บทที่ 531 ทำตามใจเรียกร้อง (2)
นี่คือพิธีขั้นสุดท้าย องค์ชายเจ็ดไม่มีฐานะมาตอบแทน ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ควรจะเป็นคนของเขตปกครองผนึกสมุทร
“ได้!”
“ได้!!”
“ได้!!!”
แทบจะในพริบตาเดียวกับที่ปลัดเขตปกครองเอ่ย คนหลายแสนข้างล่างแท่นพิธีส่งเสียงดังก้อง และเสียงจำนวนมากกว่าเดิมดังออกมาจากปากของคนธรรมดาในเขตปกครอง ดังก้องไปในฟ้าดิน
นี่คือความต้องการของประชาชน!
นี่คือความคิดเป็นหนึ่งเดียวกัน!
นี่คือการยอมรับของฟ้า ดิน มนุษย์!
พลังดวงชะตาบนท้องฟ้าส่งเสียงดังเลื่อนลั่น ขณะอัสนีนับพันนับหมื่นฟาดผ่า กวานม่านหยกห้าสายที่เป็นสัญลักษณ์ปกป้องคุ้มครองเขตปกครองหนึ่ง ก่อเป็นรูปร่างทันที พลังดวงชะตาหลอมรวม ปฐพีสั่นคลอน ท้องฟ้าเกิดระลอกคลื่นหมื่นจั้ง
เสียงร้องไห้อ้อนวอนแปรเปลี่ยนเป็นสิ้นหวัง ค่อยๆ อ่อนแรงไปข้างหูสวี่ชิง
ตอนนี้ กวานนั่นลอยต่ำลงมาจากฟ้า เหมือนจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวถือเอาไว้ สวมให้ปลัดเขตปกครองช้าๆ
ในเสี้ยวขณะนี้ อารมณ์ในใจสวี่ชิงดิ้นรนจะมาถึงขีดจำกัดสูงสุด สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นอัสนีสวรรค์ ขณะฟาดผ่าครืนครัน ความคิดทุกอย่างแหลกละเอียด เขาเงยหน้า ถอนหายใจเสียงเบา
ในการถอนหายใจนี้ก็พ่นเอาความขุ่นเคืองที่สะกดเอาไว้ในร่างยี่สิบกว่าวันออกมาด้วย
เขารู้ เขาไม่ควรทำเรื่องพวกนี้ หลายวันนี้ก็ใช้เหตุผลมากมายมาบอกตัวเองว่าทำแบบนี้ถึงจะถูกต้อง
“แต่ข้าสุดท้ายแล้วก็หลอกใจตัวเองไม่ได้
“ข้า พูดคำว่าได้ไม่ออก…
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าสะกดเอาไว้ไม่ได้แล้ว”
สวี่ชิงพึมพำ ท่ามกลางรูม่านตาที่หดเล็กของนายกอง ท่ามกลางเสียงสูดลมหายใจลึกของข่งเสียงหลง ท่ามกลางความอึ้งตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้างของชิงชิว ภายใต้ความไม่เข้าใจของคนทั้งหลายรอบๆ ร่างของเขาลอยขึ้นสูงจากพื้นดิน!
คนหลายแสนคนบนพื้น สวี่ชิงลอยขึ้นกลางฟ้าคนเดียว!
ทั้งตัวปกคลุมด้วยประกายแสงพร่างพราย เหนือศีรษะมีอสูรสมุทรบรรพกาลปรากฏเหนือศีรษะ ฉัตรแต่ละคันๆ ปรากฏออกมา เจิดจ้าระยิบระยับ
ดึงดูดความสนใจจากผู้คนนับไม่ถ้วน
องค์ชายเจ็ดมองไป
ปลัดเขตปกครองจ้องเพ่ง
ผู้บำเพ็ญหลายแสนเงยหน้า
ในพริบตาที่กวานแห่งพลังดวงชะตาจะลอยลงมา ทันทีที่เสียงร้องไห้ของเด็กชายสิ้นหวังใกล้จะเงียบไป สวี่ชิงยืนอยู่กลางท้องฟ้า มองฟ้าดิน
ในเสี้ยวขณะนี้ เขาไม่อยากคิดว่าวิธีการของตัวเองถูกหรือผิด เป็นหรือตาย เขาอยากทำตามใจของตัวเอง
คำพูดมากมายที่เขาโน้มน้าวตัวเองกว่าครึ่งเดือนมานี้ ตอนนี้ล้วนว่างเปล่าไร้แรง จะอย่างไรก็สะกดความคิดที่ผุดขึ้นมาหลังจากที่รับรู้แล้วในใจไม่ได้
บางที ความคิดของเขาอาจจะเปลี่ยนไปในเสี้ยวพริบตาต่อมา บางทีหากเลือกได้อีกครั้ง เขาอาจจะไม่ทำเช่นนี้
แต่ตอนนี้เขาไม่อยากไปชั่งน้ำหนักแล้ว
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งแปดทิศ
“ข้า สวี่ชิงผู้มหาจักรพรรดิหยั่งใจประกายแสงหมื่นจั้ง ขอคัดค้าน!”
ในที่สุดเขาก็พูดประโยคนี้ออกไป และจะต้องเติมคำว่ามหาจักรพรรดิหยั่งใจประกายแสงหมื่นจั้งหลายตัวอักษรนี้เข้าไปด้วย นั่นคือสิทธิ์คุณสมบัติ
ประโยคนี้พูดจบ ความโล่งใจและความถ่องแท้ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างสวี่ชิง หมอกคลุมเครือที่อัดอั้นยี่สิบกว่าวันนี้สลายหายไปสิ้น
ความลังเลมารดามันสิ!
ความคิดเห็นของประชาชนฝังกลบจิตใจของเขาไม่ได้
อำนาจควบคุมวิญญาณเขาไม่ได้
อะไรคือถูกต้อง อะไรคือถูกผิด เรื่องพวกนี้…ช่างหัวมารดามันสิ!
เสี้ยวขณะนี้ ดวงตาสวี่ชิงเป็นประกายเจิดจ้านัก ร่างของเขาคล้ายว่ากำลังเปล่งประกายแสง พลังดวงชะตาบนท้องฟ้าก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นมา ท่ามกลางความรางเลือน ก็แยกออกมาจากกวานม่านหยกห้าสายที่ก่อร่างอย่างสมบูรณ์นั่นออกมา มาเป็นกลุ่มๆ หลอมรวมมายังเหนือศีรษะของสวี่ชิง
กวานม่านหยกห้าสายที่ขนาดเล็กกว่าเล็กน้อยอันหนึ่ง ทำการสวมกวานให้กับสวี่ชิงเอง!
นั่นคือการยอมรับจากพลังดวงชะตาเขตปกครองผนึกสมุทร นั่นคือการยอมรับจากมรรคาสวรรค์ฝั่งหนึ่ง!
แม้คนที่เห็นมีไม่มาก แต่คนที่เห็นก็มี!
คำพูดของเขาตอนนี้เหมือนอัศนีน่าครั่นคร้าม ขณะเดียวกับที่ฟาดผ่าไปทั่วทุกทิศ คำรามไปในจิตใจของคนที่ได้ยินก็ทำให้คนหลายแสนบนลานเงียบกริบทันที
จากนั้นก็เป็นเสียงถอนหายใจ ราวลมคลั่งพัดกวาดไปทั่วทุกทิศ
ท้องฟ้าเปลี่ยนสี
องค์ชายเจ็ดสายตาจ้องเพ่ง มองไปยังเหนือศีรษะของสวี่ชิง ในใจเกิดคลื่นยักษ์ เขารู้จักสวี่ชิง
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาก่อนหน้านี้จดจำสวี่ชิงได้ไม่ใช่ความชอบของสวี่ชิง และไม่ใช่ฐานะอาลักษณ์ตัวเล็กๆ ที่คอยติดตามเจ้าวังครองกระบี่ด้วยเช่นกัน แต่เป็นมหาจักรพรรดิหยั่งใจประกายแสงหมื่นจั้ง!
ในเขตปกครองผนึกสมุทรนี้ไม่เคยมีผู้ที่หยั่งจิตใจหมื่นจั้งมาก่อน คนอื่นๆ รู้เพียงว่าไม่ธรรมดา หาได้ยาก เหมือนผู้มาจากตระกูลดี เชื่อถือได้ อีกทั้งยังมีข้อดีอย่างมหาศาลต่อการเลื่อนขั้นในอนาคตอีกด้วย
แต่เขาในฐานะองค์ชายย่อมรู้มากกว่าคนอื่น เขารู้ มหาจักรพรรดิหยั่งจิตใจ นี่หมายถึงทิ้งชื่อไว้ที่รูปสลักมหาจักรพรรดิเมืองหลวงจักรพรรดิทางนั้น!
รูปสลักมหาจักรพรรดิแม้จะไม่ใช่สมบัติดินแดน แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นมรดก ปกป้องคุ้มครองเผ่ามนุษย์หลายครั้ง จักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นล้วนไปกราบเคารพ
และทิ้งชื่อไว้ที่มหาจักรพรรดิทางนั้น มหาจักรพรรดิล้วนให้ความสำคัญ คนประเภทนี้…ต่อให้เป็นเขาก็ไม่อาจไปแตะต้องได้ง่ายๆ
สังหารผู้ที่หยั่งจิตใจหมื่นจั้งคนหนึ่ง ผลกระทบต่อชื่อเสียงมหาศาลนัก
และก็เป็นเพราะประกายแสงหมื่นจั้งจากมหาจักรพรรดิหยั่งใจ เสียงของสวี่ชิงตอนนี้ ขณะที่ดังสะท้อนก้องก็แผ่ออกไป หลังจากที่ดังขึ้นในหูของผู้บำเพ็ญทุกคนแล้ว ระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
หากวันนี้เป็นวันแรกที่สวี่ชิงมาถึงเขตปกครองหลวง เช่นนั้นต่อให้เขาเป็นผู้ได้รับการสนับสนุนจากมหาจักรพรรดิก็ไม่มีทางสร้างระลอกคลื่นได้ขนาดนี้
ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีใครเข้าใจเขา สำหรับคนอื่นแล้วเขาก็เป็นเพียงแค่ชื่อหนึ่งเท่านั้น
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพียงแค่เปลือกนอกภาพมายา คนเขตปกครองผนึกสมุทรรู้ว่าเขาไม่ธรรมดา แต่ความจริงไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
“วาจาเหลวไหลของเด็ก ใต้เท้าเจ้าเขตปกครองไยต้องจริงจัง” ไม่รอให้สวี่ชิงได้พูด รองเจ้าวังครองกระบี่ก็ประสานหมัดอีกครั้ง จากนั้นก็หันไปมองสวี่ชิง ตวาดออกไป
“ยังไม่กลับไปอีก!”
พูดแล้วเขาก็ถอยไปสามสี่ก้าว จะพาสวี่ชิงจากไป ทั้งร่างยิ่งแผ่พลังบำเพ็ญ ป้องกันเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงที่มาจากผู้บัญชาการเมืองหลวงจักรพรรดิและปลัดเขตปกครอง
“หลี่อวิ๋นซานหยุดก่อน!” ปลัดเขตปกครองเอ่ยขึ้นราบเรียบ
รองเจ้าวังฝีเท้าหยุดชะงัก นี่เป็นชื่อเขา แต่เขาก็ยังคงถอยไปสามสี่ก้าว มายังข้างกายสวี่ชิง เงยหน้ามองปลัดเขตปกครอง ขมขื่นแต่ก็กลับเอ่ยอย่างแน่วแน่
“ใต้เท้าเจ้าเขตปกครอง สวี่ชิงเป็นอาลักษณ์ของท่านเจ้าวัง เป็นผู้ครองกระบี่ เขาอายุยังน้อยไม่รู้ความ แต่โทษไม่ถึงตาย เจ้าวังก่อนพลีชีพก็ได้ฝากคนที่อยู่ข้างหลังไว้กับข้า ดังนั้น…ข้าต้องปกป้อง!”
คำพูดเขาเมื่อดังออกมา ผู้ดูแลซือหนานและผู้ดูแลซุนต่างแผ่พลังบำเพ็ญ ผู้บำเพ็ญที่ผ่านสงครามมาโชกโชนแสนกว่าๆ เหล่านั้นต่างปะทุกลิ่นอายขึ้นมาทันที
องค์ชายเจ็ดในดวงตามีระลอกคลื่นเล็กน้อย มองไปทางปลัดเขตปกครอง
ปลัดเขตปกครองจ้องมองสวี่ชิง
สวี่ชิงก้าวขึ้นไปโค้งคารวะรองเจ้าวังที่อยู่ข้างๆ โค้งคารวะผู้ดูแลทั้งสอง โค้งคารวะสหายร่วมรบแสนกว่าข้างล่าง จากนั้นก็เงยหน้า เสียงสงบนิ่ง เอ่ยเสียงเบา
“เดือนสี่ปีนี้ หลังจากสงครามปะทุขึ้น ในยามที่เจ้าวังนำทัพเดินทางได้ให้ภารกิจหนึ่งกับข้า ให้ข้าตรวจสอบสาเหตุการตายของเจ้าเขตปกครองอย่างลับๆ!”
คำพูดเขาดังออกไป รองเจ้าวังที่แต่เดิมจะขัดขวางท่าทางหยุดชะงักไปทันที ผู้บำเพ็ญหลายแสนที่อยู่ที่นี่ในใจของแต่ละคนต่างเกิดระลอกคลื่นอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง มองไปทางสวี่ชิง
ภายใต้การจับจ้องจากผู้คน สวี่ชิงใบหน้าไร้อารมณ์ เอาแผ่นหยกที่เจ้าวังมอบให้ออกมา นี่คือหลักฐาน
“ผ่านไปครึ่งปี ในที่สุดข้าก็ตรวจสอบเสร็จสิ้น คดีนี้นอกจากโหวเหยาแล้ว ก็ยังมีจุดน่าสงสัย คล้ายว่ายังมีฆาตกรอีก แต่เจ้าวังพลีชีพแล้ว ข้าไม่มีคนให้รายงาน ปลัดเขตปกครอง…ข้าสามารถรายงานกับท่านที่นี่ได้หรือไม่ เพื่อมอบความจริงที่มากขึ้นเกี่ยวกับการแตกดับของเจ้าเขตปกครอง ทำให้เผ่ามนุษย์ทุกคนในเขตปกครองผนึกสมุทรกระจ่างในเรื่องนี้ยิ่งขึ้น
“ขอปลัดเขตปกครองชี้แนะ!”
บนพื้น นายกองถอนหายใจ ประกายสีฟ้าดวงตายิ่งวาวโรจน์ เตรียมปลดผนึก
ข่งเสียงหลงตัวสั่นสะท้าน ในดวงตามีเส้นเลือดปรากฏ หันไปมองทางปลัดเขตปกครองทันที
หนิงเหยียนหดศีรษะ แอบกวาดสายตามองค์ชายเจ็ด ลอบถอนหายใจ
ชิงชิวเงียบนิ่ง แต่มือที่ถือเคียวออกแรงเล็กน้อย
และยังมีผู้ครองกระบี่แปลกหน้าคนหนึ่ง แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคน เขามองสวี่ชิง สีหน้าฉายแววชื่นชม ยิ่งมีความภาคภูมิใจ แต่ขณะเดียวกันก็มีความจนปัญญา ในดวงตามีประกายแสงสีทองกลุ่มหนึ่งกะพริบวูบแล้วหายลับไป
ข้างล่างแท่นพิธี ในบรรดาผู้บัญชาการเหล่านั้นที่องค์ชายเจ็ดนำมา เสี่ยเหยี่ยนที่เคยรับผิดชอบการเปิดแดนต้องห้ามเซียน สวมหน้ากากคนนั้น ตอนนี้เงยหน้าเล็กน้อย ในดวงตามีประกายฉายวูบ
ทั่วทุกสารทิศเงียบกริบ ทุกคน จากคำพูดของสวี่ชิงล้วนมองไปทางปลัดเขตปกครองอย่างอดไม่ได้ สาเหตุการตายของเจ้าเขตปกครองเป็นความเจ็บปวดของทั้งเขตปกครองผนึกสมุทร
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคำสั่งสุดท้ายของเจ้าวังครองกระบี่
แม้แต่คนธรรมดาในเขตปกครองหลวง ทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ล้วนเงียบนิ่ง จิตใจประชาชนสั่นคลอน
เทียบกับปลัดเขตปกครองแล้ว สวี่ชิงชื่อเสียงบารมีสู้ไม่ได้
แต่เทียบกับเจ้าวังและเจ้าเขตปกครอง ปลัดเขตปกครองสู้ไม่ได้
บนแท่นพิธี ปลัดเขตปกครองมองสวี่ชิง มองอย่างจริงจัง เหมือนว่าจะทำความรู้จักใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็เอ่ยอย่างสงบนิ่งออกมา
“เจ้าว่ามา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา