นัทธีบีบคลึงดั้งจมูก “ไม่มีอะไรแล้ว เอาล่ะ ที่ผมอยากรู้ ก็รู้เกือบทั้งหมดแล้ว คุณทำตัวให้ดีๆ ล่ะ”
เขาหันตัว กำลังจะจากไป
ทันใดนั้นขงเบ้งพลันตะโกนเรียกเขา “นัทธี ฉันเป็นลุงของแกนะ ลุงแท้ๆ!”
นัทธีเอียงหน้ามามองเขาอย่างเย็นชา “แล้วยังไง”
“แกปล่อยฉันไปสักครั้งนะ ฉันไม่อยากตาย ฉันติดคุกตลอดชีวิตก็ได้ แต่ฉันไม่อยากตาย ฉัน......”
“ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ของผมก็ไม่อยากตาย” นัทธีขัดจังหวะเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
ขงเบ้งสำลัก อ้าปากพะงาบๆ ไม่มีเสียงออกอยู่เป็นเวลานาน
นัทธีพูดอีกครั้ง “แต่สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ของผมก็ยังต้องตาย ถูกคุณฆ่า ตอนนี้คุณบอกกับผมสิ คุณเป็นลุงแท้ๆ ของผม อยากให้ผมเห็นแก่ความสัมพันธ์ใกล้ชิดแล้วละเว้นชีวิตคุณ ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณพ่อคุณแม่ของผมล่ะ พวกเขาไม่ใช่น้องชายแท้ๆ และน้องสะไภ้คุณเหรอ คุณเคยเห็นแก่ความสัมพันธ์แล้วละเว้นชีวิตพวกเขาหรือเปล่าล่ะ”
“ฉัน......” ขงเบ้งตอบไม่ได้
นัทธีเม้มริมฝีปากบาง “เพราะฉะนั้น คุณลงไปไถ่บาปให้คุณพ่อคุณแม่ของผมซะเถอะ”
เมื่อสิ้นเสียง เขาก็ไม่อยู่อีก ออกจากห้องเยี่ยมผู้ต้องขังไปทันที
กลับถึงคฤหาสน์ตระกูลไชยรัตน์ เป็นเวลาบ่ายแล้ว
วารุณีได้ยินเสียงรถ รู้ว่านัทธีอาจจะกลับมาแล้ว จึงวางหนังสือออกแบบในมือลง เตรียมออกไปต้อนรับ
ปรากฏว่าเพิ่งเดินออกไปแค่เฉลียงทางเดิน ก็เห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาแล้ว
“กลับมาแล้วเหรอ” วารุณียิ้มและพูดกับชายหนุ่ม
นัทธีสลายความรู้สึกหดหู่ในใจทิ้งไป แววตากลายเป็นอ่อนโยน “ผมกลับมาแล้ว”
“ขอต้อนรับกลับบ้าน” วารุณีโน้มตัวลงหยิบเอาสลิปเปอร์ให้เขา
นัทธีเปลี่ยนรองเท้า จูงมือเธอเข้าไปในห้องนั่งเล่น “ลูกล่ะ”
“เพิ่งเล่นจนเหนื่อยแล้วผล็อยหลับไป ศรัณย์ไปคฤหาสน์ตระกูลศรีสุขคำ เก็บสิ่งของที่คุณพ่อทิ้งไว้ดูต่างหน้า ดูว่ามีส่วนที่บริจาคได้ไหม” วารุณีตอบ
นัทธีพยักหน้าเล็กน้อย บ่งบอกว่าทราบแล้ว
ขณะนั้นเอง ป้าส้มนำน้ำเข้ามาสองแก้ว ให้ทั้งสองคนละแก้ว
“คุณผู้ชายคะ ตอนนี้ขงเบ้งเป็นยังไงบ้าง” ป้าส้มถาม
นัทธีที่มีสีหน้าอ่อนโยนพลันหายไป เมื่อดื่มน้ำแล้วจึงพูดน้ำเสียงบางเบาว่า “คุณป้าสะไภ้หย่ากับเขาแล้ว สภาพเขาก็ไม่ค่อยดี”
“หึ นั่นคือสิ่งที่เขาสมควรได้รับ” ป้าส้มพูดน้ำเสียงเย็นชา
วารุณีบีบมือของชายหนุ่ม “พรุ่งนี้พิจารณาคดีครั้งสุดท้ายตอนไหนเหรอ”
“บ่ายสองโมง” นัทธีวางแก้วแล้วเอ่ยตอบ
วารุณียิ้ม “ถึงตอนนั้นพวกเราไปด้วยกันนะ”
“อืม” นัทธีพยักหน้า
วันต่อมา การพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายของขงเบ้งมาถึงแล้ว
วารุณีกับนัทธีเข้าร่วมการพิจารณาขั้นสุดท้าย คุณหญิงอัณณ์ก็มาด้วย
วารุณียังค่อนข้างแปลกใจ
อย่างไรก็ดีตามที่คุณหญิงอัณณ์ได้พูดเอง ว่าดีร้ายอย่างไรก็เป็นสามีภรรยากันหนึ่งหน จึงมาส่งขงเบ้ง
เพราะถึงย่างไรเธอก็เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้ขงเบ้ง
นัทธีก็ไม่ได้ไล่คุณหญิงอัณณ์ และตามคุณหญิงอัณณ์ไป
ตอนนี้คุณหญิงอัณณ์ไม่ใช่คนของตระกูลไชยรัตน์อีกแล้ว เขาจะไปออกคำสั่งกับคนนอกก็คงไม่ดี
ไม่นาน การพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้น
ขงเบ้งถูกนำตัวขึ้นมา
เห็นท่าทางของขงเบ้งในเวลานี้ วารุณีก็ไม่แปลกใจสักนิด เพราะว่าเธอเคยเห็นท่าทางของชยานีในตอนนั้นแล้ว มันเหมือนกับขงเบ้งในเวลานี้ไม่มีผิด ชราภาพ หวาดกลัว และอีกมากมาย......
ขงเบ้งก็เห็นนัทธีกับวารุณีแล้ว อ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร และถูกนำตัวไปยังที่นั่งของนักโทษ
การพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายนี้ กินเวลาประมาณสามชั่วโมง ก่อนจะสิ้นสุดลง
ขงเบ้งถูกตัดสินประหารชีวิต
ถึงแม้ว่าจะรู้ผลอยู่แล้ว แต่เมื่อนัทธีได้ยินจริงๆ มือใหญ่ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา
วารุณีที่นั่งอยู่ข้างเขา โดยธรรมชาติแล้วก็รู้สึกได้ จึงเอามือวางบนมือเขาแผ่วเบา “สามี ยินดีด้วยนะ ศัตรูน้อยลงไปคนหนึ่งแล้ว”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...