บทที่ 970 อำนาจเทพที่ห้า!
แดนศักดิ์สิทธิ์ลงมาเยือน!
ตอนนี้ เผ่าต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ บางเผ่าสั่นสะท้าน บางเผ่าตื่นเต้น บางเผ่าสับสนงุนงง
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ในห้วงเวลาของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในช่วงเวลานี้…การปรากฏขึ้นของแดนศักดิ์สิทธิ์ครอบครองทุกสิ่ง
และสำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจากไป ก็มีเรื่องราวเล่าขานต่อกันมาในเผ่าพันธุ์แห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ตลอดมา
แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งต่างๆ ที่ก่อตั้งโดยจักรพรรดิเผ่าต่างๆ และสมาชิกอัจฉริยะที่พวกเขาพาจากไปด้วยในตอนนั้น ในเวลาหลายหมื่นปีมานี้ ถูกผู้คนก่นด่า และก็มีผู้คนที่คาดหวังด้วยเช่นกัน
มีคนคิดว่าพวกเขาเป็นคนขี้ขลาด ในช่วงเวลาที่สำคัญหันหลังไปจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ หนีหัวซุกหัวซุน
มีคนคิดว่าพวกเขาคือความหวัง ในยามที่พวกเขากลับมา ก็จะสิ้นสุดความทุกข์ระทมของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทำให้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กลับสู่แสงสว่างอีกครั้ง
แต่ไม่ว่าจะด้วยท่าทีเช่นไร ตอนนี้พวกเขาลงมาเยือนแล้ว
เป้าหมาย ไม่ทราบ!
มิตรหรือศัตรู ไม่ทราบ!
“แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เหมือนกรงขัง เข้าง่ายออกยาก”
บนทะเลต้องห้าม สวี่ชิงจ้องมองผืนฟ้า พึมพำในใจ
นับจากที่ได้รู้ข่าวว่าแดนศักดิ์สิทธิ์จะลงมาเยือนจากพวกเฟิงหลินเทาสามคนนั้น สวี่ชิงก็ขบคิดคำถามหนึ่งมาโดยตลอด
แดนสักดิ์สิทธิ์จะมาทำไม
“นอกเสียจากว่า พวกเขากุมวิธีออกไปได้แล้ว…”
ในยามที่สวี่ชิงพึมพำ เสียงถ่ายทอดเสียงจากหวงเหยียนมาพร้อมด้วยความเคร่งเครียด ก็ดังออกมาจากขนนกสู่จิตใจของสวี่ชิง
“สวี่ชิง เห็นแล้วกระมัง”
“ที่มาไม่ได้มีแค่ผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แม้แต่ตัวแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ลงมาด้วย นี่เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเอามากๆ พวกเขาน่าจะกุมวิธีจากไปได้แล้ว”
“และจากข้อมูลของพวกเจ้าเผ่ามนุษย์ ตลอดจนความเข้าใจของข้า จำนวนแดนศักดิ์สิทธิ์มีจำนวนหลายร้อย ในนั้นแบ่งเป็นสี่ระดับ แบ่งเป็น天地玄黄 นภา พสุธา ดำ เหลือง”
“ทั้งห้าแดนที่เพิ่งลงมา ดูจากกลิ่นอายแล้วน่าจะเป็นเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเหลือง แดนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ เหมือนจะมีประมาณห้าสิบกว่าแดน”
“ส่วนแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำ พสุธา นภา จำนวนโดยละเอียดและเผ่าพันธุ์ใดควบคุมอยู่ ตอนนี้ยังไม่รู้”
“แต่ว่าจักรพรรดินีสามารถยืนยันได้เรื่องหนึ่งคือ แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนโยว ในอดีตแม้จะเคยเป็นระดับนภา แต่ตอนนี้…บางทีอาจจะไม่ใช่แล้ว”
“ดูเอาเถิด ในวันเวลาให้หลัง การลงมาเยือนของแดนศักดิ์สิทธิ์จะถี่ขึ้นเรื่อยๆ แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในอนาคตจะเกิดเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่แล้ว”
“ในช่วงนี้ข้าต้องคอยประจำอยู่ในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ เจ้าฝึกบำเพ็ญอยู่ในทะเลต้องห้ามก็ระวังตัวด้วย”
หวงเหยียนถ่ายทอดเสียงอย่างเร่งร้อน
สวี่ชิงหลังจากตอบกลับแล้ว สายตาก็จับจ้องไปทางเขตปกครองผนึกสมุทร
และข่าวของเขตปกครองผนึกสมุทรก็ผ่านด้วยวิธีพิเศษ ข้ามระยะทางกว้างไกลมหาศาลส่งมาถึงสวี่ชิงทางนี้ ขอคำชี้แนะสำหรับท่าทีของแดนศักดิ์สิทธิ์
“เฝ้าระวัง คอยจับตามอง”
สวี่ชิงหลังจากครุ่นคิดก็ถ่ายทอดคำสั่งออกไป
ทำเรื่องเหล่านี้เสร็จ สวี่ชิงถอนหายใจเบาๆ แต่ไม่นานนักดวงตาก็ฉายประกายวาววาม
เผชิญหน้ากับการมาเยือนของแดนศักดิ์สิทธิ์ เผชิญหน้ากับเป้าหมายที่ยังไม่ทราบได้ของพวกเขา สวี่ชิงรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำได้มีไม่มาก มีเพียงทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นไปอีกเท่านั้น ถึงจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าในสถานการณ์ที่ต่อจากนี้จะต้องเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอีกมากมายอย่างแน่นอนได้
ดังนั้นร่างของเขาเพียงไหววูบก็ดำดิ่งลงไปใต้ทะเล พุ่งตรงไปยังร่องมหาสมุทรที่เจดีย์ผุพังอยู่
ไม่นานนักร่างของสวี่ชิงก็มาปรากฏหน้าฟองอากาศลึกลับอีกครั้ง ก้าวเข้าไปภายใต้ความช่วยเหลือจากเถาวัลย์เทพ หลังจากเดินเข้าไปในเจดีย์ผุพัง เขาก็ไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น แผ่ไหมวิญญาณออกไป ผสานไปในหยกดำที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง สวี่ชิงเก็บไหมวิญญาณกลับมา
“สัมผัสไม่ผิดจริงๆ ในวัตถุนี่มีร่องรอยของอำนาจเทพ!”
“ร่องรอยนี้ อยู่ในรอยจางๆ หนึ่งพันรอยในกองดินของข้า”
สวี่ชิงก่อนหน้านี้จะจากไป สัมผัสได้ว่าในกองดินในร่างมีรอยจางๆ ทางหนึ่งกะพริบแสงริบหรี่ และจากนั้นก็ผสานไหมวิญญาณเข้าไปสำรวจ และผ่านการพิสูจน์ในตอนนี้ ในที่สุดก็มั่นใจในเรื่องนี้
“ก็ไม่รู้ว่า อำนาจเทพทางนี้จะเป็นด้านใด”
สวี่ชิงดวงตาฉายประกายวาววับ ในใจเกิดความคาดหวัง
เขารู้ดีว่ารอยจางๆ หนึ่งพันรอยในกองดินของตัวเอง หากคิดอยากให้ทุกรอยกะพริบแสงมีความยากอย่างมหาศาล นี่จำต้องให้เขากลืนกินเทพเจ้าหรือตัวตนที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้ามายิ่งขึ้นถึงจะได้
ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาจึงล่าสังหารสิ่งมีชีวิตคุณสมบัติเทพ ดูดซับความเป็นเทพข้างในกายของพวกมัน นำมาหล่อเลี้ยงตัวเอง
แต่กระบวนการนี้จะต้องเป็นไปอย่างเชื่องช้าแน่นอน
สัมผัสถึงอำนาจเทพได้โดยตรงเหมือนอย่างตอนนี้ พูดได้ว่าเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่
ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขัดสมาธิหน้าหยกดำทันที ใช้ไหมวิญญาณเป็นตัวเหนี่ยวนำ ลองสัมผัสรับรู้
เวลาไหลไป
หลายวันหลังจากนั้น สวี่ชิงลืมตาขึ้น ดวงตาฉายแววครุ่นคิด
“เหมือนว่าจะเกี่ยวกับเสียง…”
สวี่ชิงไม่แน่ใจเรื่องนี้ การสัมผัสรับรู้ในหลายวันนี้ แม้เขาจะจมอยู่กับมันทั้งกายใจ บรรลุได้รางๆ แต่ก็ไม่ชัดเจนนัก
ราวกับดูดอกไม้ในหมอก มองจันทร์ในเงาน้ำ
สำหรับเรื่องนี้ สวี่ชิงมีความอดทนอย่างเพียงพอ ยกมือขึ้นคว้า เอาขวดเล็กที่บรรจุวารีศักดิ์สิทธิ์พิศดารบันลือออกมา
ดื่มมันลงไปอึกหนึ่ง
ทันใดนั้น ในจิตใจของเขาก็เกิดความรู้สึกอัศจรรย์ขึ้นเป็นระลอกๆ ก่อนจะไปสัมผัสรับรู้ต่อ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป หนึ่งเดือนผ่านไป
จิตใจร่างกายของสวี่ชิงดำดิ่งลงไปโดยสมบูรณ์ ทั้งคนแผ่ซ่านความสงบนิ่งและล่องลอย ในสภาวะอันอัศจรรย์เช่นนี้ เขาเหมือนได้ยินเสียงอะไร
ราวกับเสียงพึมพำ
จากไกลเข้ามาใกล้ แล้วเหมือนใกล้ออกไปไกล
เหมือนกำลังพรรณาอะไร แต่กลับฟังไม่ชัด
แต่เสียงดังสะท้อนของเสียงพึมพำแว่วๆ นี้ทำให้พลังต้นกำเนิดเทพในร่างของเขาค่อยๆ โคจรขึ้นมา รอยจางๆ ในกองดินรอยนั้น ความถี่ของการกะพริบก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น
เช่นนี้เอง เดือนที่สองผ่านไป
การสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิงดำเนินมาสองเดือนเต็มๆ แล้ว และยังคงดำเนินต่อไป
และโลกภายนอกในช่วงสองเดือนนี้ เนื่องจากการลงมาเยือนของแดนศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดระลอกคลื่นในระดับที่แตกต่างกันไป
ก่อนอื่นคือการกระทำของแดนศักดิ์สิทธิ์ นอกจากรูปสลักที่ลงมาเยือนที่ใจกลางทำลายล้างเผ่าพันธุ์เล็กๆ เผ่าหนึ่งแล้ว แดนศักดิ์สิทธิ์อีกสี่แห่งที่เหลือก็ไม่ได้มีการกระทำที่สุดโต่งอะไร
พวกเขาไม่ติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก แค่กระจายกลุ่มเล็กๆ ไปในพื้นที่ของตัวเอง เก็บรวบรวมทรัพยากรต่างๆ
โดยเฉพาะไอพลังประหลาดเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาเก็บรวบรวม
และยังมีสิ่งที่ถูกไอพลังประหลาดโจมตีเหล่านั้น ก็อยู่ในนี้ด้วยเช่นกัน
สวี่ชิงขบคิด นี่อย่างไรก็เป็นครั้งแรกในการสัมผัสรับรู้อำนาจเทพในความหมายที่แท้จริงของเขา สำหรับความเข้าใจในอำนาจเทพหยุดอยู่ที่สัญชาตญาณ
สำหรับดวงจันทร์ม่วงและเคราะห์หายนะนั้นคือกลืนกินได้มา ไม่ได้ครอบครองด้วยการสัมผัสรับรู้เช่นนี้
คำสาปเทพเจ้าก็ได้มาด้วยวิธีที่คล้ายๆ กัน
ดังนั้นสวี่ชิงจึงไม่สัมผัสรับรู้ต่อ แต่นึกย้อนประสบการณ์ในช่วงหลายเดือนมานี้ของตน หลายวันหลังจากนั้น เขาก็พลันสะท้านเฮือกขึ้นมา
“ระดับการสัมผัสรับรู้ของข้าอาจจะไม่ถูก”
“เหตุที่ถูกควบคุมและตกเป็นทาสก็เพราะข้าได้รับอิทธิพลจากอำนาจเทพ ทว่าสิ่งที่ข้าต้องทำคือควบคุมมัน!”
“จะควบคุมอย่างไร…”
สวี่ชิงครุ่นคิด นานหลังจากนั้น ในดวงตาของเขาก็ฉายประกายแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่ง
“บางที ฟังไม่ใช่วิธีที่ถูก”
“สิ่งที่ข้าได้ยินหมายถึงได้รับอิทธิพล”
สีหน้าสวี่ชิงฉายแววเด็ดเดี่ยว ลุกขึ้นเพียงไหววูบออกไป ก็มาอยู่ข้างนอกฟองอากาศลึกลับ อยู่ตรงนั้นไม่ได้อาศัยการช่วยเหลือจากเถาวัลย์เทพ แต่เหมือนกับก่อนหน้านี้ ก้าวเท้าฝืนบุกเข้ามา
หลายก้าวหลังจากนั้น พลังต้านทานมหาศาลทะลักมา สวี่ชิงเมินเฉย ในบริเวณสุดปลายทางที่ตัวเองแบกรับได้ ก้าวเท้าออกไปอีกครั้งหนึ่ง
ทันใดนั้นพลังสะท้อนปะทุมา ในขณะเดียวกับที่ปกคลุมทั่วร่างของเขา สวี่ชิงก็จงใจเหนี่ยวนำมา ซัดไปที่หูทั้งสองข้างของตน
เสี้ยวขณะต่อมา สมองของเขามีเสียยงวิ้งดังมา ความเจ็บปวดอย่างมหาศาลส่งมา หูทั้งสองเลือดไหล แก้วหูแตก กระดูกหูหัก
สวี่ชิงร่างล้มลง ฟ้าดินพลิกกลับตาลปัตร สูญเสียการได้ยิน
แต่สีหน้าหน้าของเขาสงบนิ่ง ฝืนอดทนเอาไว้ เรียกเถาวัลย์เทพที่อึ้งงงงันเล็กน้อย ถูกหอบม้วนเข้าไปในเจดีย์
ทันทีที่เข้ามา สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิลงทันที ไหมวิญญาณผสานไปในหยกดำ สัมผัสรับรู้อีกครั้ง
ครั้งนี้ เขาไม่ไปฟังอีก แต่อาศัยจิตใจไปสัมผัสรับรู้
เขาเหมือนค่อยๆ ‘ได้ยิน’ เสียงพึมพำขึ้นมา
เสียงพึมพำนี้ทั้งมาจากหยกดำ และมาจากรอยจางทางนั้นในร่างของตัวเอง ยิ่งมาจากคลื่นในทะเลพลังต้นกำเนิดเทพของตน
ความรู้สึกพลันเข้าใจกระจ่าง ปรากฏขึ้นในใจสวี่ชิง ขณะเดียวกันการสัมผัสรับรู้ของเขาเหมือนว่าในเสี้ยวขณะนี้ก็ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว พลังต้นกำเนิดเทพท่วมฟ้า ผลักดันการสัมผัสรับรู้ของเขา เหมือนทะลวงพันธนาการบางอย่าง มาถึงระดับขั้นที่เขาไม่เคยแตะมาก่อน
เขาบรรลุกระจ่างแล้ว
มีเพียงในขณะที่ไม่ไปฟัง อาศัยสัมผัสก็สามารถ ‘ได้ยิน’ ถึงจะทำให้สัมผัสรับรู้ของตัวเองยกระดับขึ้น ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของความเป็นเทพ และคว้าพลังที่อยู่ในขอบเขตนี้โดยเฉพาะได้
พลังกลุ่มนี้เก่าแก่ผ่านห้วงเวลานับไม่ถ้วน ทั้งดั้งเดิมและปั่นป่วน หรือจะพูดว่าเป็นพลังที่เก่าแก่เป็นอย่างยิ่งประเภทหนึ่งที่เดิมก็อยู่ในฟ้าดินห้วงจักรวาล เป็นส่วนหนึ่งของโลก
ผู้บำเพ็ญไม่สามารถควบคุมได้ เพราะได้รับพลังกลุ่มนี้ คุณสมบัติที่เป็นพื้นฐานที่สุดที่ต้องมีคือพลังต้นกำเนิดเทพ
และต้นกำเนิดพลังนี้ลึกล้ำเกินไป ยากที่จะหยั่งถึง
ลำพังเพียงแค่ควบคุม ก็เท่ากับมีสิทธิ์ใช้ จะกลายเป็นตราประทับตราหนึ่ง นี่…ก็คืออำนาจเทพเจ้า
แต่ก็ทำได้แค่ใช้เท่านั้น หากคิดจะสำรวจถึงแก่นแท้ของมัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เทพเจ้าทั่วไปสามารถทำได้
ตอนนี้ ในกองดินของสวี่ชิงส่งเสียงขานตอบกับหยกดำ รอยจางๆ ที่กะพริบมาหลายเดือนพลันสาดแสงเจิดจ้าออกมา ท่ามกลางประกายแสงพร่างพรายระยิบระยับก็ก่อเป็นอักขระเทพ
นั่นคืออักขระเทพที่ห้าของสวี่ชิง
อักขระเทพแห่งเสียง!
ควบคุมเสียงทุกอย่างในโลก ซึ่งก็คือส่วนประกอบที่สำคัญของความรอบรู้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา