วารุณีกะพริบตาปริบๆ ด้วยความแปลกใจ “ยังไม่พอ? งั้นคุณยังต้องการอะไรอีก”
นัทธีกอดเธอไว้ในอ้อมแขนและพูดข้างหูเธอ “ผมอยากให้คุณใส่มันให้ผมดู”
วารุณียิ้ม “ที่แท้ก็อย่างนี้ ได้สิ”
ชุดแต่งงานนี้ ตั้งแต่แรกก็เป็นตัวเธอที่ออกแบบให้ตัวเอง
การใส่ให้สามีของตัวเองดู ก็เป็นสิ่งที่สมควร
เห็นวารุณีตอบตกลงอย่างมีชีวิตชีวาเช่นนี้ นัทธีจึงปล่อยเธอ
วารุณีเดินเข้าไป ถอดชุดแต่งงานลงจากหุ่น แล้วมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล “คุณไม่ออกไปเหรอ”
“ออกไปทำไม” นัทธีเหมือนฟังความหมายของคำพูดเธอไม่เข้าใจ มองเธอพลางเอ่ยถาม
วารุณีกลอกตา “ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า คุณไม่ออกไปเหรอ”
“คุณเปลี่ยนเลย ผมจะไม่รบกวนคุณ อีกอย่างทั้งตัวคุณมีตรงส่วนไหนที่ผมไม่เคยเห็น ไม่ต้องสนใจผมหรอก” นัทธีพูด
วารุณีทั้งโมโหทั้งขำ
เธอนับว่าเข้าใจจุดประสงค์ของเขาแล้ว
เขาแค่อยากดูเธอเปลี่ยน
“ไม่ออกไปจริงเหรอ” วารุณีนวดคิ้วพร้อมกับถามอีกครั้ง
นัทธีพยักหน้า “กระโปรงชุดแต่งงานมีขนาดใหญ่มาก ดูแวบแรกก็รู้ว่าหนัก โดยทั่วไปแล้วต้องให้คนอื่นช่วยถึงจะสามารถสวมใส่ได้ ผมไปแล้วใครจะช่วยคุณ”
วารุณีสูดมุมปาก เห็นว่าเขาให้ตายยังไงก็ไม่ยอมไป งั้นก็ช่วยไม่ได้
ช่างเถอะ เขาอยากอยู่ก็อยู่ไป
ก็อย่างที่เขาบอก ทั้งตัวของเธอมีตรงไหนที่เขาไม่เคยเห็น
ดูก็ดูสิ
วารุณีไม่พูดอะไรอีก เริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก
นัทธีมองเธอถอดเสื้อผ้าบนตัวออกทีละชิ้น ดวงตาเริ่มมืด อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกเลื่อนขึ้นลง
หลังจากวารุณีถอดเสร็จ เขาก็ขยับก้าวเดินเข้าไป พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ผมช่วยคุณเอง”
วารุณีส่งเสียงอืม ส่งชุดแต่งงานให้เขา
นัทธีเริ่มช่วย
ด้วยความช่วยเหลือของเขา วารุณีอยู่ในชุดแต่งงานเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนที่รูดซิป มีปัญหาเกิดขึ้น
ซิปติดอยู่ที่เอว ดึงไม่ขึ้น
นัทธีคลายซิปออก มองไปที่ท้องของวารุณี “เพราะลูกเหรอ”
วารุณีพยักหน้า สีหน้าเก้อเขินเล็กน้อย “ใช่ สามเดือนกว่าแล้ว ท้องฉันยื่นออกมาแล้ว แต่ชุดแต่งงานตัดตามสัดส่วนรูปร่างของฉันก่อนตั้งครรภ์ โดยธรรมชาติแล้วจึงใส่ไม่ได้ ดั่งคำที่ว่าตั้งครรภ์ครั้งหนึ่งโง่ไปสามปี ในฐานะนักออกแบบเสื้อผ้า ฉันหลงลืมแม้กระทั่งจุดที่สำคัญมาก”
พูดถึงเรื่องนี้ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม “สามี หลังจากการแข่งขันจบลง เกรงว่าพวกเราก็ยังไม่สามารถจัดงานแต่งงานได้ ตอนนั้นลูกก็เจ็ดเดือนแล้ว ท้องฉันยิ่งใหญ่ขึ้น ชุดแต่งงานนี่ก็ยิ่งใส่ไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะจัดงานแต่งงาน มีแค่ต้องรอคลอดลูกก่อน”
ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อครู่รูดซิปแล้วรูดไม่ขึ้น เธอก็ไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลย
ไม่อย่างนั้นรอจนกระทั่งส่งการ์ดเชิญแล้วถึงค่อยรู้เรื่อง เจ้าสาวสวมชุดแต่งงานไม่ได้ เช่นนั้นก็อับอายน่าดู
และดูท่านัทธีก็ไม่ได้คาดคิดเช่นกัน ริมฝีปากบางขบเม้ม เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเด็กคนนี้มาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะ ดันมาทำให้พ่อแม่ต้องเลื่อนการแต่งงานออกไป
แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยอมรับความจริงเท่านั้น
“ไม่เป็นไรหรอก นานกว่านี้ก็เคยมาแล้ว รออีกไม่กี่เดือนจะเป็นอะไร” นัทธีจัดผ้าคลุมหน้าให้วารุณี พร้อมกับพูดเสียงหนัก
แม้ปากเขาจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่วารุณีได้ยินเสียงลมหายใจหงุดหงิดของเขา จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เอาล่ะ อย่าเศร้าไปเลย เดี๋ยวฉันค่อยชดเชยให้คุณก็แล้วกันนะ”
นัทธีดวงตาเป็นประกาย “ชดเชยยังไง”
วารุณีเขย่งเท้า พูดบางอย่างข้างหูเขา
นัทธีดวงตาเบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัดครู่หนึ่ง จากนั้นก็อุ้มเธอขึ้นออกจากห้องแต่งตัว
วารุณีที่ปกติเป็นคนสวยงดงามอย่างร้ายกาจ เมื่อเธออยู่ในชุดแต่งงาน ยิ่งสวยจนพาให้คนละสายตาไม่ได้
ทั้งคู่กระทำกันอยู่ในห้องเป็นเวลานาน จนค่ำแล้วก็ไม่ลงไปทานอาหารชั้นล่าง
กระทั่งเที่ยงคืนวารุณีก็รู้สึกหิวมาก นัทธีจึงอุ้มเธอที่ร่างกายปวดเมื่อยลงไปชั้นล่าง ตรงไปที่ครัว ทำอาหารง่ายๆ ให้เธอกับตัวเอง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...