นวิยาเงียบอยู่หลายวินาที จากนั้นก็ตอบด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก: “ไม่ค่ะ ความรู้สึกของคุณ ไม่เคยอยู่ในกรอบการพิจารณาของฉัน"
แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ตอนที่ได้ยินคำตอบของเธอ พิชิตรู้สึกว่าหัวใจของตนเอง เหมือนถูกมีดแทง เจ็บจนเขาหายใจไม่ออก สีหน้าซีดขาวขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายหัวเราะเบาๆด้วยความเจ็บปวด "ครับ นวิยา คุณมันไร้หัวใจจริงๆ"
นวิยาเม้มกัดริมฝีปาก "ขอโทษนะคะ ความเป็นจริงเราไม่ควรคบกันตั้งแต่แรก คุณรู้มาโดยตลอดว่าฉันชอบใคร คุณเป็นคนสารภาพรักกับฉัน ดังนั้นการที่คุณถูกฉันทำร้าย คุณเป็นคนรนหาที่เอง"
พิชิตหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น ดวงตาของเขาค่อยๆแดงก่ำ "ครับ ผมเป็นคนรนหาที่เอง ใช่ครับ ผมเป็นคนสารภาพรักกับคุณเอง แต่ในเมื่อคุณไม่รักผม ทำไมต้องตอบตกลงด้วย?"
นวิยาหลบตาลง ไม่ได้ตอบ
เพราะอะไร
เพื่อลดความระมัดระวังของนัทธีและวารุณี
วารุณีแคร์มาโดยตลอดเรื่องที่เธอใกล้ชิดกับนัทธี ให้เธอออกห่างจากนัทธี นัทธีเองก็ทำตามคำพูดของวารุณี ดังนั้นเธอจะรับได้ยังไง มีวิธีเดียว ก็คือหาแฟน ให้วารุณีและนัทธีคิดว่าเธอยอมถอดใจแล้วจริงๆ
ประจวบเหมาะตอนนั้นพิชิตมาหาเธอ ดังนั้นเธอจึงรับปากไปก็เท่านั้น
เห็นนวิยาไม่ตอบ ภายในใจของพิชิตก็ยิ่งดูถูกตัวเองมากขึ้น
เขาถอดแว่นลงมาแล้วเช็ดตา "นวิยา คุณรู้ไหม ผมรักคุณมาก ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนดี แต่ผมก็ยังรักคุณ แต่ผมคิดไม่ถึงว่า คุณจะใจร้ายกับผมแบบนี้"
"......ขอโทษ" ภายในใจของนวิยาก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน
เธอไม่รักเขาก็จริง แต่อย่างน้อยเขาก็ถือเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเธอ
ดังนั้นเธอเองก็รู้ว่าตนทำผิดต่อเขา แต่นอกจากขอโทษแล้ว เธอไม่มีอะไรที่จะทำได้
"คุณไม่ต้องขอโทษ ผมตกลงเลิกกับคุณ นวิยา เราจบกันแค่นี้เถอะ!”
พูดจบ พิชิตวางสาย
นวิยามองโทรศัพท์ ภายในใจของเธอรู้สึกว่างเปล่าอย่างแปลกพิลึก รู้สึกเหมือนสูญเสียสิ่งสำคัญไป ทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวาย
แต่อย่างรวดเร็ว เธอก็ปรับอารมณ์ของตนเอง ใบหน้าของเธอมีความหนักแน่นที่ไม่เปลี่ยนแปลง
เธอไม่ผิด ถูกต้อง ทุกอย่างที่เธอทำ เธอทำเพื่อตัวเอง ดังนั้นเธอไม่มีวันปิด
ทางด้านนี้ พิชิตคุยโทรศัพท์เสร็จ เดินกลับไปหามารุตกับปาจรีย์ด้วยความหดหู่
ปาจรีย์มองดูสภาพของเขา รู้สึกสงสาร "คุณหมอพิชิต คุณเป็นอะไรไหมคะ?"
พิชิตเหมือนไม่ได้ยิน เขานั่งลงบนเก้าอี้ ก้มหน้าลงไม่พูดไม่จา
ปาจรีย์ยักไหล่
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากสนใจตน เธอก็ไม่พูดแล้ว
เธอไม่ใช่คนที่ชอบตื๊อคนอื่น
อย่างรวดเร็ว นัทธีตรวจเสร็จแล้ว หมอเดินออกมา
มารุตรีบขวางเขาเอาไว้ทันที "หมอครับ ประธานของพวกผมเป็นยังไงบ้างครับ?"
ปาจรีย์ยืนอยู่ข้างๆมองดูหมอ
แม้แต่พิชิตที่จมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดของการเลิกรา ก็เงยหน้าขึ้น
หมอถอดแมสก์ "ประธานนัทธีไม่ได้เป็นอะไร ก็แค่ได้รับยาสลบมากเกินไป พวกเราฉีดยาชูกำลังให้เขาแล้ว น่าจะตื่นมาเร็วๆนี้"
"ดีมากเลยครับ" มารุตโล่งอก
ปาจรีย์เองก็ยิ้มแล้ว "ฉันบอกข่าวดีนี้ให้วารุณี"
ได้ยินคำพูดนี้ มารุตเพิ่งนึกขึ้นได้ ยังไม่ได้ถามวารุณี
ดังนั้น เขาจึงรีบถาม: “คุณปาจรีย์ครับ คุณผู้หญิงเป็นอะไรไหมครับ?"
ปาจรีย์กลอกตามองบน "คุณคิดว่ายังไงล่ะคะ ตอนที่วารุณีเห็นรูป เครียดจนกระทบกระเทือนเด็กในท้องแล้วต้องหามส่งโรงพยาบาล ถ้าไม่ใช่เพราะเชอรีน ไม่แน่ว่าอาจจะเสียลูกไปแล้วก็ได้"
ได้ฟัง มารุตสูดลมหายใจเย็นๆเข้าไป เพิ่งตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงกว่าที่เขาคิด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...