บทที่ 894 เจ้าเข้ามานี่สิ
ความกล้าหาญเช่นนี้ถึงจะคู่ควรกับตำแหน่งอัจฉริยะฟ้าประทานอันดับหนึ่งแห่งนภาคิมหันต์
ความกล้าแกร่งเช่นนี้ถึงจะสามารถตั้งเผ่าเหยียนเสวียนจื่อได้
สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่มหาขั้นเตรียมสู่เทวะ สิ่งที่นางต้องการคือ…เทพเจ้า!
ยืมร่างของจักรพรรดิเซียนมาเป็นฟืน สร้างเป็นธาตุบำรุงตนเอง ปั้นดินแดนเทพของตนเอง จุดไฟเทวะนภาคิมหันต์ของนางเอง!
นางต้องการเป็นเทพเจ้าในก้าวเดียว!
สิ่งนี้เหนือความปรารถนาของพวกเทียนม่อจื่อทั้งสามคนไปโดยสิ้นเชิง ในพระราชวังจักรพรรดิแห่งนี้ นางกลายเป็นที่จับจ้อง และยังทำลายความตั้งใจของทั้งสามคนที่พยายามจะแข่งขันกับนางในอนาคตจากทุกด้าน
จะเทียบกับคนเช่นนี้ได้อย่างไร…
จะเอาชนะได้อย่างไร…
จะต่อสู้ได้อย่างไร…
เทียนม่อจื่อถอนหายใจ ทั่วสือซานก้มหน้าลง ฝานซื่อซวงขมขื่น
แต่พวกเขาไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ ถึงแม้ว่าเป้าหมายที่พวกเขาแสวงหา พวกเขาจะเอื้อมไม่ถึงเสียแล้ว แต่พวกเขายังมีเส้นทางของตัวเอง การเลื่อนขั้นของพวกเขาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
ร้อนแรงกว่าที่เคย!
สวี่ชิงลืมตาขึ้นในขณะนี้ มองไปที่เหยียนเสวียนจื่อ
เหยียนเสวียนจื่อที่แม้แต่เขาและนายกองร่วมมือกันก็โค่นล้มไม่ได้ ทำได้เพียงแค่กักขัง เป็นอัจฉริยะฟ้าประทานหายากยิ่งในชีวิตของสวี่ชิง
ครั้งหนึ่งในอาณาจักรของเผ่ามนุษย์ ในวังหลวง องค์ชายห้าที่กลับมาจากชายแดนได้แจ้งข่าวที่สั่นสะเทือนเผ่ามนุษย์
เผ่านภาคิมหันต์คล้ายจะกำลังสร้าง…เทพเจ้าองค์ที่สี่
เดิมที สวี่ชิงคิดว่าเป็นจี้ตงจื่อ เพราะในจิตวิญญาณของจี้ตงจื่อ มีศิลาจารึกแห่งการล่มสลายของเทพเจ้ามากกว่าเก้าสิบหลัก ราวกับเป็นพิธีกรรมแห่งการเป็นเทพเจ้า
และหลังจากสังหารเขา สวี่ชิงก็ได้เข้าใจว่าจี้ตงจื่อไม่ใช่เทพเจ้าองค์ที่สี่ที่นภาคิมหันต์ต้องการสร้าง หรือพูดให้ถูกคือ จี้ตงจื่อเป็นเพียงผลงานที่ยังไม่สำเร็จ
สิ่งที่เขาเป็นได้มากกว่านั้นก็เพียงภาชนะที่ล้มเหลว
ขณะนี้ สวี่ชิงมองไปยังเหยียนเสวียนจื่อ เมื่อพินิจมองทุกสิ่งอย่าง ก็คล้ายกับว่า…นางคือเทพเจ้าองค์ที่สี่ที่นภาคิมหันต์ต้องการสร้าง
“แต่ เป็นนางจริงๆ หรือ?”
สวี่ชิงพึมพำกับตัวเอง ในชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกได้ จึงหันไปมองนายกอง
สิ่งที่เขาเห็นคือไฟเย็นที่ลุกไหม้บนร่างกายของนายกอง ความบ้าคลั่งที่ปะทุท่วมท้นในดวงตา ความปรารถนาที่จะกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม ราวกับหิวโหยมาหลายหมื่นปี
โอกาสที่เหยียนเสวียนจื่อรอคอยมาถึงแล้ว และเวลาที่นายกองรอคอยก็มาถึงแล้วเช่นกัน!
“ในที่สุด…ก็ถึงเวลาจนได้!”
นายกองแลบเลียริมฝีปาก สีหน้าฉายแววบ้าคลั่งขึ้นขึ้น หัวเราะออกมา
“อาชิงน้อย เจ้าดูภูเขาขี้สามก้อนนั่น พวกมันเป็นแค่นกกระจอก ต้ังเป้าหมายเพียงพลังแห่งดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ แสวงหามหาขั้นเตรียมสู่เทวะที่สมบูรณ์แบบของตนเองเท่านั้น หาได้ยิ่งใหญ่แม้แต้นิด!”
“ส่วนเยี่ยนจื่อ ดูเหมือนจะมีความกล้าหาญมาก ใช้ฉัตรเป็นสวรรค์ ใช้ร่างเทพเป็นฟืน ต้องการเป็นเทพในก้าวเดียว ทว่าในสายตาของศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้านั้น นางก็เป็นได้แค่นกกระจอกทั่วไป กินอาหารไม่ได้ เป็นนกประสาอะไร?!”
“ศิษย์น้องเล็ก ครั้งนี้ศิษย์พี่ใหญ่จะพาเจ้าทำการใหญ่ นั่นคือสิ่งที่เหนือกว่านกกระจอก…พญาอินทรี!”
ในขณะที่พูด นายกองก็คลายการเชื่อมต่อกับสวี่ชิง ไม่ใช้สวี่ชิงเป็นหลักยึดของตนเองอีกต่อไป ในขณะที่ร่างกายถอยหลังตามแรงผลักของดวงจันทร์ เขายกมือขึ้น หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ชี้ไปที่ดาวเคราะห์หนึ่งร้อยแปดดวงเบื้องบน
“จง…หมุนกลับมาหาข้า!!”
ในชั่วพริบตา พระราชวังจักรพรรดิก็คำรามอีกครั้ง เสียงนี้มาจากห้วงอวกาศของพระราชวังจักรพรรดิ มาจากดาวเคราะห์หนึ่งร้อยแปดดวง มาจาก…เบื้องหลังของพวกมัน!
ดาวเคราะห์หนึ่งร้อยแปดดวงของพระราชวังจักรพรรดิ ด้านที่หันหน้าเข้าหาแผ่นดินใหญ่แต่เดิมเป็นดินดาว แต่ด้านหลังเป็นใบหน้าที่ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด!
และในขณะนี้ เมื่อนายกองทำปางมือ ใบหน้าของดาวเคราะห์หนึ่งร้อยแปดดวงนี้ที่เคยว่างเปล่าก็ส่องแสง แต่ละดวงปรากฏไข่มุกที่ซ่อนอยู่ภายใน!
ไข่มุกนั้นคือสิ่งที่นายกองได้รับจากเหยี่ยวเปลือกหอยในโลกภายนอก
หนึ่งร้อยแปดเม็ด!
นี่คือสิ่งที่นายกองเตรียมไว้ และเป็นการจัดเตรียมที่เขาทำหลังจากมาถึงที่นี่เป็นคนแรก
ในตอนนี้ พวกมันระเบิดออกพร้อมกัน ด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ น่าทึ่ง
ทำให้ห้วงอวกาศปั่นป่วน ทำให้ธารธาราดวงดาวดับแสง!
และด้วยความแปลกประหลาดของไข่มุกเหล่านี้และวิธีการของนายกอง ในขณะที่พวกมันระเบิดออก ดาวเคราะห์หนึ่งร้อยแปดดวงนี้…กลับหมุนพร้อมกัน
ในขณะที่เสียงดังสนั่นกึกก้อง ดาวเคราะห์หนึ่งร้อยแปดดวงในห้วงอวกาศของพระราชวังจักรพรรดิก็เปลี่ยนแปลง ด้านดินดาวที่เทียนม่อจื่อทั้งสามคนอยู่กลายเป็นด้านหลัง ด้านที่คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดกลายเป็นด้านหน้า!
หันหน้าเข้าหาพระราชวังจักรพรรดิ เสียงคร่ำครวญปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่งไปยังพระราชวังจักรพรรดิทั้งหมด
ภายใต้การกระตุ้นจากไข่มุกแตกกระจาย เสียงของใบหน้าเหล่านี้เสียดแทงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนกระทั่งเสียงของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดรวมกันเป็นร้อยเสียง ร้อยเสียงรวมกันเป็นเสียงเดียว เกิดเป็นระเบิดเสียง แช่แข็งดาวอาทิตย์ เร่งความเร็วดวงจันทร์ สั่นสะเทือนมังกรดารา กดข่มเครื่องบูชา เคลื่อนย้ายโลกได้!
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ ทำให้ทุกคนในที่นี้หน้าเปลี่ยนสี
สวี่ชิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบดีดตัวออกจากดวงจันทร์ทันที ปรากฏตัวข้างนายกอง ดวงตาสะท้องแสงดาววาววับ สีหน้าราบเรียบดังปกติ
การเปลี่ยนแปลงนี้ใกล้เคียงกับการประเมินของเขาโดยพื้นฐาน จึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวอาทิตย์ที่แข็งตัว ดวงจันทร์ืั้เร่งความเร็วจากระเบิดเสียงที่เกิดจากใบหน้าคร่ำครวญนับร้อยนั้น…
“ต่อไป น่าจะเป็นขั้นตอนที่สองของแผนของนายกอง ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ชนกัน!”
ในขณะที่สวี่ชิงกำลังคิด ดวงจันทร์ก็พุ่งเข้าหาดาวอาทิตย์ที่แข็งตัวขณะหมุน ก่อเกิดพลังน้ำขึ้นน้ำลง เปลี่ยนแปลงรูปแบบของพระราชวังจักรพรรดิ
สุรเสียงบ้าคลั่งของนายกองยังคงก้องกังวาน
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าสงสัยมาตลอดว่าการใหญ่ของเราในครั้งนี้คืออะไรใช่หรือไม่ ก่อนหน้านี้ไม่สามารถบอกเจ้าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือที่นี่ ล้วนเกี่ยวข้องกับเทพเจ้า”
“เมื่อพูดออกไป ย่อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง”
นอกจากที่นี่แล้ว สุสานจักรพรรดิทั้งหมดสั่นล้วนสะเทือน!
ดาวเคราะห์ทั้งหมดส่งเสียงคำรามอย่างรุนแรง!
แผ่นดินเทวะทั้งหมดกำลังผันผวน!
สายลมพัดวูบ หมายถึงการดับสูญหลังจากการหลอมรวมของน้ำแข็งและไฟ คือความไร้สิ้นสุดจากการหลอมรวมของหยินและหยาง คือพายุหลังจากการชนกันของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
นั่นคือ…พายุแห่งความโกลาหล ตกลงมายังพระราชวังจักรพรรดิเบื้องล่าง ปกคลุมผืนฟ้า
มังกรแห่งดวงดาวมืดมัว พังทลายลงในพายุ
ระฆังดังขึ้นเอง ส่งเสียงแห่งความตาย
กลองฝังศพคำราม ดวงวิญญาณตื่นขึ้น
และฉัตรขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ท่ามกลางพายุในขณะนี้ก็ถูกเบี่ยงเบนทิศทาง เผยให้เห็น…เบื้องล่างของมัน แท่นบูชาที่ถูกบดบัง และโลงศพศักดิ์สิทธิ์บนแท่นบูชา!
อีกทั้งดวงตาวซึ่งฝังอยู่ในเนื้อหนังที่กระกอบสร้างเป็นผืนแผ่นดินลืมตา่ขึ้น ทหารดินเผาจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยืนอยู่บนแผ่นดิน ฟื้นคืนชีพพร้อมกัน!
แต่ไม่ว่าอย่างไร เส้นทางก็เปิดออกแล้ว!
ณ ห้วงสูญตาบนท้องฟ้า บัดนี้เอียงลงภายใต้พายุ พวกเทียนม่อจื่อทั้งสามคนที่ต้องการจะหยุดยั้ง ไม่อาจทำอะไรได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ได้แต่ปกป้องตนเองก่อน
มีเพียงเหยียนเสวียนจื่อเท่านั้นที่เดินหน้าพุ่งเข้ามาหมายสัหาร โทษฐานที่เอ้อร์หนิวขัดจังหวะการเลื่อนขั้นของนาง ก่อเรื่องทำลายพระราชวังจักรพรรดิทั้งหมด ผสมรวมทั้งความแค้นครั้งเก่าและความแค้นครั้งใหม่
สวี่ชิงที่เฝ้ามองทั้งหมดนี้หาได้หวั่นไหว สิ่งนี้ไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจากการประเมินของเขา เขารู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ต้องได้รับผลที่ตามมา
ส่วนจะเป็นอะไร สวี่ชิงก็เดาได้ ท้ายที่สุดแล้วยังมีของสิ่งหนึ่งที่นายกองยังไม่ได้รับคืน
ดังนั้น สวี่ชิงจึงไม่ขยับหนี เมื่อเหยียนเสวียนจื่อพุ่งตัวเข้ามา
นายกองที่อยุ่ข้างกายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฉากนี้เขาเตรียมการมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว บัดนี้ในที่สุดก็ได้เห็นกับตาตนเอง นอกจากความพึงพอใจแล้ว มีหรือจะไม่เตรียมอะไรเพื่อรับมือกับเหยียนเสวียนจื่อ
ดังนั้น ในขณะที่เหยียนเสวียนจื่อพุ่งเข้ามา นายกองก็เงยหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง ยกมือขวาขึ้น ชูของสิ่งหนึ่งขึ้นสูง
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เหยียนเสวียนจื่อที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ก็เปลี่ยนสีหน้าไปโดยสิ้นเชิง
“เจ้าบ้าไปแล้ว!!”
ร่างของนางถอยร่นทันที ด้วยความเร็วที่ทำให้ห้วงสูญตาแตกออก
สิ่งที่นายกองถืออยู่ในมือคือลูกแก้ว
นั่นคือดวงตะวันบรรพกาล คือดวงตะวันแสงอรุณ นั่นคือสมบัติแดนสงครามขั้นสูงสุดของเผ่ามนุษย์!
“เจ้าเข้ามานี่สิ!”
นายกองมองไปที่เหยียนเสวียนจื่อที่ถอยหลัง พรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จากนั้นก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง โยนดวงตะวันแสงอรุณในมือไปยังแท่นบูชาเบื้องล่าง…
ทิ้งมันลงไปตรงๆ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา