บทที่ 1076 เข้าเรือน แปลงเป็นวิญญาณบุกรุก
………………..
ท้องฟ้าเลือดเนื้อราวกระจกที่แตกร้าว รอยแตกนับไม่ถ้วนแบ่งแยกโลกใบนี้เป็นส่วนๆ
ในทุกๆ ส่วนล้วนมีดินแดนที่เป็นเอกเทศ
ในนั้นจักรพรรดินีและมหาจักรปีกมารและร่างแยกมหาปรมาจารย์เซียนเผ่าปีกมารฝั่งบูรพาของหมิงเหยียนต่างอยู่ในส่วนหนึ่ง กำลังประมือกัน
ส่วนเจ้าเหนือหัวที่ถูกดูดซับจนเป็นโครงกระดูกเหล่านั้นตอนนี้ลมหายใจรวยริน ต่างอยู่ในเศษชิ้นส่วนคนละส่วน
ส่วนเศษชิ้นส่วนที่ตัวหมิงเหยียนและสวี่ชิงอยู่ตั้งอยู่ที่ใจกลาง
สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิหลับตา คล้ายว่าเสียสัมผัสรับรู้ข้างนอกทุกอย่างไปแล้ว นิ่งไม่ไหวติง
ข้างหน้าเขาคือหมิงเหยียนที่ครึ่งหนึ่งเป็นร่างมนุษย์ครึ่งหนึ่งเป็นเลือด สภาพไม่สมบูรณ์อีกทั้งหน้าตายังแปลกประหลาด
ตอนนี้ความละโมบและความวาดหวังบนใบหน้าหมิงเหยียนกลายเป็นความเหี้ยมเกรียม
มือขวาของเขาทะลวงผ่านก่อนเนื้อ กดไปที่กระหม่อมของสวี่ชิง กลิ่นอายน่าหวาดกลัวพลันทะลักเข้ามาในร่างสวี่ชิง
เสียงแหบแห้งดังก้องในฟ้าดิน
“ข้ามีร่างแยกสองร่าง ร่างหนึ่งคือมหาปรมาจารย์เซียนเผ่าปีกมารฝั่งบูรพา อีกร่างหนึ่ง…ที่เผ่าปีกมารฝั่งประจิมก็เป็นมหาปรมาจารย์เซียนเช่นกัน”
“ในร่างของเจ้ามีวิชาเซียน แต่เจ้าไม่รู้ วิชาเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร เดิมก็เป็นข้าที่ถ่ายทอด”
“ดังนั้น เจ้าหนู ข้ารู้ว่าร่างของเจ้ามีผลกรรมเวร ข้ารู้ว่าร่างของเจ้ามีพันธนาการของผู้วิเศษยิ่งใหญ่ แต่ข้าสิงชิงร่างของเจ้าไม่ใช่การรุกรานง่ายๆ และไม่ใช่การกลืนกินหยาบๆ แต่เป็น…”
“วิชาเซียนหกรากราคะตัณหา!”
เสียงของหมิงเหยียนเป็นระลอกขึ้นลง สิ่งที่มาพร้อมกับกลิ่นอายของเขาทะลักเข้ามาที่กระหม่อมของสวี่ชิงด้วยคือ เส้นไหมเจ็ดจิตหกปรารถนาจำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันกระจายแยกกันมา หุ้มไปทั้งร่างสวี่ชิง พุ่งเข้าไปในช่องเวททุกช่อง
กระตุ้นเจ็ดอารมณ์ของสวี่ชิง ทำให้หกจิตของเขาเป็นต้นกำเนิดเดียวกัน จนกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะ
จากนั้น…
“วิชาเซียน ห้าหมาสละเซียน!”
หากสุนัขแห่งความตระหนี่เข้ามาในเรือนจะสูญเสียสมบัติล้ำค่า หากสุนัขแห่งความโลภเข้ามาในเรือนจะถูกพันธนาการ หากสุนัขแห่งความหลงเข้ามาในเรือนจะตกสู่ความเป็นตาย หากสุนัขแห่งความชั่วร้ายเข้ามาในเรือนจะร่วงลงสู่นรก หากสุนัขแห่งความดื้อรั้นเข้ามาในเรือนจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ตลอดกาล
วิชานี้แม้จะสืบทอดต่อมาในประวัติศาสตร์ กลายเป็นวิชาแปลกประหลาดที่เป็นประเภทเดียวกับการสังหารทำลายล้าง แต่ความจริงแล้วเป้าหมายที่แท้จริงที่สร้างออกมาในตอนนั้น…
เพื่อช่วงชิงเข้าสิง!
ดังนั้น เสี้ยวขณะต่อมา ความทรงจำของหมิงเหยียนก็กลายเป็นสุนัขแห่งความตระหนี่เข้ามาในเรือนของสวี่ชิง ปิดทับความทรงจำของสวี่ชิงอย่างแข็งแกร่ง ก่อเป็นผมขาวนับไม่ถ้วน รวมเป็นประตูบานหนึ่ง
ประตูบานนี้ก็คือประตูเข้าเรือน!
ในขณะเดียวกับที่เปิดไปในร่างของสวี่ชิง ก็ก่อขึ้นในร่างของหมิงเหยียนด้วย
เปิดออกพร้อมกัน เชื่อมต่อซึ่งกันและกัน!
วิญญาณของหมิงเหยียนแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสีขาวแปลกประหลาด ไปตามประตูที่ปรากฏขึ้นมาในกายเนื้อของตัวเองแล้วพุ่งออกไปทันที เข้าไปในประตูที่เปิดขึ้นในร่างของสวี่ชิง
วิญญาณบุกรุกรุกรานเข้ามา หมุนวนกลายเป็นคลื่นวน
“ปรารถนาไม่รู้จบ เรียกว่าความโลภ สุนัขแห่งความโลภเข้ามาในเรือนจะถูกพันธนาการ”
“คิดคาดเดา วางแผนอย่างไร้ความตระหนักรู้ เรียกว่าความหลง สุนัขแห่งความหลงเข้ามาในเรือนจะตกสู่ความเป็นตาย”
พลังแยกตัวพลันระเบิดปะทุ
วิญญาณน่าหวาดกลัวที่มาจากหมิงเหยียน ทันทีที่เข้ามาในเรือนสำเร็จ ก็ฝืนบังคับอีกทั้งยังทรงพลังโหดเหี้ยม ทำการแยกวิญญาณของสวี่ชิงที่ตอนนี้เดิมก็ถูกกายเนื้อต่อต้านอยู่แล้วออก
ทำให้ร่างของสวี่ชิงคือร่าง วิญญาณคือวิญญาณ ต่างไม่มีความเกี่ยวข้องกันต่อไปอีก
จากนั้นในคลื่นวนก็มีปากสีขาวปากหนึ่งปรากฏขึ้น
“ไม่เข้าใจสัจธรรม มัวแต่มุ่งเอาชนะในการโต้เถียง เรียกว่าความชั่วร้าย สุนัขแห่งความชั่วร้ายเข้ามาในเรือนจะร่วงลงสู่นรก”
ปากมหึมากลืนลงไปอย่างโหดเหี้ยม
สิ่งที่กลืนคือวิญญาณ!
และในช่วงเวลาสำคัญ ดวงตาทั้งสองที่หลับอยู่ของวิญญาณสวี่ชิงก็พลันลืมตาขึ้น เผยให้เห็นความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่ง
สวี่ชิงนับจากทีแรกที่เผชิญกับสถานการณ์เป็นตาย เขาก็รู้ดีว่าภายใต้พลังแข็งแกร่ง ตัวเองไม่มีทางต้านทานจิตมุ่งร้ายและการช่วงชิงสิงร่างจากหมิงเหยียนได้
ไม่ว่าจะต่อต้านซึ่งหน้าอย่างไรก็ล้วนไม่มีความหมาย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตัดสินใจต่อต้าน กระทั่งว่าก่อนหน้านี้ยังเป็นฝ่ายดูดซับของเหลวพลังชีวิตเข้มข้นในก้อนเนื้อเอง เป็นฝ่ายหล่อเลี้ยงกายเนื้อของตัวเอง ทำให้การฟื้นฟูของกายเนื้อสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ
จึงเป็นเหตุให้กายเนื้อต่อต้านวิญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเรื่อง จนกระทั่งถึงขีดสูงสุด!
นี่ก็คือเป้าหมายของเขา!
แต่ขั้นตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องแบกรับคือความเจ็บปวดจากการถูกบดขยี้ของวิญญาณ
และการป้องกันจากมีดสลักก็กลายเป็นจุดสำคัญ
จวบจนตอนนี้ วิชาเซียนห้าหมาของอีกฝ่ายทำให้กายเนื้อที่เดิมก็มีการต่อต้านวิญญาณอย่างรุนแรง ทะลุขีดจำกัดสูงสุดไปแล้ว มาถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
กลายเป็นพลังขับไล่
นี่สำหรับสวี่ชิงแล้วก็คือเศษเสี้ยวโอกาสที่สำคัญที่สุด!
ดังนั้น…
“ห้าหมา สละเซียน!”
วิชาเซียนพลันปะทุขึ้นในทะเลความรู้สึกของสวี่ชิงเช่นกัน
เขาไม่ได้ไปขัดขวางการช่วงชิงสิงร่างของหมิงเหยียน การขัดขืนแม้เพียงน้อยนิดก็ไม่เคยเกิดขึ้น
เหมือนว่ากายเนื้อร่างนี้ไม่ใชของเขา ถูกเขา…ทิ้งอย่างไม่ลังเลสักนิด!
อาศัยการช่วงชิงสิงร่างจากห้าหมาสละเซียน อาศัยการต่อต้านอย่างไม่สิ้นสุดของกายเนื้อที่มีต่อวิญญาณในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างแรกคือพลังฉุดรั้ง อย่างหลังคือพลังผลักดัน
ทั้งสองอย่างเมื่อผสามผสานแล้วก็เพิ่มพลังซึ่งกันและกัน ทำให้วิญญาณของสวี่ชิง จากที่ถูกกลืนกินก่อนหน้านี้พุ่งออกมาในทันที
ไปตามประตูที่หมิงเหยียนเปิดออก…
ถอยออกมาจากร่าง!
ในทันทีที่วิญญาณของอีกฝ่ายช่วงชิงสิงร่างตน เขาไม่เสียดายที่จะเผาไหม้วิญญาณ ไม่เสียดายที่จะสลักภาพสัญลักษณ์ชะตาวาสนา กระทั่งว่าปลุกพันธนาการที่อาจารย์ทิ้งเอาไว้ กระตุ้นกับดักอื่นๆ ขึ้น
ใช้ค่าตอบแทนอันมหาศาล ในเสี้ยวพริบตาที่วิญญาณจวนเจียนจะแตกสลายเหยียบย่างเข้าไปในประตูช่วงชิงสิงร่างที่หมิงเหยียนเปิดออก
เพียงก้าวเดียว ไปจากกายเนื้อ
ไปตามเส้นทาง…เพียงก้าวเดียวบุกเข้าไปในกายเนื้อที่ทิ้งไปของหมิงเหยียน!
จากประตูที่เกิดออกในร่างของหมิงเหยียน เหยียบย่างเข้าไป!
เขากลายเป็นสุนัขแห่งความละโมบในห้าหมาสละเซียน
เข้าเรือน กลายเป็นวิญญาณบุกรุก!
กลายเป็นดวงตาสีขาวในประตูที่เปิดออกในร่างของเหมิงเหยียน
ในกายเนื้อที่เขาช่วงชิงเข้าสิง พลังพันธนาการที่เขาเพิ่งควบคุมสะกดไว้ด้วยวิชาห้าหมาสละเซียน จากการที่กายเนื้อพลังพุ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณ ก็แตะถึงขีดจำกัดสูงสุด
สมดุลถูกทำลาย
ปะทุอีกครั้ง!
พันธนาการที่นายท่านเจ็ดลงเอาไว้ตอนนั้นมีสองทาง
ทางที่หนึ่งคือควบคุมระดับเจ้าเหนือหัว ทางหนึ่งคือควบคุมระดับมหาจักรพรรดิ
อย่างแรกหมิงเหยียนใช้ห้าหมาสละเซียนควบคุมให้มันสมดุลแล้ว แต่ตอนนี้…ผนึกพันธนาการทางที่สองถูกกระตุ้น
เพียงพริบตา ก็จะเห็นเส้นไหมสีเงินเป็นทางๆ ปรากฏออกมาจากร่างนี้ แปรเปลี่ยนเป็นตราประทับนับไม่ถ้วน มากมายมหาศาล ราวสายน้ำไหล ไหลวรซึ่งกันและกัน และสอดประสานกันเป็นช่วงๆ
สุดท้าย เพียงเสี้ยวพริบตาก็เกิดเป็นตาข่ายมหึมาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ตาข่ายนี้ส่องประกายแสงสีเงินระยิบระยับ ตราประทับทุกตราล้วนกะพริบวิบวับพร่างพราย เส้นไหมอยู่เหนือซึ่งกฎเกณฑ์
ภายใต้การปะทุทุกด้าน ก็จะสะกดควบคุมพลังที่พุ่งเพิ่มขึ้นของกายเนื้อร่างนี้ลงไปอย่างสมบูรณ์
นี่ก็คือการปกป้องของนายท่านเจ็ดในตอนนั้นต่อสวี่ชิง
เห็นเป็นเช่นนี้ ในดวงตาหมิงเหยียนฉายประกายเย็นยะเยือก คิ้วขมวดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจสักเท่าไร
ในเมื่อกายเนื้อเช่นนี้ไม่มีทางที่ผู้เยาว์นั่นจะทำสำเร็จด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่ามีผู้วิเศษยิ่งใหญ่ช่วยเหลือ เช่นนั้นแล้ว เตรียมแผนรับมือบางอย่างเอาไว้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สุด
“ผู้ที่ทิ้งผนึกพันธนาการนี้ไว้ไม่ธรรมดาเลย”
หมิงเหยียนหรี่ตา มือขวาที่ยกขึ้นกดไปที่หน้าผากของตัวเอง เสี้ยวขณะต่อมา ข้างล่างกายของเขามีดอกบัวสีดำหมุนวนอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตเข้มข้นในก่อนเนื้อพลันลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ถูกเขาดูดซับไป
ขณะเดียวกัน ดอกบัวดำบาน โซ่เหล็กที่ประดุจเกสรมากมายล่องลอยออกมาเอง ภายใต้การควบคุมของเขาก็มัดตัวเองเอาไว้
เกิดเป็นการสะกดควบคุม
“แม้จะเป็นเพียงชั่วเวลาเดียว ไม่สามารถลบพันธนาการนี้ไปได้ทันที แต่ทำให้สมดุลอีกครั้งก็ยังพอทำได้”
“ในอนาคต ขอเพียงให้เวลากับข้าสักหน่อยก็จะลบมันไปได้”
“ดังนั้น เจ้าหนู เจ้ายังทิ้งอะไรไว้บนกายเนื้อนี้อีก เทียนที่อยู่ข้างหลังอย่างนั้นหรือ”
หมิงเหยียนเอ่ยราบเรียบ
ที่หลังของเขาส่งเสียงระเบิดกึกก้อง เปลวเทียนจากภาพเทียนไขลุกไหม้ขึ้นมาทันที ส่องสะท้องโลกข้างหลังเหมียงเหยียนเอาไว้ในแสงเทียน
“เทียนเล่มนี้ข้าศึกษาค้นคว้ามานานยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก”
หมิงเหยียนยกมือสะบัดไปบนร่างก็ตัดวิญญาณส่วนหนึ่งของตัวเองออกทันที แบ่งแยกมันออกมาคลุมไว้บนภาพเทียนไขที่แผ่นหลังให้เป็นโป๊ะโคมไฟ
“ทำแบบนี้ทั้งควบคุมมันได้ และยังอาศัยพลังของมันได้ในอีกระดับหนึ่งด้วย”
“เช่นนั้นตอนนี้เจ้าหนู เจ้ายังมีแผนรับมืออะไรอีกหรือไม่”
หมิงเหยียนยิ้มเล็กน้อย
แต่ในพริบตาที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา ยังไม่ทันที่สวี่ชิงทางนั้นจะได้ตอบ เสียงคำรามโกรธเดือดดาลสะท้านสะเทือนฟ้าดินเสียหนึ่ง ก็ดังท่วมฟ้ามาจากในมหาสมุทรโปร่งแสงที่อยู่ข้างล่าง
“ไอ้แก่ คิดจะทำร้ายศิษย์น้องของข้า ต้องถามข้าเสียก่อน!”
ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น มหาสมุทรโปร่งแสงก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที คลื่นลูกใหญ่ซัดครืนคราน กลายเป็นคคลื่นยักษ์ซัดหอบม้วนครืนครานไปทั่วทุกสารทิศ
และทั้งมหาสมุทรโปร่งแสงในเสี้ยวพริบตานี้ก็เหมือนถูกย้อมสีกลายเป็นสีฟ้า!
หนอนสีฟ้ามหาศาล พุ่งออกมาจากมหาสมุทรท่ามกลางคลื่นลูกใหญ่ ท่ามกลางคลื่นยักษ์
จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน สะท้านสะเทือนฟ้าดิน
พวกมันรวมตัวกัน เกิดเป็นมือยักษ์ทรงพลังยิ่งใหญ่สีฟ้าข้างหนึ่ง ชูเตาหลอมกระดูกเก่าแก่โบราณขึ้นสูง พุ่งมาหาหมิงเหยียน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา