ครั้นมาถึงยังไม่ทันได้พัก ฉีเฟยอวิ๋นก็รีบร้อนกลับไป
หลังจากกลับเข้าเมืองฉีเฟยอวิ๋นถือโอกาสตอนที่คนไม่พลุกพล่าน รีบกลับเข้าไปในจวนอ๋องเย่ ทำลับ ๆ ล่อ ๆ คล้ายกับโจร
หนานกงเย่มองซ้ายแลขวาไปยังหน้าประตูสองครั้ง ครั้นเห็นว่าไม่มีใครจึงเดินตามเข้าไป
ฉีเฟยอวิ๋นรีบเข้าไปแช่น้ำร้อน หงเถาและลี่ว์หลิ่วเตรียมพร้อมอยู่ในจวนแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นวางกล่องยาลง และแทรกตัวลงไปในอ่างน้ำทันที จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างสบายอารมณ์
หนานกงเย่ผลักประตูเข้ามา หงเถาและลี่ว์หลิ่วต่างพากันก้มหน้าด้วยความตื่นตกใจ : “ท่านอ๋อง”
ฉีเฟยอวิ๋นแสดงสีหน้าเคร่งขรึมในทันที
“ออกไปเถอะ”
หนานกงเย่เอามือไขว้หลัง ฉีเฟยอวิ๋นยื่นมือออกไปหยิบเสื้อผ้า หงเถาและลี่ว์หลิ่วรีบพากันออกไปด้านนอก ครั้นประตูถูกปิดลงหนานกงเย่ก็เดินมาตรงหน้าเตียง จากนั้นก็หมุนตัวนั่งลง และมองไปยังฉีเฟยอวิ๋น
ฉีเฟยอวิ๋นเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าไม่ถึง จึงทำได้แค่ดึงมือกลับไป
“ข้าจะรอ อาบน้ำเสร็จจะได้พักผ่อน”
หนานกงเย่กล่าวพลางเริ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ฉีเฟยอวิ๋นกลัวว่าจะเสียสายตา จึงรีบอาบน้ำ ถือโอกาสตอนที่หนานกงเย่ก้มหน้าถอดเสื้อผ้านั้น รีบลุกขึ้นจากอ่าง หยิบเสื้อคลุมตัวนอกและวิ่งเข้าไปซ่อนตัวหลังฉากกั้น
ครั้นหนานกงเย่เงยหน้าขึ้นมาก็ไม่เห็นนางแล้ว หลังจากรออยู่ครึ่งวันฉีเฟยอวิ๋นก็คลุมตัวอย่างมิดชิดเดินออกมาจากหลังฉากกั้น
นางสวมเสื้อคลุมสีขาวหิมะตัวหนึ่ง ด้านบนดูหละหลวม ส่วนชายกระโปรงก็ดูพลิ้วสบาย
ใบหน้าของหนานกงเย่เคร่งขรึมลง : “จวนอ๋องของข้าไม่ได้เตรียมชุดนอนให้แก่ชายาหรือ ถึงให้ชายาใส่เสื้อผ้าหัวมังกุท้ายมังกรไม่เข้ากันเช่นนี้?”
“ข้าให้คนเหล่านั้นเตรียมไว้เช่นนี้ อากาศหนาว ใส่หลายชั้นจะได้อบอุ่น” จะใส่เสื้อชั้นในให้เขาเอาเปรียบได้อย่างไร?
หนานกงเย่ส่งเสียงฮึดฮัดออกมา และนั่งรอฉีเฟยอวิ๋น
ฉีเฟยอวิ๋นสีหน้าเศร้าหมองอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เดิมทีนางคิดจะใส่มากกว่านี้ เวลานี้จะให้ใส่เหมือนเขาได้อย่างไร
ครั้นเดินมาตรงหน้าของหนานกงเย่ ฉีเฟยอวิ๋นก็รีบขึ้นไปบนเตียงก่อน กระทั่งเอนกายนอนลง
หนานกงเย่ลังเลอยู่ชั่งขณะ จากนั้นก็เอนกายนอนลงเช่นกัน
หลังจากห่มผ้าแล้ว หนานกงเย่ก็หมุนตัวไปกอดฉีเฟยอวิ๋น จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นมา
ฉีเฟยอวิ๋นตกใจจนเบิกตากว้างและกลมโต ดีที่ไม่ถลนออกมา
“อุ๊บ...”
จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างดันคนที่อยู่ด้านบน ทั้งทุบทั้งตี หนานกงเย่อยากทำให้นางต้านทานไม่ได้ ฉีเฟยอวิ๋นยังคงดิ้นอีกพักใหญ่ กระทั่งสงบลง และหมดเรี่ยวแรง
หนานกงเย่ก็เหนื่อยหอบเช่นกัน ทำสงครามยังไม่เหนื่อยถึงเพียงนี้ แต่การรับมือกับผู้หญิงเพียงคนเดียวกลับทำให้เขาเหนื่อยจนเหงื่อออกเลยทีเดียว
หนานกงเย่เหงื่อออกไม่น้อย กระทั่งหายใจหอบตลอดเวลา
“อีกเดี๋ยวข้าต้องออกไปช่วยผู้ลี้ภัยในวัดเฉิงหวงเหล่านั้น” ครั้นผลักไม่ได้ ฉีเฟยอวิ๋นจึงเอ่ยเหตุผล
หนานกงเย่เพิ่งสงบลงได้ไม่นาน กลับให้ฉีเฟยอวิ๋นราดน้ำเย็นใส่อีกครั้ง ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นดูแย่ลง จนฉีเฟยอวิ๋นอดมองตรง ๆ ไม่ได้
แต่เขาเป็นถึงท่านอ๋อง ย่อมมีการชั่งน้ำหนักเหตุผลของตัวเอง ราษฎร์ใต้หล้า ชาวบ้านจำนวนมาก สำหรับเขาแล้ว ย่อมมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์
เขาเหม่อมองออกไปด้านนอกด้วยความลังเลชั่วครู่ จากนั้นก็ผละออกจากฉีเฟยอวิ๋น ล้มตัวลงนอน และเริ่มหายใจถี่ขึ้น
ฉีเฟยอวิ๋นถูกทรมานมาโดยตลอด ประกอบกับนอนไม่หลับมาหนึ่งคืนเต็ม เวลานี้จึงเกิดอาการง่วง คงจะได้พักผ่อนจริง ๆ เสียที
จากนั้นก็พลิกตัว ฉีเฟยอวิ๋นดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว และแกล้งหลับ
หนานกงเย่นอนอยู่ชั่วครู่ ครั้นเห็นว่าคนข้างกายหลับไปแล้ว ก็ทำได้เพียงกึ่งชิดกึ่งถอยและหลับไปด้วยกัน
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ฉีเฟยอวิ๋นได้ลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า แบกหญ้าก้นจ้ำขาว*ที่นำกลับมาด้วยไว้บนหลัง ครั้นเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยก็ออกจากจวนไปพร้อมกับอาอวี่
วันนี้ทำให้ฉีเฟยอวิ๋นตกใจอย่างมาก เมื่อวานมีผู้ลี้ภัยมากสุดแค่หนึ่งร้อยคน วันนี้เพิ่มขึ้นมาเป็นห้าร้อยถึงหกร้อยคน ทั่วทั้งเมืองหลวงเกือบจะกลายเป็นสถานที่ที่ผู้ลี้ภัยในละแวกใกล้เคียงต้องมาที่นี่ ประมาณว่าคิดถึงแผ่นแป้งเหล่านั้นของฉีเฟยอวิ๋น
ฉีเฟยอวิ๋นไม่กล้าชักช้าอีกแต่อย่างใดรีบสั่งให้อาอวี่ไปเชิญคนของแม่ทัพทังเหอมาโดยด่วน มีคนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่นอกเมือง หากเบื้องบนรู้เข้า เกิดตรวจสอบขึ้นมาคงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากเป็นแน่ ไม่สู้ยอมตกกระไดพลอยโจน เปิดประตูคลังเก็บข้าวในนามของแม่ทัพไปเลยดีกว่า
อีกทั้งเรื่องไม่สมควรโต้แย้ง จึงห้ามผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องสะเทือนถึงจวนท่านแม่ทัพ ครั้นทังเหอจัดการเรื่องราวเรียบร้อย ฉีเฟยอวิ๋นจึงสบายใจลง
ฉีเฟยอวิ๋นตระเตรียมแผ่นแป้งไว้พร้อม ก่อนจะเดินไปตรวจอาการให้แต่ละคน นางตรวจอาการให้ใครก็ยื่นให้แก่คนนั้น เช่นนี้จึงเกิดความล่าช้าไปบ้าง
“วันนี้ข้านำแป้งแผ่นมาไม่มากนัก ทุกคนได้โปรดอดทนรอ อย่างบุ่มบ่าม อีกเดี๋ยวจะมีคนมาส่งให้ รบกวนให้เด็กและอาวุโสก่อนนะเจ้าคะ”
ฉีเฟยอวิ๋นชี้แจงกับทุกคน ถึงอย่างไรครั้นยื่นมือออกไปหยิบ คงไม่มีใครกล่าวอะไรได้
ครั้นทังเหอรรู้เรื่องนี้ ก็รีบไปจัดกำลังคน เก็บกวาดตามถนนตรอกซอยจนสะอาด จากนั้นทิ้งเหรียญเงินไว้ ก่อนจะขึ้นรถและจากไป
พ่อบ้านอาวุโสในจวนท่านแม่ทัพไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ครั้นมาเชิญถึงจวนอ๋องเย่ ย่อมไม่กล้าละเลย
หลังจากเจอแม่ทัพที่น่าเชื่อถือได้ในจวนท่านแม่ทัพทั้งสองคนแล้ว ก็พาทหารอีกห้าร้อยนายไปยังวัดเฉิงหวงที่อยู่นอกเมือง
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ทังเหอและคนของแม่ทัพได้แบ่งกำลังเป็นสองกลุ่มมายังสถานที่รวมตัวของวัดเฉิงหวง
ครั้นเห็นคนมา ฉีเฟยอวิ๋นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทหารทำหน้าที่เฝ้ารักษาการณ์ จวนอ๋องเย่และทังเหอวางแผนจัดการ อาหารถูกส่งมาอย่างรวดเร็ว จำนวนไม่มากนัก ถือว่ายังพอช่วยปลอบประโลมได้บ้าง
ฉีเฟยอวิ๋นจัดการเรื่องราวเสร็จสิ้น ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ต่อให้เรื่องนี้จะออกมาดีหรือไม่ดี ล้วนเป็นเรื่องเลวร้ายทั้งสิ้น!
เบื้องบนคิดว่าจวนอ๋องเย่คิดอยากเอาหน้า จักรพรรดิอวี้ตี้จะคิดอย่างไร เขายังไม่สิ้นชีวา จวนอ๋องเย่จะร้อนใจไปใย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ