องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ นิยาย บท 82

บอกยังไม่กินก็ขายหน้าแย่สิ

หนานกงเย่เหล่ตามองฉีเฟยอวิ๋นแวบหนึ่ง พลางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์รอ เจ้ากลับกินคนเดียว เห็นทีพระชายาจะอิสระในจวนมากขึ้นเสียแล้ว ถึงกับมีคนทำอาหารให้พระชายาโดยเฉพาะ?"

ฉีเฟยอวิ๋นไร้คำพูด นางไม่รู้ว่าควรพูดเช่นไรดี?

ทันใดนั้นท้องของฉีเฟยอวิ๋นดันร้องจ๊อกๆ รู้สึกประหม่ายิ่งนัก

หนานกงเย่มองฉีเฟยอวิ๋นอย่างมีเลศนัย ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า "ลำบากพระชายากินเป็นเพื่อนข้าอีกรอบเถอะ"

ตรงกับจุดประสงค์ของฉีเฟยอวิ๋นพอดี

เมื่อไปถึงห้องรับประทานอาหาร ฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่พลันนั่งลง ทั้งสองเริ่มทานมื้อเช้าด้วยกัน

ไม่มีใครพูดคุย เป็นการกินข้าวที่เงียบกริบมาก โดยเฉพาะฉีเฟยอวิ๋นที่กินจนขนลุกชัน

ปกติหนานกงเย่ไม่เคยรอนางกินข้าว ทำไมวันนี้จึงรอนางได้

มองอาหารเหมือนกับยาพิษอย่างไรอย่างนั้น ฉีเฟยอวิ๋นอยากกิน แต่ก็กังวลจะโดนทำร้ายด้วย

เวลาจึงเสมือนผ่านพ้นไปอย่างไร้ค่า ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกโล่งอก ในที่สุดก็กินข้าวหมดเสียที

"อาหารวันนี้ไม่อร่อยหรือ?" หนานกงเย่เห็นนางกินน้อยมาก

"ไม่หิวเพคะ" ฉีเฟยอวิ๋นฉายรอยยิ้มบานสะพรั่ง ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมออกไป

หนานกงเย่เช็ดปากอย่างเชื่องช้า เรียกนาง "เช้านี้พระชายาตาลีตาเหลือกเช่นนี้ จะไปที่ใด?"

ฉีเฟยอวิ๋นหยุดการกระทำ ไม่กล้าเอ่ยอะไร ส่งยิ้มให้หนานกงเย่ด้วยความประหม่า

"ดูไม่ดีเลย"

หนานกงเย่วางผ้าเช็ดปากในมือลง ก่อนจะเดินออกจากประตู ฉีเฟยอวิ๋นรีบเดินอาดๆอยู่ด้านหลัง นางยิ่งอ่านใจหนานกงเย่ไม่ออกก็ยิ่งอยู่ไม่เป็นสุข

มาถึงห้องโถง หนานกงเย่นั่งลง จากนั้นถามว่า "วันนี้ยังยุ่งอีกไหม?"

ฉีเฟยอวิ๋นคาดไม่ถึงว่าหนานกงเย่จะเปลี่ยนไปเร็วเพียงนี้ ณ ขณะนี้นางไม่ได้ไตร่ตรองอะไรมากมาย แค่พยักหน้ายอมรับ

"ขั้นตอนวันนี้สำคัญมากเพคะ" กล่าวจบฉีเฟยอวิ๋นก็ไปยังมุมแยกต่างหาก โดยมีผ้าม่านแขวนกั้นไว้

หนานกงเย่มองกล่องหีบหลายประเภทวางเรียงรายอยู่บนพื้น หลังตรวจสอบสิ่งของด้านในเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือก็ต้องส่งไปยังจวนของราชครูจวินตามจำนวนในรายการที่แนบมา

หนานกงเย่มองเวลาแล้วก็ลุกขึ้นกล่าวว่า "เตรียมรถม้า"

"พ่ะย่ะค่ะ"

คนที่อยู่ด้านนอกขานรับ ตัวฉีเฟยอวิ๋นก็ได้ยินอย่างแจ่มชัด นางรู้ว่าของพวกนี้จำต้องตรวจดูหลายรอบ ดังนั้นเวลานี้หนานกงเย่ก็ยุ่งมากเช่นกัน ถึงแม้ราชวงศ์ไม่ขัดสนของสิ่งเหล่านี้ ทว่าก็สะเพร่าไม่ได้

แม้นจะเป็นงานที่ไม่สำคัญ ทว่าก็เป็นงานละเอียดซับซ้อน ต้องพิถีพิถันมาก

ฉีเฟยอวิ๋นคาดว่าวันนี้นางต้องอยู่คนเดียวในจวนแน่ ถึงแม้จะรู้สึกกังวล ทว่าก็สบายไปอีกแบบ

เพราะตอนอยู่กับหนานกงเย่ นางรู้สึกอึดอัดมาก

ทว่านางคลับคล้ายคลับคล้ายว่าด้านหลังมีคนอยู่ เมื่อหันหลังกลับไปก็สะดุ้งตกใจจนหน้าซีดขาว

"ท่านอ๋อง"

ไอ้บ้าเอ้ย ตกใจหมดเลย ไม่รู้เหรอว่า คนทำให้คนขวัญเสีย มันถึงขั้นตายได้

"ข้าต้องไปจวนสกุลจวิน ไปกันเถอะ"

หนานกงเย่หันหลังเดินออกไป ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจ หันมามองสีผึ้งกุหลาบที่ใกล้ทำเสร็จ ฉีเฟยอวิ๋นเอ่ยขึ้นว่า "ข้ายังต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย หากท่านอ๋องรีบก็ไปก่อนเถอะเพคะ"

ด้านนอกไร้สุ้มเสียง ฉีเฟยอวิ๋นคิดว่าหนานกงเย่ออกไปแล้ว จึงหันมาทำสีผึ้งกุหลาบอย่างมุ่งมั่น

พอนางทำเสร็จก็ถึงเที่ยงแล้ว

หลังเก็บอุปกรณ์ให้เข้าที่เรียบร้อย ฉีเฟยอวิ๋นก็จัดแจงเสื้อผ้าแล้วไปที่ลานบ้าน

เหมันตฤดูอันหนาวเหน็บมีหิมะขาวนวลเริงระบำกลางอากาศ ถือว่าเป็นทิวทัศน์งดงามอย่างหนึ่ง ฉีเฟยอวิ๋นใช้ความเร็วของฝีเท้าปกติเดินไปด้านหน้าจวนอ๋องเย่ พลางคิดเรื่องไปจับหนอนไหมเย็น

ทันใดนั้นพลันเห็นมีคนยืนอยู่ตรงนั้น

พอนางหยุดเดินก็เห็นว่าหนานกงเย่กำลังรอนางอยู่

หิมะโรยตัวมาอยู่บนอาภรณ์สีดำของเขา จากนั้นก็กลิ้งลงสู่พื้น

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ