วันถัดไป
งานเลี้ยงเหล่าเซียนเริ่มตามกำหนด
อาจกล่าวได้ว่ากลุ่มอำนาจระดับต่ำในซีฮวงมีอยู่จำนวนมากและเป็นงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ที่สุด โดยงานเลี้ยงเหล่าเซียนมีกำหนดเวลาไว้ที่หนึ่งเดือน และบางทีชะตาชีวิตอาจเปลี่ยนไปเพราะเข ข้าร่วมงานครั้งนี้
เมื่อสถานะเปลี่ยน ทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
งานเลี้ยงเหล่าเซียนเพิ่มวัตถุประสงค์อีกข้อหนึ่ง นั่นก็คืองานเลี้ยงหาคู่ครองในกลุ่มอำนาจระดับต่ำ กลุ่มอำนาจจำนวนไม่น้อยจะหาคู่ครองในงานเลี้ยงเหล่าเซียนด้วย ซึ่งสามารถเปลี่ย ยนเส้นทางเดินชีวิตของตนไปได้
กงเสวี่ยฮวาเคยกล่าวว่างานเลี้ยงเหล่าเซียนก็คืองานปาฐกถาเจ้าของนครที่มีขนาดเล็กกว่าและเรียบง่ายกว่า แต่ทว่า ขณะที่เจียงหลีมาถึงงาน ก็ยังคงตื่นตะลึงกับกลุ่มคนเล็กน้อย
ความตกตะลึงนี้ปรากฎขึ้นเพราะในที่สุดนางก็ได้สัมผัสถึงกลุ่มอำนาจระดับต่ำจำนวนมากของซีฮวง
งานเลี้ยงเหล่าเซียนทางตอนใต้ของซีฮวงจัดขึ้นที่เมืองหูเฉิง
เมืองหูเฉิงแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นมีชื่อเสียงที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งในเมืองและนอกเมืองมีทะเลสาบทั้งหมดนับร้อยแห่ง ทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน และน้ำในทะเลสาบใสมาก สมแล้ วที่เรียกว่าหูเฉิง…เมืองแห่งทะเลสาบ
ทะเลสาบขนาดเล็กที่อยู่ในทะเลสาบร้อยแห่งนี้ ล้วนตั้งเวทีประลองขนาดใหญ่ไว้ เพื่อเป็นสถานที่สำหรับรองรับงานเลี้ยงเหล่าเซียน
คนที่ไม่ได้ขึ้นเวทีประลอง จึงทำได้เพียงยืนดูอที่ริมทะเลสาบ
แน่นอนว่าระยะห่างเพียงน้อยนิด จะไม่เป็นอุปสรรคของคนที่ฝึกฝน แต่กลับทำให้พวกเขาชมการต่อสู่บนเวทีชัดเจนมากขึ้น
หากโชคไม่ดี ก็ยังสามารถเหมาเรือชมใกล้ๆ ได้ เพียงแต่สิทธิพิเศษประเภทนี้ จะจำกัดเฉพาะกลุ่มอำนาจที่มีพลังอันแข็งแกร่ง เพราะพวกเขาไม่เสียดายที่จะแลกความสะดวกสบายด้วยหินวิญญาณ
“งานทางทิศใต้เตรียมเวทีประลองไว้ทั้งหมดยี่สิบแห่ง ซึ่งในจำนวนห้าแห่งจัดเตรียมไว้สำหรับแก้ไขความขัดแย้ง ที่เหลือสิบห้าแห่งใช้สำหรับสะสมคะแนน” มู่ชิงเหยียนอธิบาย
“ใครรวบรวมคะแนนหรือ” เจียงหลีเอ่ยถาม
มู่ชิงเหยียนตอบ “จะเชิญกลุ่มพลังอำนาจระดับกลางที่อยู่ในเขตปกครองนี้ ส่งตัวแทนมากำกับดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยและรวบรวมคะแนน”
“ประมุขเซียน” จู่ๆ มู่ชิงเหยียนก็ลังเลขึ้นมา
เจียงหลีกวาดตามอง เอ่ยเสียงนิ่งเรียบ “มีอะไรก็พูดมาเถิด”
“หลายปีมานี้ เพราะกลุ่มอำนาจจยาเซียนเราแข็งแกร่งขึ้น กลุ่มอำนาจในบริเวณใกล้เคียงนี้หลายกลุ่มท้าทายและลองเชิงอยู่หลายหน กลางดึกเมื่อคืน พวกเขาให้คนส่งหนังสือท้าประลองมา เพ พื่อนัดพวกเราขึ้นเวทีประลองฮว่าลี่ประลองในวันนี้”
เวทีประลองฮว่าลี่ ก็คือเวทีประลองห้าแห่งที่ใช้ชำระความแค้นส่วนตัว
เจียงหลีฟังจบ ยิ้มบางๆ “บอกพวกเขาไปว่าไม่ว่าง หากอยากท้าประลองกับจยาเซียน ก็ให้มาเวทีประลองชิงอวิ๋นโดยตรง”
เวทีประลองชิงอวิ๋นเป็นเวทีสำหรับสะสมคะแนน
มู่ชิงเหยียนผงะ พยักหน้าแล้วถอยหลังออกไป นำเรื่องนี้สั่งการลงไป
“ข้ารู้สึกว่าเจ้ามีแผนการอะไรในใจ” กงเสวี่ยฮวาฉวยโอกาสเขยิบเข้าใกล้ และยิ้มเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย
เจียงหลีมองเขาครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้อธิบายใดๆ
“อีกชั่วครู่ ข้าจะไปตั้งรับ” ฉินเทียนอีเอ่ยขึ้นมาเอง
ผู้ที่รักษาความสงบเสงี่ยมมาตลอดคือมู่เหยี่ยนฉือ ก็ได้ก้าวเท้าออกไปก้าวหนึ่ง เพื่อแสดงท่าทีของตน อืม พอต่อสู้ ได้อยู่
แต่เจียงหลีกลับส่ายศีรษะปฏิเสธ “พวกเจ้าไม่ต้องไป”
“เจ้าวางแผนให้หลิงจงไปหรือ” ฉินเทียนอีถามอย่างไม่เข้าใจ
เจียงหลีกลับยิ้มบางๆ ไม่พูดจา รักษาความลับไว้อย่างดี
นางเตรียมการเช่นนี้ เพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งสับสน ทำได้แค่มองนางอย่างสงสัย รอให้นางพูดขึ้นเอง
ไม่นาน ศิษย์จากจยาเซียนที่ส่งไปยึดเวทีประลองก็กลับมา
เมื่อเห็นเจียงหลีและคนทั้งหลาย ก็คำนับหนึ่งที “ประมุขเซียน ท่านอาวุโสทุกท่าน บัดนี้ยึดเวทีประลองเรียบร้อยแล้ว”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีพลิกสวรรค์