฉีเฟยอวิ๋นกระซิบที่ข้างหูของอาอวี่และอาอวี่ก็พยักหน้าก่อนจะถอยกลับไป
“ลูกเอ๋ย ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อ พ่อจะชดใช้ให้เจ้าด้วยชีวิต เจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดี” หมอในจวนร้องไห้ไปปีนต้นไม้ไป
ที่จวนอ๋องเย่ ทุกคนต่างเกลียดชังฉีเฟยอวิ๋น ยากมากกว่าจะได้มีคืนวันอันสงบสุข ทว่าตอนนี้กลับถูกทำจนกลับมาเลวร้ายอีกครั้ง
ทันทีที่พ่อบ้านชราเห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของคน เขาจึงรีบกลับไปแจ้งให้หนานกงเย่ทราบ
“ท่านอ๋อง ท่านรีบไปดูเถิดขอรับ พระชายาบ้าไปแล้ว”
หนานกงเย่ชายตาขึ้นและวางสมุดบัญชีเล่มสุดท้ายลง มีคนกำลังยุ่งอยู่กับการจัดเก็บกล่อง หนานกงเย่ลุกขึ้นและเอ่ยว่า “หมอในจวนคนหนึ่งตายไปก็มาหาข้า ข้าเหนื่อยไม่เป็นงั้นหรือ!"
“คือ?”
พ่อบ้านไม่เข้าใจ ท่านอ๋องน่ะหรือจะพูดแบบนี้?
ปกติหากพระชายาก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้นางจะต้องถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด ยิ่งโทษเช่นนี้ยิ่งไม่เคยพบเจอ ไม่ควรพูดเลยว่าให้ปล่อยมันไป
เหตุใดวันนี้เขาจึงพูดอย่างนั้น
พ่อบ้านไม่เข้าใจเหตุผล และหนานกงเย่ก็เดินออกไปอย่างผึ่งผาย
ฉีเฟยอวิ๋นเงยหน้ามองไปบนต้นไม้ ตะโกนออกไปว่า “คนที่อยู่ข้างล่างน่ะ หลบไปก่อน จะได้ไม่ขวางจนหมอประจำจวนตกลงมาแล้วไม่ตาย ต้องกลับขึ้นไปกระโดดลงมาใหม่อีก!”
“……”
หนานกงเย่เพิ่งออกมาจากห้องโถงด้านหน้าและได้ยินสิ่งที่ฉีเฟยอวิ๋นพูด จึงอดมองไปทางนางไม่ได้
ในตอนนี้สีหน้าของฉีเฟยอวิ๋นดูจริงจังแตกต่างจากรูปโฉมอันงดงามเพียบพร้อมที่เห็นจากภายนอกเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของนางแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เมื่อหนานกงเย่หันไปและเงยหน้ามองตามสายตาของฉีเฟยอวิ๋น เขาจึงเห็นว่าหมอประจำจวนปีนขึ้นไปถึงยอดไม้แล้ว เดิมทีไม้บนยอดไม้ก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อผ่านสายลมแห่งสารทและเหมันตฤดูก็ยิ่งพังทลายลงมาได้โดยง่าย หมอประจำจวนอาจจะตกลงมาเมื่อไหร่ก็ได้
หนานกงเย่ขมวดคิ้ว เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปยืนเคียงข้างฉีเฟยอวิ๋นจนรับรู้ได้ถึงกลิ่นกายของนาง เขาก้มหน้าลงและถามว่า “พระชายาคิดจะทำให้ลานของข้าสกปรก แล้วจะทำความสะอาดด้วยตนเองงั้นหรือ”
ฉีเฟยอวิ๋นตกใจจนสะดุ้ง จากนั้นจึงหันกลับไปมอง “ทะ... ท่านอ๋อง”
หนานกงเย่ไม่สนใจและเงยหน้าขึ้นมองข้างบน “ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ”
ใบหน้าของฉีเฟยอวิ๋นค่อยๆ แดงก่ำ เอ่ยอย่างเขินอายว่า “ท่านอ๋องช่างฉลาดปราดเปรื่อง ไม่เคยซ่อนเรื่องเช่นนี้จากสายตาอันคมกริบของท่านอ๋องได้เลย”
เมื่อถูกเปิดเผยแล้วก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก หลายๆ คนที่อยู่ในจวนท่านอ๋องเย่มองไม่ออกแต่หนานกงเย่กลับมองออก นับว่าน่าทึ่งมาก!
“ข้าอยากรู้ว่าพระชายามองออกได้อย่างไร เมื่อคิดว่าหมอในจวนผู้นั้นเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ ถ้าไม่ใช่เพราะเที่ยวเสาะหาหมอที่มีชื่อเสียงจากทุกแขนง ก็คงไม่พาเข้ามาในจวนให้ต้องขายหน้า”
หนานกงเย่เอามือไพล่หลัง สายตาของเขาเย็นชา
ฉีเฟยอวิ๋นกลัวว่าจะถูกสังเกตเห็น เรื่องเลือดกลายเป็นปัญหาใหญ่ไปแล้ว ถ้าคนอื่นรู้ว่านางมองทะลุร่างกายของผู้อื่นได้ การใช้ชีวิตของนางต้องจะยิ่งลำบากแน่ๆ
ด้วยเหตุนี้ฉีเฟยอวิ๋นจึงเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลนว่า “ข้าก็แค่ลองดูเท่านั้น เมื่อเห็นว่าเขายังตอบสนองจึงพอเดาได้”
“อืม”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ