เจียงหลีตกตะลึง มองไปทางเจียงเฮ่า แล้วก็หันไปมองมู่ชิงเหยียน
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงถามขึ้นมาเช่นนี้ แต่นางก็ตอบกลับไป “หากรอข้าขึ้นสู่ระดับหลิงเซิ่ง กระสวยเวลาที่สร้างขึ้น อาจจะสามารถพาไปได้ทั่วทุกที”
เจียงเฮ่าอมยิ้ม ไม่ได้พูดต่อ
แต่ทว่า สายตาของเขา มองยังทางมู่ชิงเหยียนที่กำลังเดินมาโดยไม่รู้ตัว
เหมือนมู่ชิงเหยียนรับรู้ได้ถึงการจ้องมองของเขา แก้มของมู่ชิงเหยียนมีประกายของความเขินอาย หลบตาเดินไปทางเจียงหลี “ประมุขเซียน”
การเอ่ยเรียกของมู่ชิงเหยียน ทำให้รอยยิ้มของเจียงหลีจางหายไป “เจ้าเรียกข้าว่าประมุขเซียน ทำให้ข้ารู้สึกแปลกๆ”
“เจ้าเป็นผู้นำของที่นี่ อยู่ต่อหน้าคนนอก ก็ต้องให้เกียรติในสถานะที่แตกต่างกันออกไป” มู่ชิงเหยียนพูดอย่างยึดมั่นในหลักของตนเอง
เจียงหลีพยักหน้า ไม่อยากถกคำถามนี้ต่อ
แต่ว่าสายตาของนางมองไปทางมู่ชิงเหยียนและเจียงเฮ่าพักหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยถามขึ้นมาทันที “มีเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเจ้าสองคนแล้วข้าไม่รู้หรือไม่”
เจียงหลีถามหยั่งเชิงแต่คาดไม่ถึงว่าหลังจากนางพูดประโยคนั้นลั่นออกมา ระหว่างมู่ชิงเหยียนและเจียงเฮ่ากลับปรากฏบรรยากาศของความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้น
“อะแฮ่ม” เจียงหลีรู้จักวางตัวและไม่ได้ถามต่อ แล้วเปลี่ยนบนสนทนาในทันที “พวกกงเสวี่ยฮวามาถึงแล้วหรือไม่”
มู่ชิงเหยียนท่าทีสงบลง พลางส่ายหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “พวกเขายังมาไม่ถึง แต่ว่ามีอีกคนมาถึงแล้ว”
“ใคร”
เจียงหลีและเจียงเฮ่าต่างประหลาดใจ
“เจียงหลี” เสียงที่ดังมาตามมาด้วยชายหนุ่มรูปงามสวมเสื้อสีแดงเดินเข้ามาจากด้านนอก ใบหน้าของชายหนุ่มสง่างาม ลักษณะท่าทางของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความเรียบง่ายและสบายๆ
“ฉินเทียนอีหรือ” เจียงหลีประหลาดใจ
แต่ทว่า ท่าทีของเจียงเฮ่ายังคงดูปกติ
“แปลกใจหรือ” ฉินเทียนอีเดินมาตรงหน้าเจียงหลี ยิ้มอย่างสดใส
อื้อหือ!
“ผิดคาดมากกว่า” เจียงหลีพูดตามความจริง
ฉินเทียนอีที่โดนโจมตี ทำท่าทีแสร้งเสียใจแล้วเอ่ย “ข้ามาไกลถึงพันลี้เพื่อมาสร้างความแปลกใจให้กับเจ้า แต่เจ้ากลับทำตัวเย็นชาไร้ความรู้สึก”
“แสดงละครเก่งแล้วหนึ่ง!” เจียงหลีอดไม่ได้ที่จะพูดแขวะ
ฉินเทียนอีหยุดในทันที เอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ไม่พูดจาไร้สาระกับเจ้าแล้ว ข้าจะมาขอตำแหน่งผู้อาวุโสกับท่านประมุขเซียน”
หืม
เจียงหลียิ่งประหลาดใจขึ้นไปอีก
ฉินเทียนอีกลับไม่สนใจในท่าทีของเจียงหลี แล้วเอ่ยต่อ “ครั้งที่แล้วที่ข้ามาก็เพราะอยากได้ตำแหน่งผู้อาวุโส แต่มู่ชิงเหยียนและเจียงเฮ่าบอกว่าเรื่องนี้มีเพียงเจ้าที่จะตัดสินใจ จได้ ดังนั้น วันนี้ข้าจึงมาหาเจ้า”
เจียงหลีมองไปทางพี่ใหญ่ของนางอย่างไม่แน่ใจ
เจียงเฮ่ากำหมัดไปตรงริมฝีปากไอเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น “ตอนที่เจ้าโดนขังที่ดินแดนผนึกมาร เจ้านี่มาหาเจ้าและรออยู่ที่ฮวงเสินหนึ่งเดือน หลังจากข้ากลับไปก็เผลอพูดถึงเรื่องในจยาเซ ซียน แต่ใครจะคาดคิดว่า เขาจะมาจยาเซียนด้วยตนเองเช่นนี้”
“ใช่แล้ว เกรงว่าตัวข้านั้นจะคุ้นเคยกับที่นี่มากกว่าประมุขเซียนอย่างเจ้าเสียอีก ตำแหน่งผู้อาวุโสนี้ เจ้าก็ยกให้ข้าอย่างสบายใจเถิด” ฉินเทียนอีนั่งลงบนเก้าอี้อย่างทะนงองอาจ จและดื่มชาด้วยท่าทีที่สบายใจ
สายตาของเจียงหลีมองไปทางเขา จู่ๆ ก็ยิ้มอย่างขี้เล่นแล้วเอ่ย “เจ้าขึ้นเป็นหลิงหวังแล้วหรือ”
“นี่มันของแน่อยู่แล้ว” ฉินเทียนอีเลิกคิ้ว
เจียงหลียิ่งยิ้มกว้าง หันไปสั่งมู่ชิงเหยียน “ชิงเหยียน เตรียมป้ายคาดเอวผู้อาวุโสให้กับเขา”
“ได้” มู่ชิงเหยียนตอบรับทันที

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์