ตอนที่ 326 ค่าทรัพย์สินหนึ่งพันล้าน (2)
ช่วงนี้หลู่เฟิ่งโหรวก้าวหน้าค่อนข้างไว ตั้งแต่เข้าห้องคุมอานุภาพ พลังจิตใจของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เกือบแตะเก้าร้อยเฮิตรซ์แล้ว
แต่หลายวันนี้ก็แตะถึงช่วงคอขวดเช่นกัน
เธอวางแผนจะไปต่อสู้ที่ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ก่อน ดูว่าจะสามารถทะลวงระดับนี้ไปได้หรือไม่
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
หลู่เฟิ่งโหรวไม่พูดมากเช่นกัน สุดท้ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “อันที่จริงการแข่งขันแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เป็นเรื่องรอง ประเด็นหลักยังอยู่ที่อย่าทำให้การฝึกวิชาล่าช้าลง หากเจอกับสถานการณ์ที่ต้านไม่ไหวจริงๆ งั้นก็ยอมแพ้ซะ อย่ามายอมตายเพื่อรักษาหน้าตา ถึงมีชีวิตรอดแต่ได้รับบาดเจ็บหนักก็ถ่วงรั้งการฝึกวิชาเหมือนกัน ถึงเวลานั้นมีโอกาสสูงที่จะได้เจอกับขั้นห้า พวกเขาไม่ใช่คนอ่อนแอ จะถูกเธอเอาชนะข้ามขั้นได้ง่ายๆ ยังไงกัน”
“อาจารย์วางใจเถอะครับ รอคุณกลับมา ไม่แน่ว่าผมอาจจะขั้นหกไปแล้ว…”
หลู่เฟิ่งโหรวหมดคำจะพูด เจ้าเด็กนี้ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไปแล้ว
สรุปคือเธอใช้เวลาอยู่ในมหาวิทยาลัยก็ล้ำหน้าฉันได้แล้ว?
“ฉันไปล่ะ ช่วยดูแลรุ่นพี่ของเธอด้วย ครั้งนี้เย่ฉิงแพ้ให้กับภิกษุเจี้ยเซ่อ จิตใจบอบช้ำไม่น้อย ให้เขาปรับสภาพในขั้นสามสูงสุดสักช่วงหนึ่งก่อน อย่าให้รีบทะลวงด่าน…”
“ผมเข้าใจแล้ว ทางภิกษุเจี้ยเซ่อ กลับไปผมจะจัดการเขา ระบายความแค้นแทนรุ่นพี่เย่”
หลู่เฟิ่งโหรวไม่สนใจเขา นายมีความสามารถก็ลองไปจัดการเขาที่วัดว่านซานดู
กำชับฟางผิงยกใหญ่แล้ว หลู่เฟิ่งโหรวก็ไล่ฟางผิงไป
ไม่รั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยนาน วันนั้นหลู่เฟิ่งโหรวก็ออกเดินทางไปถ้ำใต้ดิน
หลู่เฟิ่งโหรวไปแล้ว ช่วงนี้ตาเฒ่าหลี่บอกว่าตัวเองจะเข้าด่าน ไม่เห็นแม้แต่เงาเช่นกัน
ส่วนราชสีห์ถังก็ไม่รู้ว่าทะลวงด่านหรือเปล่า หายไปจากมหาวิทยาลัยอีกคน
อู๋ขุยซานไปปักกิ่ง เหมือนจะยุ่งกับอะไรอยู่ หวงจิ่งก็มักหาตัวไม่เจอเช่นกัน
แม้ว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะดูคึกคักเพราะมีการแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงกลับเงียบเหงาขึ้นมาไม่น้อย
คนพวกนี้ไปแล้ว ฟางผิงและคณบดีอีกสามคนจึงกลายเป็นผู้ที่ตัดสินใจเรื่องสำคัญในมหาวิทยาลัยแทน
—
วันที่ 28 ตุลาคม
การแข่งขันร้อยอันดับรอบแรกสิ้นสุดลง เหลือเพียงห้าสิบอันดับ
ส่วนครอบครัวตระกูลฟางก็เตรียมตัวกลับบ้านแล้ว
เดิมทีฟางหยวนโวยวายว่าอยากดูจนจบการแข่งขัน แต่เธอลาเรียนมาหลายวันแล้ว ฟางหมิงหรงไม่อยากให้เธอลาต่อ ชมการแข่งขัน กลับไปดูทีวีที่บ้านก็เหมือนกัน
ครั้งนี้มาเซี่ยงไฮ้ หลักๆ ยังเป็นเพราะมาดูลูกชาย
ตอนนี้ลูกชายใช้ชีวิตสุขสบายดี สองสามีภรรยาจึงนับว่าวางใจแล้ว
สถานีรถไฟ
ช่วงนี้ฟางหยวนเที่ยวจนเพลินอยู่บ้าง เอ่ยอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “พี่ รอฉันซื้อรถ สอบใบขับขี่แล้วฉันจะมาหาพี่อีกที”
ฟางผิงหัวเราะว่า “เธอซื้อรถไหวด้วย?”
“เอ่อ…ซื้อไม่ไหว พี่สนับสนุนหน่อยก็เพียงพอแล้ว”
ฟางหยวนกลอกตาไปมา ขาดแค่อีกนิดเท่านั้น เธอก็จะซื้อรถได้
สองปีนี้เธอมีเงินเก็บไม่น้อย
ค่าสมาชิกนั้นได้แค่เล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอเคยเปิดคลาสสอนจวงกงหาเงินได้จำนวนหนึ่งเช่นกัน
สมาคมหยวนผิงไม่ได้เปิดขึ้นเล่นๆ ช่วงเวลาที่พวกนักเรียนปิดเทอม แผงลอยในตลาดบางส่วนของหยางเฉิงนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของคนจากสมาคมหยวนผิง
ฟางหยวนไม่ตั้งแผงเอง แต่เธอร่วมลงทุนด้วย
ให้เงินทุนจัดซื้อสินค้ากับคนส่วนหนึ่ง จากนั้นเธอก็จะได้ส่วนแบ่ง อันที่จริงหาเงินได้อยู่บ้างเหมือนกัน
ครั้งนี้อยู่เซี่ยงไฮ้หลายวัน ฟางหยวนมีความคิดใหม่ๆ ผุดขึ้นมาไม่น้อย
กลับไปหยางเฉิง สมาคมหยวนผิงควรจะปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เดินให้เข้าที่เข้าทาง
สมาคมควรจะทำตัวให้น่าเชื่อถือ
เธอเตรียมจะก่อตั้งหยวนผิงกรุ๊ป เปิดธุรกิจอย่างเป็นทางการ
สมาคมหยวนผิงมีคนเยอะขนาดนี้ ลูกผู้ลากมากดีก็มี นักเรียนนับพันเป็นตัวแทนผู้ปกครองนับหมื่นแล้ว
ผู้ปกครองพวกนี้กระจัดกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ
ทำกิจการเล็กๆ น้อยๆ คงจะไม่ใช่เรื่องยาก
วันก่อนเธอใช้ไม้อ่อนหว่านล้อมให้ฟางผิงพาเธอไปบริษัทหยวนฟาง ฟางหยวนอยากได้เบอร์โทรหลี่เฉิงเจ๋อไว้ติดต่อส่วนตัว
กลับมาถึงมหาวิทยาลัย
ฟางผิงมุ่งตรงไปที่ห้องทำงานคณบดีทันที
ไม่รู้ว่าว่าหวงจิ่งอยู่หรือเปล่า ครั้งก่อนเขาไหว้วานเรื่องขายแก่นหัวใจก็ไม่รู้ว่าใส่ใจเรื่องนี้หรือเปล่า ตอนนี้เขาเหลืออีกนิดก็จะเข้าใกล้จุดหมายแล้ว
รอระบบอัปเกรด ตัวเองก็ได้ฝึกวิชาอย่างสบายใจ เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันแลกเปลี่ยนและถ้ำใต้ดินหนานเจียงที่จะอุบัติขึ้นหลังจากนี้
เคาะประตูแล้ว ด้านในก็มีเสียงของหวงจิ่งดังขึ้น
ฟางผิงผลักประตูเข้าไป เพิ่งจะอ้าปากถาม หวงจิ่งก็เอ่ยอย่างปวดหัวว่า “เดือนนี้เข้ามาถามสี่ห้าครั้งแล้ว เธอขาดแคลนเงินไม่กี่สิบล้านนี้หรือไง? ไม่ต้องถามแล้ว ขายไปแล้ว ครั้งหน้าเธอขอให้ฉันทำเรื่องแบบนี้อีก อย่าฝันอีกเลย!”
เจ้าเด็กนี้มาถามแทบทุกวี่ทุกวันจนหวงจิ่งปวดหัว
แม้ว่ามูลค่าของแก่นหัวใจจะแพง แต่สำหรับปรมาจารย์ก็ไม่ได้เกินกำลังอะไร ถ้าฟางผิงไม่มาถามทุกวัน หวงจิ่งอาจจะจำเรื่องนี้ไม่ได้เสมอไป
“ขายแล้ว?”
ฟางผิงดีใจทันที ละล่ำละลักว่า “เท่าไหร่เหรอครับ?”
“ห้าสิบล้าน เธอคิดว่าฉันจะเอาเปรียบเธอหรือไง?” หวงจิ่งถลึงตามองเขา
ฟางผิงหัวเราะแห้งๆ ผมหมายความอย่างนั้นเหรอไง?
ห้าสิบล้าน!
แบบนี้ค่าทรัพย์สินของเขาก็ถึงหนึ่งพันล้านแล้วสิ!
ครู่ต่อมาฟางผิงก็รีบถามว่า “คณบดี งั้นเรื่องเงิน…”
หวงจิ่งเหนื่อยใจอยู่บ้าง เจ้าเด็กนี้ไร้ยางอายจริงๆ
ขี้เกียจจะยุ่งย่ามกับเขาแล้ว หวงจิ่งเอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า “เธอรอหน่อยเถอะ เลขบัญชีของเธอฉันให้คนอื่นไปแล้ว เธอคิดว่าฉันจะรับผ่านมือมาหรือไง? ไม่ใช่ขายได้ห้าสิบล้าน เธอก็จะมาเอากับฉันได้ ฉันไม่ได้พกเงินติดตัว!”
“คำพูดนี้ ไม่ใช่ว่าคณบดีสงสัยนิสัยคนอย่างผม…”
เขาพูดไม่ทันจบ หวงจิ่งก็ปัดมือราวกับกวาดขยะ กวาดฟางผิงออกจากประตูไปตรงๆ พร้อมกับประตูห้องทำงานที่ปิดลงเสียงดัง
เธอยังมีภาพลักษณ์ดีงามอะไรด้วยหรือไง?
อยู่ข้างนอกลับจงใจแสร้งวางมาด ต่อหน้าพวกนักศึกษาใหม่วางท่าเคร่งขรึมเย็นชา ต่อหน้าอาจารย์มีใครไม่รู้บ้างว่าเธอเป็นคนหน้าหนา
————————

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน