องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ นิยาย บท 87

มีคนเข้ามาจากด้านนอกประตู ฉีเฟยอวิ๋นกอดตนเองพร้อมกับรีบล่อตัวลงและกรีดเสียงร้องออกมาจากลำคอ

ประตูตำหนักข้างเปิดออกซึ่งหนานกงเย่เป็นคนแรกที่ได้ยินความเคลื่อนไหว แล้วก็วิ่งพุ่งไปทางตำหนักข้างในทันที

“หลิงอวิ๋น!”

อ๋องตวนนึกบางอย่างออกจากนั้นจึงเดินตามไปยังตำหนักข้าง ในเวลานี้หนานกงเย่ได้เข้าประตูไปแล้ว

ผู้ที่นอนอยู่บนพื้นคือจวินฉูฉู่ จวินฉูฉู่ถูกทำร้ายจนศีรษะแตกเลือดไหล ข้างๆมือมีมีดทิ้งไว้อยู่ หนานกงเย่มองไปรอบๆทันทีและพบฉีเฟยอวิ๋นเนื้อตัวสั่นเทาอยู่ใต้เก้าอี้

แว๊บเดียวเขาก็เห็นเลือดไหลที่แขนของฉีเฟยอวิ๋นและมีดก็อยู่ไม่ห่างจากฉีเฟยอวิ๋น

เดินไปอย่างรวดเร็วแล้วหนานกงเย่ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาในทันที ฉีกแขนเสื้อของ ฉีเฟยอวิ๋นออกแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าพันแขนของฉีเฟยอวิ๋นไว้

ไม่ได้มองจวินฉูฉู่เลยสักนิด หนานกงเย่ก้มลงอุ้มฉีเฟยอวิ๋นขึ้นแล้วหันหลังออกไปยังด้านนอก

เมื่ออ๋องตวนเข้าประตูมาเห็นจวินฉูฉู่ล้มนอนอยู่ตรงพื้นก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด

"ฉูฉู่"

อ๋องตวนกุลีกุจออุ้มจวินฉูฉู่ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดแล้วหันหลังวิ่งออกไปด้านนอก

“หมอหลวง หมอหลวง……”

ออกจากประตูอ๋องตวนก็ทรงตะโกนร้องอย่างตื่นตระหนกตกใจ

ไม่ไกลจากนั้นหนานกงเย่อุ้มฉีเฟยอวิ๋นซึ่งเนื้อตัวสั่นเทาเข้าไปในตำหนักบำรุงฤทัยแล้ว

จักรพรรดิอวี้ตี้ยังไม่ได้เสด็จจากไป เมื่อเห็นหนานกงเย่ที่ไร้ซึ่งสติบุกเข้าประตูมา: "เกิดอะไรขึ้น?"

"มิทราบได้"

หนานกงเย่เดินตรงไปยังเก้าอี้ข้างหน้าและทูลว่า: "น้องล่วงเกินแล้ว ขอฝ่าบาททรงอภัยให้ด้วย"

จักรพรรดิอวี้ตี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะกล่าว นี่เป็นการคารวะเขาหรือ?

“ท่านอ๋องผู้สง่างามดูใช้ได้ที่ใด ดูเจ้าสิทำให้ตำหนักบำรุงฤทัยของข้าอากาศเป็นพิษ แล้วเจ้ายังกล้าดูหมิ่นข้า! องครักษ์ กุมตัวอ๋องเย่ไปยังตำหนักจงเหรินซะ”

สวี่กงกงตื่นตระหนกเล็กน้อย นี่เกิดอะไรขึ้นเหรอเนี่ย!

หลังจากกล่าวจบจักรพรรดิอวี้ตี้ก็หันหลังจากไป

สวี่กงกงสีหน้าลำบากใจ: "อ๋องเย่ เชิญพะย่ะค่ะ!"

“ฉีเฟยอวิ๋น”

หนานกงเย่ตบๆฉีเฟยอวิ๋น ฉีเฟยอวิ๋นกอดหนานกงเย่เลยแล้วซบในอ้อมแขนของเขาและร้องไห้ออกมา

“โอ้ พระชายาเย่นี่เป็นอะไรหรือ?” สวีกงกงตื่นตระหนกตกใจ

หนานกงเย่อุ้มฉีเฟยอวิ๋นขึ้น: "สวีกงกง นำทาง"

สวีกงกงตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ต้องทำตามรับสั่งของฝ่าบาท ฝืนทำตัวสงบนิ่งพาตัวหนานกงเย่ไปยังตำหนักจงเหริน

สถานที่ที่หนานกงเย่ไปเป็นที่คุมขังที่เตรียมไว้สำหรับองค์ชายทั้งหลายในวังโดยเฉพาะ หากกระทำความผิดหรือมีสิ่งใดไม่ถูกต้องก็ขังสำนึกผิดที่นั่น

เมื่อมาถึงหน้าประตูของตำหนักจงเหริน สวี่กงกงก็โค้งตัว: "ท่านอ๋องเย่ข้างในหนาวยิ่งนักทรงระวังพระวรกายด้วย"

“สวี่กงกงกลับไปเถอะ”

หนานกงเย่ไปตำหนักจงเหรินราวกับว่าไปที่ตำหนักเฉาเฟิ่งยังไงยังงั้น สวีกงกงตกตะลึงและเงยหน้าเห็นว่าหนานกงเย่ได้เข้าไปในตำหนักจงเหรินแล้ว จึงส่ายหัวอย่างจนปัญญาและหันหลังกลับเพื่อไปกราบทูลต่อจักรพรรดิอวี้ตี้

จักรพรรดิอวี้ตี้ในเวลานี้มองไปยังจวินฉูฉู่ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยเลือดอย่างประหลาดใจ อ๋องตวนยืนยันว่าเป็นน้ำมือของฉีเฟยอวิ๋น จักรพรรดิอวี้ตี้สีหน้าหมองหม่น แม้แต่ฮองเฮาเฉินอวิ๋นชูก็ตกพระทัย พระองค์เสด็จมาเมื่อทรงได้รับข่าว ทันทีที่เข้ามาก็เห็นจวินฉูฉู่ได้รับบาดเจ็บเลือดเต็มศีรษะอยู่ในตำหนักบำรุงฤทัย

อ๋องตวนเป็นห่วงทุกข์ใจจึงคอยอยู่เคียงข้าง หมอหลวงกำลังวุ่นวายอยู่กับการรักษาซึ่งตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว

เฉินอวิ๋นชูรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเนื่องมาจากความกลัว

จักรพรรดิอวี้ตี้จับมือนางไว้และเช็ดเหงื่อในฝ่ามือของนาง

สามีภรรยายืนเคียงคู่กัน เฉินอวิ๋นชูสัมผัสได้ถึงความมีอยู่และสูญเสีย

เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นสวามีของนาง แต่นางนั้นรู้ดียิ่งกว่าผู้ใดว่าพระองค์ไม่เคยเป็นของนางเลย

จวินฉูฉู่ลืมตาขึ้นมองไปยังอ๋องตวนด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น อ๋องตวนถามขึ้นทันทีว่า: "ยังเจ็บอยู่หรือไม่?"

จวินฉูฉู่ในตอนนี้เวียนหัวไปหมด รู้เพียงแค่ร่ำไห้ครู่เดียวก็สลบไปอีก

ฮองเฮาเฉินอวิ๋นชูถามว่า: "หมอหลวงเจ้าดูสิว่าดีขึ้นบ้างหรือยัง? เลือดไหลออกมามากเช่นนั้นจะมีโรคใดเกิดขึ้นหรือไม่?"

หมอหลวงตอบตามความจริงว่า: “ทูลฮองเฮา ได้หยุดเลือดไว้แล้วแต่ว่าแรงของเก้าอี้ที่ทุ่มลงมานั้นมากซะจนทำให้พระชายาตวนทนไม่ไหว เกรงว่าอาจจะสลบไปสักสองสามวันพะย่ะค่ะ”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ