พิชิตเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าน่ารักสดใสเหมือนตุ๊กตา เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเศร้าหมอง "จะให้ฉันไปยังไง แกไม่เห็นเหรอว่านวิยาไม่ได้อยากให้ฉันอยู่กับเธอ? ฉันมานานขนาดนี้แล้ว เธอก็ไม่มีท่าทีจะพาฉันไปรู้จักกับคนในครอบครัวผดุงธรรม"
นัทธีขมวดคิ้วเป็นปม "แล้วแกคิดยังไง?"
พิชิตดื่มไวน์หนึ่งอึก "นัทธี พูดตาม ฉันไม่รู้ว่าตนเองจะยืนหยัดอยู่ได้อีกนานแค่ไหน"
"หมายความว่าอะไร?" นัทธีมองเขา
พิชิตยิ้มเศร้า "ความเป็นจริงฉันรู้มาโดยตลอด นวิยาไม่ได้รักฉัน ตอนแรกฉันคิดว่า หลังจากที่ฉันกับนวิยาคบกัน ฉันจะทำให้เธอค่อยๆหวั่นไหวได้ แต่ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว กลับไม่มีผลแม้แต่น้อย แกอย่ามองว่าเธอคุยโทรศัพท์กับฉันทุกวัน ไปกินข้าวกับฉัน แต่ความเป็นจริงโดยมากฉันเป็นคนชวน เธอยังคงเฉยชากับฉัน"
นัทธีเงียบ
เขาเพิ่งรู้ ที่แท้ความสัมพันธ์ของพิชิตนวิยา เป็นแบบนี้
ไม่ใช่คนรักกัน ในทางกลับกันเหมือนคนทั่วไปมากกว่า
"ดังนั้น แกคิดที่จะเลิกกับนวิยา?" นัทธีส่ายแก้วไวน์ในมือแล้วถาม
พิชิตขยับแว่น "มีความคิดนี้ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน ฉันรั้งเธอเอาไว้กับตนเองแบบนี้ เธอเองก็อึดอัด อีกทั้งฉันรู้สึกได้ว่า นวิยากำลังรอให้ฉันบอกเลิก"
นัทธีเม้มริมฝีปากล่าง "ในเมื่อเป็นแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นก็เลิกกันเถอะ พวกแกเข้ากันไม่ได้"
"แกสนับสนุนฉัน?" พิชิตมองเขา "ตอนนั้นแกเป็นคนเชียร์ให้ฉันสารภาพรักกับนวิยานะ"
"ตอนนั้นฉันเชียร์แก แค่เพราะเห็นว่าแกรักเธอมากจริงๆ แต่ตอนนี้ความจริงพิสูจน์แล้วว่า นวินาไม่ได้รู้สึกอะไรกับแก พวกแกคบกันต่อ ก็ไม่มีบทสรุป สู้เลิกกันยังดีกว่า" นัทธีพูดเสียงเรียบ
พิชิตกุมหน้าอก "เพื่อนรัก ประโยคนี้แทงใจจริงๆ"
นิทธีหัวเราะในลำคอ หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็เคร่งขรึม "เอกสารที่มารุตส่งให้แก แกดูรึยัง?"
เมื่อได้ฟัง สีหน้าของพิชิตจริงจังขึ้นมา "ดูล่ะ"
"แกคิดยังไง?" นัทธีถาม
พิชิตเงียบไปสองสามวินาที "นัทธี ความเป็นจริงฉันไม่ได้บอกแก ข้อมูลในเอกสารเหล่านี้ มีส่วนหนึ่ง ที่ฉันรู้มานานแล้ว"
ม่านตาของนัทธีหดเล็ก "แกรู้?"
"อืม"
สีหน้าของนัทธีไม่สู้ดีนัก "ในเมื่อแกรู้นิสัยที่แท้จริงของนวิยา รวมถึงเรื่องที่เธอทำ ทำไมแกถึงไม่บอกฉัน"
"เป็นเพราะนวิยาขอร้องฉันไม่ให้พูด แกก็รู้ ฉัน......"
"เพราะรักเธอ ดังนั้นก็เลยช่วยเธอปิดยัง?" นัทธีมองเขาแล้วหัวเราะเย้ยหยัน
พิชิตก้มหน้าลงด้วยความรู้ตัว "ขอโทษ"
"พิชิต" นัทธีวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างแรง "แกรู้ไหม นิสัยแบบนี้ของนวิยาคือการต่อต้านสังคม"
"ฉันรู้" พิชิตจับแก้วไวน์แน่น
"ในเมื่อรู้ ทำไมแกไม่พูดออกมา ถ้าหากพูดเร็วกว่านี้ ไม่แน่นิสัยของนวิยา อาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้" นัทธีขมวดคิ้วเป็นปม
พิชิตส่ายหน้า "นัทธี แกไม่เข้าใจด้านการแพทย์ นิสัยแบบนี้ไม่ได้แก้ง่ายๆแบบที่แกพูด เพราะเป็นนิสัยที่มีมาตั้งแต่เกิด ถ้าหากฝืนแก้นิสัยของเธอ มีแต่จะทำให้เกิดการต่อต้าน ทำให้นิสัยของนวิยาแย่ยิ่งกว่าเดิม ทำในสิ่งที่ยิ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ อย่างเช่นฆ่าคน แกเข้าใจไหม?"
เขารู้ครั้งแรกตอนอายุสิบขวบ เขาพบว่านวิยาแตกต่างกับเพื่อนคนอื่นๆ
ครั้งนั้น เพื่อนคนหนึ่งถูกแมวที่บ้านข่วน ทุกคนต่างไปช่วยกันปลอบเด็กคนนั้น มีแค่นวิยาที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วพูดด้วยหน้าหงิกหน้างอ ถ้าแมวนั้นข่วนฉัน ฉันจะหักคอมัน ถลกหนังมัน'
ตอนนั้น เด็กทุกคนที่ได้ยินคำพูดของนวิยาต่างตกตะลึง แม้แต่เขาเองก็ตกใจไม่น้อย กลับไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อบอกว่านวิยาอาจจะป่วยทางจิต
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...