แม้แต่ลีน่าก็ฟังคำแนะนำของเธอ แล้วก็ทำแบบนี้เหมือนกัน รวบรวมเครื่องประดับที่ทำเสร็จแล้ว จากนั้นทำชุดเครื่องประดับปลอมด้วยแก้วสีดำและแก้วสีขาวชุบเงิน
ด้วยวิธีนี้พวกเธอจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาจัดการเสื้อผ้ากับเครื่องประดับที่เธอทำ
ไม่นาน ก็มาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน
ในห้องแต่งหน้า วารุณีกำลังแต่งหน้าให้เชอรีน แล้วโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอยืนขึ้นแล้วพูดในทันที “ วารุณี แฟนฉันโทรมา ฉันขอไปรับสายก่อนนะ เดี๋ยวค่อยกลับมาแต่งหน้า”
สมัครที่พูดอยู่นั้น ตอนที่คนอื่นมองไม่เห็น เธอกับวารุณีและลีน่าก็สบตากัน
หลังจากที่ทั้งสามคนได้สบตากันแล้ว วารุณีก็พยักหน้า “ไปเถอะ และรีบกลับมานะ”
“โอเค” เชอรีนยิ้มพร้อมกับตอบรับ แล้วก็ถูโทรศัพท์ออกจากห้องแต่งหน้าไป
ดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าที่อยู่โต๊ะข้างๆเห็นเชอรีนออกไป ก็อดไม่ได้เราถามว่า “อีกครึ่งชั่วโมงก็จะเริ่ม
แล้ว เพราะคุณให้เธอออกไป แล้วถ้าเกิดเธอกลับมาสายล่ะ มันจะไม่ทันเอานะ?”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราได้เดินคนสุดท้าย ทันอยู่แล้วแหละ” วารุณีต่อ
ดีไซเนอร์คนนั้นยิ้ม “แบบนี้นี่เอง”
หลังจากนั้นเธอก็ไม่พูดอะไรอีก หันหน้ากลับไปแล้วก็แต่งหน้าให้นางแบบของตัวเองต่อ
ทันใดนั้นลีน่าก็ตีหน้าผากของตัวเอง “สวยแล้ววารุณี จู่ๆฉันก็นึกขึ้นได้ว่าลืมของสำคัญเอาไว้น่ะสิ”
“ของอะไร สำคัญมากไหม?”วารุณีถาม
ลีน่าพยักหน้า “สำคัญมาก เกี่ยวกับแคทวอล์คนี้แหละ”
“งั้นทำยังไงดี” สีหน้าของวารุณีเปลี่ยนไปในทันที เธอก็เริ่มรู้สึกร้อนโดนขึ้นมา
ดีไซเนอร์คนอื่นๆในห้องแต่งตัวเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ก็มีสีหน้าที่แตกต่างกันไป
ลีน่าดูท่าทางของคนเหล่านี้ไปด้วย แล้วก็ดึงมือของวารุณีไปด้วย “วารุณี ฉันขับรถไม่เป็น เธอขับรถพาฉันไปเอาหน่อยได้ไหม พวกเราพักอยู่ใกล้ๆต้องกลับมาทันอย่างแน่นอน”
“คือ......”วารุณีเม้มปาก เหมือนกับว่ากำลังลังเลอยู่
ผ่านไปครู่นึง เธอก็กัดฟันและตกลง
ไม่นาน ทั้งสองคนก็รีบร้อนออกจากห้องแต่งตัวไป
อยู่ดีๆ ห้องแต่งตัวก็มีชีวิตชีวา บางคนหัวเราะเยาะพวกเขาว่าโง่ ขนาดของสำคัญยังลืมไว้ได้ และพวกเธอยังคงกลับไปหามันในช่วงเวลาวิกฤตินี้
ถ้ารถติดระหว่างทาง มาสาย จะถูกคัดออก
แน่นอนว่าก็มีบางคนไม่คิดว่าพวกเธอจะมาสาย แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่เธอจะกลับไปเอาของในเวลานี้
เช่นติ๊นา
แต่ว่าไม่เห็นด้วยแล้วจะยังไงล่ะ ยังไงพวกเธอก็ไปแล้ว ได้แต่แอบหวังเงียบๆให้พวกเธอกลับมาทันจะดีกว่า
อีกด้านนึง ดีไซเนอร์ที่คุยกับพวกวารุณีเมื่อกี้นี้ แววตาของเธอก็มองไปที่กล่องเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่วารุณีกับลีน่าวางไว้บนเก้าอี้ แล้วดวงตาเธอก็มืดหมดเลยทันที
ผ่านไปสักพัก หลังจากที่ขอให้นางแบบเปลี่ยนชุด เธอก็ยื่นมือออกไปทางกระเป๋าชุดและกล่องเครื่องประดับ
แต่เพิ่งจะยื่นมือมาได้ครึ่งนึง ก็ถูกคนจับมือเอาไว้ก่อน
ดีไซเนอร์คนนี้ตกใจมาก นึกว่าตัวเองจะซวยแล้ว ตอนกำลังจะลองขอความเมตตา ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “เธอคิดจะทำอะไรกับกล่องเสื้อผ้ากับเครื่องประดับของวารุณีกับลีน่าอย่างนั้นหรอ?”
ดีไซเนอร์คนนั้นหันหน้าไป แล้วก็เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอก็ถอนหายใจออกมาในทันที “เธอนี่เอง!”
คนที่จับเธอไว้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคู่หูของเธอ นักออกแบบเครื่องประดับอันนา
“ฉันเอง”อันนาปล่อยมือเธอลง
ดีไซเนอร์ถอนหายใจออกมา “ทำไม จะรายงานฉันหรอ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...