เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 979

บทที่ 979 หนึ่งกระบี่เคลื่อนลง วิญญาณแตกร่างสลาย!

เงาร่างของสวี่ชิงยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับยืนอยู่บนเส้นแบ่งความเป็นความตาย ราวกับยืนอยู่ในชีวิตของบุตรแห่งฝูเสีย แทนที่โลกของเขา ขัดขวางความหวังของเขา

ทำให้ในใจเขากระตุกอย่างห้ามไม่อยู่

ราวกับหินสวรรค์ตกลงทะเลใจ ยกคลื่นสูงเทียมฟ้า

โดยเฉพาะศีรษะที่มือขวาสวี่ชิงถืออยู่ บัดนี้แกว่งไหวตามน้ำทะเล ดวงตาที่ลืมอยู่ กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมา ถูกมันจับจ้องราวกับนัดหมายความตาย

ที่น่ากลัวกว่าคือรอบเงาร่างสีม่วงของสวี่ชิง เถาวัลย์เทพกำลังแหวกว่ายคืบขยายไปทั่วทิศ แสงดาวที่แผ่จากเถาวัลย์ทำให้สวี่ชิงที่ถูกล้อมอยู่ข้างในยิ่งดูมีความเป็นเทพเพิ่มขึ้น

ยังมีเจ้าเงาที่ผสานกับน้ำทะเลมารวมตัวอยู่ด้านหลังสวี่ชิงในยามนี้ด้วย สุดท้ายถึงกับอาศัยน้ำทะเล ‘ยืน’ ขึ้นมา เกิดเป็นต้นไม้ใหญ่รางเลือน

โลงศพที่แขวนอยู่บนต้นไม้กวัดไกวดุจลูกตุ้ม ดวงตาเป็นคู่ที่ลืมขึ้นจ้องบุตรแห่งฝูเสียด้วยความละโมบและกระหายเลือด

ฉากนี้อยู่ในก้นทะเลแล้วประหลาดอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน อำนาจเทพเจ้าที่มาจากทั่วทิศก็เปล่งประกายในยามนี้

เสียงถูกควบคุม

ดวงจันทร์มีเจ้านาย

พิษเป็นต้นกำเนิด

ส่วนเคราะห์หายนะ นอกจากสวี่ชิงแล้วก็มีอยู่ทุกที่

ทำให้สวี่ชิงในตอนนี้ราวกับเทพเจ้ามาเยือนโลก

จากนั้น แสงจันทร์พุ่งตรงไปหาบุตรแห่งฝูเสียดุจอาวุธแหลมคมจากสารทิศ

พิษต้องห้ามมาพร้อมในนั้น ราวกับบุกโจมตีถึงไขถึงกระดูก

เสียงก็เช่นเดียวกัน

ยังมีเถาวัลย์ข้างหลังสวี่ชิง มันคำรามพร้อมบิดตัวปราดเข้าไปใกล้บุตรแห่งฝูเสีย

ด้านเจ้าเงาร้อนใจอยากทำผลงาน ไม่ยอมอยู่ข้างหลัง แผ่คลุมสุดกำลังเช่นกัน

พริบตานั้นทุกสิ่งในก้นทะเลราวกับมีเจตจำนง ม้วนจากสารทิศพุ่งไปหาศัตรูร่วม

ข้างหน้าสวี่ชิง เพลิงทมิฬเจ็ดตะเกียงก็กำลังส่องแสง ใกล้จะมอดดับ

บุตรแห่งฝูเสียกลัดกลุ้ม แต่สุดท้ายไม่เอ่ยคำสักประโยค ด้วยเสียงคืออาวุธของอีกฝ่าย และตอนนี้ไม่ว่าคำพูดใดก็ไม่มีเหลี่ยมรบมากนัก

อำนาจคุกคามไม่เป็นผล

ขอไว้ชีวิตไม่มีทางทำได้

ทุกสิ่งทุกอย่างกำหนดไว้ตั้งแต่ชั่วขณะที่อีกฝ่ายเปลี่ยนความคิด

หรือกล่าวให้ถูกคือผลกรรมทั้งหมดไม่อาจหลีกเลี่ยงตั้งแต่ตนตัดสินกำลังรบของอีกฝ่ายผิดไป

ดังนั้นพริบตาที่ใจเขารู้สึกกดดัน นัยน์ตาเขาเผยจิตสู้รบเด่นชัด ไฟแห่งการอยากมีชีวิตรอดลุกไหม้ในใจฉับพลัน

มีแต่สู้ถึงจะมีชีวิต

มีแต่ทุ่มสุดแรงถึงจะมีหวัง

ดังนั้น ร่างกายเขาสั่นสะเทือน จิตวิญญาณของเขา พลังบำเพ็ญของเขา เลือดเนื้อของเขาจึงถูกแผดเผาทันทีในชั่วลมปราณนั้นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

และต้นตอของการเผาไหม้ทั้งหมดคือสายเลือดของเขา!

เป็นถึงสายเลือดชั้นสูงแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี สายเลือดเขาบริสุทธิ์กว่าชาวเผ่าทั่วไป ขณะเดียวกันกายเนื้อของเขาก็ไม่ธรรมดา ตอนนั้นบิดาเขาจ่ายอะไรไปมากมายเพื่อเอามาให้เขา

บัดนี้กลายเป็นเชื้อเพลิงหมดสิ้น

ทำให้ไฟสีเงินระเบิดจากตัวเขาฉับพลัน แผดเผาน้ำทะเลพร้อมกับแผดเผาความบ้าคลั่งของเขา

กำลังรบของเขาพุ่งขึ้นอย่างดุเดือด!

เดิมเขาคือเตรียมสู่เทวะสองเขตขั้นที่แสดงกำลังรบได้สี่เขตขั้น แต่บัดนี้กำลังรบของเขาพุ่งสูงด้วยการเผาไหม้จนทะลวงขีดจำกัดของตัวเอง

กลิ่นอายน่าหวาดกลัวระเบิดจากตัวเขา ผสานเข้ากับไฟสีเงินเกิดเป็นความกดดันสะท้านจิตใจ

นั่นคือเตรียมสู่เทวะห้าเขตขั้น!

สี่เขตขั้นกับห้าเขตขั้นดูเหมือนต่างกันขั้นเดียว แต่ความจริงคุณสมบัติต่างกันลิบลับ ห้าเขตขั้นคือความก้าวกระโดดแรกของระดับเตรียมสู่เทวะ

ก่อนห้าเขตขั้น เตรียมหมายถึงตั้งครรภ์

หลังห้าเขตขั้น เตรียมหมายถึงเลี้ยงดู

เทพที่อยู่ในครรภ์และเลี้ยงดูไม่ใช่เทพเจ้า หากเป็นเทพก่อกำเนิดที่เกิดจากวิญญาณของตนยกระดับ!

เมื่อเทพก่อกำเนิดปรากฏ เรียกได้ว่าเป็นนายแห่งกฎเกณฑ์

ยามนี้ก้นทะเลพันลี้สั่นสะเทือนฉับพลัน ขณะกลิ่นอายน่าหวาดกลัวเผยจากกายบุตรแห่งฝูเสีย กายเนื้อเขาแห้งเหี่ยวโดยสมบูรณ์ และบนกายเนื้อกลับปรากฏร่างเทพก่อกำเนิดกึ่งโปร่งแสง

นัยน์ตาเทพก่อกำเนิดของเขาเป็นประกาย ร่างเทพก่อกำเนิดทรงพลัง ในขั้นหนึ่งเทียบกับสวี่ชิงตรงหน้าเขาถึงกับมีกำลังเหนือกว่าหลายส่วน

เถาวัลย์เทพที่หมายจะรัดเขาในตอนแรกยังต้องถอยออกมา

ด้านเจ้าเงารีบรุดถอยกลับเช่นกัน

เข็มเล่มนั้นของเขาก็ส่องประกาย ขณะแหวกว่ายป้องกันอำนาจเทพเจ้ารอบด้านอย่างรวดเร็ว มือเทพก่อกำเนิดของบุตรแห่งฝูเสียยกขึ้นชี้ไปทางสวี่ชิง

ด้วยการชี้นั้น กฎมาถึงเกณฑ์มาเยือน เกิดเป็นเส้นไหมนับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปหาสวี่ชิง หมายจะรัดรึง หมายจะผนึก หมายจะลงทัณฑ์

ราวกับสิ่งที่มันชี้เป็นศัตรูของวิถี เป็นสิ่งตรงข้ามของเซียน เป็นสิ่งสวนทางของผู้บำเพ็ญ!

ชั่วลมปราณ กำลังรบที่มาจากเตรียมสู่เทวะห้าเขตขั้นสำแดงเดชเคลื่อนบรรพตพลิกสมุทร ระเบิดพลังกวาดล้างถล่มไปยังสวี่ชิง

ที่รับอยู่หน้าสุดคือเพลิงทมิฬเจ็ดตะเกียงนั้น

ชั่วพริบตา เพลิงทมิฬมอดดับ ทว่าไม่ได้นำมาซึ่งความตาย กลับพังทลายลงมา

ไม่อาจต่อต้านกฎเกณฑ์ที่นิ้วนั้นดึงมา ทำให้พายุกฎเกณฑ์ผืนนั้นทับถมให้สวี่ชิงจมอยู่ด้านใน

ดังสนั่นหวั่นไหวไม่เงียบเสียงอีกต่อไป คืบขยายทั่วทิศ

กระทั่งเสียงเย็นเยือกทอดมาจากความเลื่อนลั่น ราวกับเสียงจากสวรรค์มาเหนือทุกสรรพเสียง

“ย้อนคืน”

เมื่อสองคำนี้ดังกึกก้อง ในพายุที่เกิดจากไหมกฎเกณฑ์นั้นปรากฏนาฬิกาแดดขนาดมหึมา ยามนี้มันลอยอยู่กลางอากาศ ปล่อยให้ไหมกฎเกณฑ์กวาดซัด ทว่ายากสั่นสะเทือนมันแม้เพียงนิด

บัดนี้เข็มนาฬิกาแดดบนนั้นหมุนย้อนกลับ ตอนแรกยังเชื่องช้า แต่เวลาเพียงไม่กี่ลมปราณความเร็วของมันก็เร็วขึ้นทันที ชั่วพริบตา เวลาในที่แห่งนี้ถึงกับหมุนย้อน

น้ำทะเลไหลย้อน พายุถอยหลัง

ส่วนบุตรแห่งฝูเสีย ทั้งร่างเขาสั่นรุนแรง กฎเกณฑ์รอบด้านที่ถูกควบคุมเมื่อเทพก่อกำเนิดปรากฏตัวหายไปในยามนั้น ร่างเทพก่อกำเนิดของเขายิ่งแตกสลาย

ไม่เหลือร่องรอยในพริบตา ส่วนเลือดเนื้อกายเนื้อที่แห้งเหี่ยวก็ฟื้นฟูตามมา

ทุกสิ่งย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะเผาร่างตนเอง!

ยังคงเป็นเตรียมสู่เทวะสี่เขตขั้น มิใช่เตรียมสู่เทวะห้าเขตขั้น

ฉากนี้ทำให้ใจบุตรแห่งฝูเสียสั่นสะเทือนรุนแรง เขาสีหน้าเปลี่ยนไม่น้อย กำลังจะเผาอีกครั้ง ทว่าในตอนนั้นเอง…

เงาร่างสวี่ชิงปรากฏบนนาฬิกาแดด แสงไร้สิ้นสุดแผ่ออกจากตัวเขาราวกับเป็นดวงอาทิตย์ ขณะสาดส่องทั่วสารทิศ แสงเหล่านี้ยังรวมตัวกันเป็นลำแสง

มุ่งตรงไปหาบุตรแห่งฝูเสีย

เขาคำรามเสียงต่ำ กระตุ้นเทพก่อกำเนิดของตนอีกครั้ง ระเบิดพลังสิบสองส่วนม้วนกฎเกณฑ์อีกครั้ง พลันยกมือเคลื่อนลงไปทางสวี่ชิงด้วยจิตสังหารเทียมฟ้าและความบ้าคลั่งของตน

ตูม!

สวี่ชิงยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

บุตรแห่งฝูเสียนิ่งเงียบ พริบตาต่อมา เขาพลันเคลื่อนกายอ้อมสวี่ชิงออกไปพันจั้ง

เขารู้ว่าตนไม่อาจประคองกำลังรบตอนนี้ได้นาน ความประหลาดของสวี่ชิงก็เหนือจินตนาการของเขา ชีวิตนี้เขาไม่เคยได้ยินการมีอยู่เช่นนี้เลย

ยามนี้ก็ไม่อยากไปคิดหาเหตุผล ความตื่นกลัว ความสิ้นหวัง ความพรั่นพรึงเข้าครอบงำความรู้สึกของเขาทั้งหมดแล้ว

ตอนนี้แค่อยากหนี

แต่สวี่ชิงหันกายในยามนี้ มองเงาหลังของบุตรแห่งฝูเสียพลางยกมือขวาโบกแผ่วเบา

ด้วยการโบกครั้งนี้ น้ำทะเลพันลี้เกิดเขตแดน

เขตแดนนั้นคือบ่อน้ำ

น้ำทะเลในนั้นกลายเป็นน้ำในบ่อ

เป็นวิชาตักจันทร์กลางบ่อนั่นเอง

ร่างของบุตรแห่งฝูเสียพลันหยุดกึก วิชาเวทของเขา ของวิเศษของเขา ทุกสิ่งของเขายามนี้ล้วนสะท้อนอยู่ในน้ำทะเล รวมถึงเข็มมหาจักรพรรดิเล่มนั้นด้วย

และพลังบำเพ็ญที่เขาแลกมาด้วยการเผาไหม้ก็หมดเวลาในยามนี้ สลายไปเองท่ามกลางความหยุดนิ่ง

จากนั้น สวี่ชิงเคลื่อนมือขวาลงไปตักมัน

เข็มเล่มนั้นถูกเขาหยิบออกมา

ทำเหล่านี้เสร็จสิ้น กระบี่ในกายสวี่ชิงคำรนสะเทือนฟ้า

ครู่ต่อมา แสงกระบี่พลันฉายวาบ ปราณกระบี่สะท้านฟ้าสะเทือนดินกระทบทะเลต้องห้าม บดทำลายโชคชะตา ฟันไปยังวิญญาณและกายเนื้อของบุตรแห่งฝูเสียทันใด

หนึ่งกระบี่เคลื่อนลง วิญญาณแตกร่างสลาย!

เสียงกระบี่หวีดคำรามและกลายเป็นอำนาจแห่งเสียงทำลายสนามรบเป็นผุยผง

กายเนื้อและจิตวิญญาณดับสลายพร้อมกัน!

ทำเหล่านี้เสร็จสิ้น สวี่ชิงถอนสายตากลับและเดินไปยังทะเลลึก ต่อมาหลังจัดการเรื่องรบกวนเหล่านี้หมดแล้ว เขาเตรียมรอการมาถึงของยักษ์ลากราชรถ

แต่เมื่อสวี่ชิงเดินออกมาพันจั้ง ฝีเท้าเขาพลันหยุดกักและหันไปทันใด สีหน้าปรากฏความเคร่งขรึมเป็นครั้งแรก เสียงหัวใจเต้นก็เร็วขึ้นคล้ายมีอันตรายใหญ่หลวงกำลังมาเยือน

เขารู้สึกว่าตนถูกสายตาน่าหวาดกลัวสายหนึ่งจับจ้อง!

สายตานี้ไม่ได้มาจากยักษ์ลากราชรถ แต่มาจากที่ที่ฝูเสียเก็บตัวบำเพ็ญมาร้อยปีในแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี

เงาร่างน่ากลัวที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในนั้นกำลังลืมตา

ชั่วขณะที่ลืมขึ้น ท้องฟ้านอกแดนศักดิ์สิทธิ์พลันมืด เมฆดำไร้สิ้นสุดม้วนตัวเข้ามา น้ำทะเลเกิดคลื่นรุนแรงกระทั่งคลื่นใหญ่เทียมฟ้า

พลังไร้สิ้นสุดกวาดม้วนฟ้าดิน ทำให้กฎเกณฑ์ก้มหัวคารวะ

หมู่เกาะทั่วทิศพากันสั่นสะเทือน เผ่าบนทะเลต้องห้ามนับไม่ถ้วนล้วนจิตใจสั่นไหวโดยไร้สาเหตุ เกิดความตื่นกลัวขึ้นมาเอง

ชาวเผ่าในแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีก็ต่างคนจิตใจสั่นไหว

พลังเจ้าเหนือหัวสะเทือนโลกาในยามนี้ ยังมีเสียงที่เข้าแทนที่อัสนีม้วนจิตสังหารสะท้านโลกมายังทะเลต้องห้าม

“ผู้สังหารบุตรข้า ข้าเห็นเจ้าแล้ว!”

……………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา