ในตอนเช้าตรู่ฉีเฟยอวิ๋นพลิกตัวไปมา มีคนนอนขว้างอยู่ข้าง ๆ และจับมือนางไว้แน่น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา นางก็เห็นใบหน้าที่ไม่น่ามองเป็นอย่างยิ่ง
ฉีเฟยอวิ๋นได้สติ และนึกถึงเหตุการณ์ที่น่าอับอายเมื่อคืนนี้
เมื่อคืนตอนที่กำลังจะมีอะไรกับหนานกงเย่ ระดูของนางก็มา
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงต้องยุติและตัดสินใจเลื่อนออกไปก่อน
แต่เห็นได้ชัดว่าหนานกงเย่ไม่พอใจ และนอนไม่หลับทั้งคืน เขาจับมือนางไว้ ราวกับกลัวว่านางจะหนีไป
เมื่อฉีเฟยอวิ๋นพลิกตัวกลับมา นางก็เผชิญหน้ากับหนานกงเย่พอดี หนานกงเย่ขยับเข้ามาจูบนางฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกหายใจไม่ออก ตื่นขึ้นก็เจอแบบนี้แต่เช้า นางรู้สึกว่าไม่ไหวจริง ๆ
แต่ทางด้านของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากำลังฮึกเหิม ฉีเฟยอวิ๋นยากที่จะต้านทาน โดยเฉพาะการเล้าโลมของเขา
หลังจากที่จูบกันอยู่ครู่หนึ่งก็หยุด หนานกงเย่หายใจหอบ และถามว่า:“นานแค่ไหนกว่าระดูของเจ้าจะหมด?”
“หม่อมฉันก็ไม่แน่ใจเพคะ อาจจะสามหรือห้าวัน บางครั้งก็เจ็ดหรือแปดวันเพคะ” ฉีเฟยอวิ๋นไม่เขินอาย นางเลียริมฝีปากของตัวเอง รสชาติใช้ได้เลย
“ไม่มีวันที่แน่นอนเลยหรือ ?” หนานกงเย่จูบอีกครั้ง และพลิกตัวไปกดฉีเฟยอวิ๋นไว้ข้างล่าง จากนั้นก็กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ครู่หนึ่ง
ฉีเฟยอวิ๋นทำได้เพียงให้ความร่วมมือ เมื่อความคึกคะนองของหนานกงเย่ลดลงแล้ว ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นจากเตียง
ฉีเฟยอวิ๋นไปดูหนอนไหมของนางก่อน มันเจริญเติบโตขึ้นมากและใส่ใบหม่อนเข้าไปอีก ฉีเฟยอวิ๋นควบคุมอุณหภูมิของห้อง และรอให้หนอนไหมพ่นไหมออกมา
หนานกงเย่เปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินไปข้าง ๆ ฉีเฟยอวิ๋น:“อยากอาบน้ำไม่ใช่หรือ อีกเดี๋ยวก็อาบซะที่นี่เลย”
ฉีเฟยอวิ๋นหันไปมอง:“เมื่อคืนหม่อมฉันบอกว่าอยากอาบน้ำเพคะ แต่วันนี้หม่อมฉันไม่ได้พูด”
ใครเขาอาบน้ำแต่เช้ากัน อากาศหนาวเช่นนี้
“เช่นนั้นก็ไปกินข้าวกันก่อน”
ฉีเฟยอวิ๋นถูกหนานกงเย่ลากไปกินข้าว หลังจากกินเสร็จแล้ว ฉีเฟยอวิ๋นก็เริ่มปวดเอว และไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกปวดมากกว่าปกติ
ฉีเฟยอวิ๋นเดินไม่ไหว และล้มตัวลงนอนบนเตียง
หนานกงเย่เป็นกังวล จึงนั่งเฝ้านางอยู่บนเตียง ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกหงุดหงิด เขาเป็นกังวลว่านางจะตาย หรือเป็นกังวลว่านางจะหนีไป?
เพื่อที่จะบรรเทาอาการปวด ฉีเฟยอวิ๋นจึงบอกให้คนไปเตรียมน้ำขิง หลังจากที่ดื่มแล้ว อาการของนางก็ดีขึ้น แต่นางยังไม่อยากลุกจากเตียง
จนกระทั่งมืดฉีเฟยอวิ๋นจึงยอมลุกขึ้นจากเตียง
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกปวดน้อยลงแล้ว นางจึงไปดูว่าหนอนไหมเย็นพ่นไหมออกมาแล้วหรือไม่ มันเริ่มพ่นไหมออกมาแล้ว ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจที่หนอนไหมเย็นพ่นไหมออกมาเป็นความเย็น
ฉีเฟยอวิ๋นหยิบมันขึ้นมาวางไว้ในมือ และอดไม่ได้ที่จะชื่นชม:“สรรพสิ่งในโลกนี้ช่างน่าพิศวงเสียจริง รู้สึกเย็นจริง ๆ ด้วย ”
หนานกงเย่รออยู่ในห้องมาทั้งวันแล้ว นางสนใจแต่หนอนไหมและไม่สนใจเขา
“เจ้าน่าพิศวงกว่าพวกมันเสียอีก”
หนานกงเย่เดินเข้าไปหาฉีเฟยอวิ๋น และเมื่อไปถึงตรงหน้าฉีเฟยอวิ๋น เขาก็กอดนาง:“เจ้าไม่คิดถึงข้าหรือ ?”
ฉีเฟยอวิ๋นกลอกตา หน้าไม่อาย กอดกันกลางวันแสก ๆ คนสมัยก่อนเปิดกว้างเช่นนี้เลยหรือ ?”
แล้วผู้ชายคนนี้นิสัยเปลี่ยนไปแล้วหรือ ?
ฉีเฟยอวิ๋นหลุดพ้นจากหนานกงเย่และไปนั่งลง และพูดอย่างโกรธเคืองว่า:“ท่านไม่กลัวว่าจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะหรือ ถึงอย่างไรท่านก็เป็นอ๋องเย่”
“เป็นอ๋องเย่แล้วอย่างไร ก็เป็นชายคนหนึ่งไม่ใช่หรือ ?” หนานกงเย่นั่งลงและบีบแก้มของฉีเฟยอวิ๋น และฉีเฟยอวิ๋นก็เอามือของเขาออกไป
“อ๋องเย่ผู้สง่างาม บีบแก้มของผู้อื่น หน้าไม่อาย ?”
“พะเน้าพะนอกับชายาของตน ใครจะกล้าพูดว่าหน้าไม่อาย ?”
“……”
ฉีเฟยอวิ๋นนิ่งอยู่สักพัก และทันใดนั้นก็ค้นพบเรื่องหนึ่ง การหยอกล้อกับหนานกงเย่เป็นเรื่องที่สบาย ๆ
การไม่ยึดถือว่าเขาเป็นอ๋องเน่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
“ทำไม ข้าพูดไม่ถูกหรือ ?” หนานกงเย่เอาบีบแก้มของฉีเฟยอวิ๋นอีกครั้ง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ