บทที่172แพงเป็นพิเศษ2

ไม่ว่าจะพูดอย่างไร การแข่งขันก็ยังดำเนินไปเช่นนี้

“ไม่บอกก็ไม่บอก!”

“แต่ฉันเตรียมชุดไว้ให้พวกคุณแล้วด้วย”

“หืม?”ฉินลี่เยี่ยประหลาดใจ “อยากให้ฉันเป็นตัวเเทนให้เธอเหรอ? ฉันหล่อขนาดนี้ ตาแหลมไม่เบาเลยนะ”

เฉียวอวี่ถง “……”

หลงตัวเองขนาดนี้ จะทำอย่างไรดี?

“หม่ามี๊ ชุดอะไรฮะ?”

“เป็นชุดที่หม่ามี๊เข้าแข่งขันแล้วถือโอกาสทำให้พวกหนูด้วยชุดหนึ่ง”เสื้อผ้าสามชุด ลักษณะของชุดสุดท้ายคือความสุข สามคนพ่อแม่ลูกครอบครัวสุขสันต์ แม้พวกเขาจะไม่สามารถขึ้นเวทีไปกับเธอได้ แต่พวกเขาอยู่ให้กำลังใจข้างล่างก็ไม่ต่างกัน

“เธอเข้ารอบตัดสิน งานแต่งงานของเรา ถึงตอนนั้นก็คือเรื่องมงคลมาที่บ้านพร้อมกัน”

“คุณอย่าพูดให้ดีเกินไปนักเลย ถึงตอนนั้นถ้าตกรอบจะทำอย่างไร?”มั่นใจมาจากไหน ใครให้มา? เธอไม่ได้มีประวัติคะแนนที่ดีเลิศสักหน่อย

ฉินลี่เยี่ยหัวเราะ

“เสื้อผ้าไว้รอวันนั้นฉันค่อยให้พวกคุณนะ รักษาความเซอร์ไพรส์ไว้”

ไม่กี่วันนี้เฉียวอวี่ถงยุ่งมาก อยู่ที่บริษัทเตรียมตัวก่อนการแข่งขัน อยู่ที่บ้านต้องเลือกรูป ลองชุด ไม่พูดถึงชุดแต่งงานของพวกเขาไม่ได้ ต้องโดดเด่นกว่าที่เธอออกแบบมาก อย่างไรเสียก็เป็นชุดไฮเอนดีที่สั่งทำเป็นพิเศษที่ฉินลี่เยี่ยจ่ายเงินไปเยอะ

บางทีก็รู้สึกลึกๆว่าฟุ่มเฟือยสิ้นเปลือง

“เธอชอบก็ดีแล้ว”

แหวนแต่งงานของพวกเขายังคงเป็นวงเดียวกับก่อนหน้านี้

ตอนที่เฉียวอวี่ถงไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงเธอแค่คิดว่าแหวนวงนี้ดูพิเศษ หลังจากนั้นถึงรู้ว่าความจริงแหวนนั้นแพงเป็นพิเศษ

“ฉันจำได้ว่ามีรูปหนึ่งที่ฉันชอบมาก ทำไมตอนนี้หาไม่เจอแล้ว”เฉียวอวี่ถงเอาอัลบัมรูปและรูปใบเดี่ยวที่อยู่บนโต๊ะพลิกไปพลิกมาก็หารูปที่ตัวเองต้องการไม่เจอ “เป็นรูปนั้นที่คุณ”

ฉินลี่เยี่ยเข้าใจสิ่งที่เฉียวอวี่ถงจะสื่ออย่างชัดเจน

รูปใบนั้นเป็นประวัติที่ดำมืดของเขาโอเคไหม?

“ถงถง มองมก็พอแล้ว คุณอย่างให้ผมแสดงออกอย่างไร ผมจะแสดงออกอย่างนั้น”เขาแอบเอารูปนั้นไปซ่อนแล้ว “เธอจำผิดแล้วหรือเปล่า ที่ฉันเอากลับมาก็มีแค่พวกนี้แหละ”

เฉียวอวี่ถงจ้องตาฉินลี่เยี่ยอย่างไม่คิดจะขยับ

“หรือว่าตอนที่ช่างภาพแก้รู้แล้วรู้สึกว่าดูไม่ดีเลยลบทิ้งไปแล้ว?”

“คุณเอาไว้ตรงไหน?”

ฉินลี่เยี่ยส่ายหัว

“เหอะ”เฉียวอวี่ถงรู้แล้วว่าอย่างไรถึงจะรับมือกับฉินลี่เยี่ยได้ดีที่สุด “อย่างนั้นคุณก็กอดรูปนั้นไปคนเดียวตลอดชีวิตเลย”พูดจบก็หมุนตัวจะออกไป

ฉินลี่เยี่ยเห็นแล้วก็ร้อนรน “อย่าไป อย่าไป! ถงถง รูปอยู่นี่”

สารภาพเองหมดเปลือก ทำไมถึงเปิดเผยเร็วขนาดนี้

อารมณ์ของเฉียวอวี่ถงเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าเปลี่ยนหน้าหนังสือ “เอาออกมาแต่แรกก็ดีแล้ว”

นิทานเด็กเลี้ยงแกะ แม้บางทีจะไร้ประโยชน์ แต่บางครั้งก็มีประโยชน์มาก

ฉินลี่เยี่ยไปต่อไม่ถูก

“เธอดีใจก็ดี”

ฉินลี่เยี่ยซบไหล่เฉียวอวี่ถงมองรูปที่น่าอับอายและไร้แก่นสารที่สุดของตัวเองตั้งแต่เคยมีมา ในใจถามถึงช่างภาพอยู่นาน เพราะรูปนั้นช่างภาพเป็นคนถ่าย ถูกเฉียวอวี่ถงเห็นแล้วเลยต้องเก็บไว้

“ฮ่าๆ คุณดูสิ ความหล่อภายนอกนั้นไม่จีรังเลย!”

“ใช่ใช่ใช่ หัวใจที่รักคุณของผมถึงจะจีรังยั่งยืน” ฉินลี่เยี่ยถือโอกาสออกตัว ความภูมิใจเมื่อก่อนนี้ไม่รู้ไปไหนแล้ว?

เฉียวอวี่ถงมองเขาอย่างประหลาดใจ “ฉินลี่เยี่ย ทำไมฉันรู้สึกว่ายิ่งนานวันคุณยิ่งเจ้าเล่ห์”

ฉินลี่เยี่ย “……”

ตัวเองรู้สึกว่าท่าทางแบบนั้นน่ารักมากแท้ๆ

พอคิดจริงๆแล้ว ตอนนี้พวกเขายังเป็นข้าวใหม่ปลามัน เป็นเรื่องปกติที่ความรักที่ชุ่มฉ่ำจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง……

“ถงถง พวกเราไปทำลูกกันดีกว่าไหม?”

“ไปให้พ้น!”

ช่วงนี้เฉียวอวี่ถงยุ่งสุดๆ กลับบ้านมาก็เหนื่อยแทบตาย ไม่มีอารมณ์อะไรทั้งนั้น

ฉินลี่เยี่ยน้อยใจมาก รู้อย่างนี้จะไม่ส่งเสริมให้เฉียวอวี่ถงไปเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่แรก ช่วงนี้พวกเขาสองสามีภรรยามีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยลงมาก

อาจิ่นโผล่หัวออกมาจากด้านหลังโซฟา “ป่าปี๊ หม่ามี๊ พวกคุณจะมีน้องแล้วเหรอ? อาจิ่นอยากดูว่าน้องเกิดออกมาได้อย่างไร?”

“……”เฉียวอวี่ถงหน้าแดงเป็นตูดลิง “คุณดูแลอาจิ่นด้วย ฉันจะนอนแล้ว!”

“หม่ามี๊แต่พวกเรายังไม่ได้กินมื้อเย็นเลยนะ”

“ไม่กินแล้ว!”

ฉินลี่เยี่ยมองลูกชาย “อาจิ่น เรื่องการให้กำเนิดลูกน่ะเป็นเรื่องที่เป็นความลับสุดยอด ให้คนอื่นเห็นไม่ได้ ไว้โตขึ้นหนูก็จะเข้าใจเอง”พูดจบก็เข้าห้องไปกับเฉียวอวี่ถง

พออาจิ่นตอบสนอง ประตูห้องนอนของตัวเองก็ถูกปิดแล้ว

“เห้อ……” อาจิ่นส่ายหัว “โลกของผู้ใหญ่นี่ซับซ้อจริงๆ ขนาดข้าวก็ไม่กินแล้วเหรอ?”

สาวเท้าก้าวเล็กๆที่ยังไม่ค่อยมั่นคง ปีนขึ้นบนเก้าอี้ทานข้าว ถอนหายใจเฮือก “ฉันกินเองคนเดียวก็ได้!”อาจิ่นเป็นคนโสดที่โดดเดี่ยว ช่วงนี้ถูกฉินลี่เยี่ยและเฉียวอวี่ถงดุทั้งทั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ

ใครใช้ให้พ่อแม่ทั้งสองกำลังหวานกันล่ะ เด็กสี่ขวบอย่างเขาต้องอยู่คนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

คิดวิธีหาคนมากินข้าวกับตัวเอง จากนั้นมีลูกด้วยกันก็ไม่เลว

 

Bình Luận ()

0/255