เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 404

ตอนที่ 404 จัดสรรพลังฟ้าดิน (2)

……………………………………………………………………..

ฟู่ชางติ่งเอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อนอยู่บ้าง “นายขั้นห้าแล้ว พวกเรายังอยู่ขั้นสาม พูดตามตรง พวกเราก็ไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ ตอนนี้พายุกำลังมาแล้ว ฉวยโอกาสที่ตอนนี้ยังไม่ระเบิดสงครามเต็มรูปแบบ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างอย่างพวกเรายังมีโอกาสฝึกฝนประสบการณ์ หากเกิดสงครามใหญ่เต็มรูปแบบจริงๆ บางทีคนอย่างพวกเราอาจไม่มีกระทั่งโอกาสฝึกฝนอีกแล้ว”

ฟางผิงเงียบไปพักหนึ่ง “นอกจากพวกนายแล้วยังมีคนอื่นอีกหรือเปล่า?”

“มีไม่กี่คนที่อยากเข้าไปเหมือนกัน”

ฟางผิงถอนหายใจ พยักหน้าว่า “ช่างเถอะ ฉันเป็นแค่ประธานสมาคมผู้ฝึกยุทธ์ ไม่ใช่พ่อแม่ของพวกนาย ในเมื่อพวกนายมีความเต็มใจ งั้นฉันก็จะไม่ขัด อยากไปก็ไปเถอะ ทุกคนไปรับยาฟื้นคืนชีวิตคนละหนึ่งเม็ดที่ฝ่ายบริการด้วย ถือว่าให้ฟรีแล้วกัน”

“ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไร เอาตัวรอดกลับมาให้ได้ อย่าทำเหมือนคนปัญญาอ่อนที่เจอผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางก็พุ่งเข้าใส่”

ฟู่ชางติ่งหลุดขำ “พวกเราไม่ได้โง่สักหน่อย แค่ไปฝึกฝนประสบการณ์ ไม่ได้จะเอาชีวิตไปทิ้ง”

“…”

ทั้งสองคนพูดคุยทั่วไปอยู่พักหนึ่ง ฟู่ชางติ่งก็ไม่รั้งตัวอยู่นานแล้ว เขายังต้องไปรายงานกับคนอื่นๆ พรุ่งนี้เดินทางไปหนานเจียงพร้อมกัน

ถ้ำใต้ดินหนานเจียง ไม่นานจะเปิดอย่างเต็มรูปแบบ ทางเดินใกล้จะมั่นคงแล้ว

ถึงเวลานั้นจะมีคนหลั่งไหลเข้าไปจำนวนมาก

ฉวยโอกาสเข้าไปตอนที่คนยังน้อย ยังจะคว้าประโยชน์ได้เยอะกว่า

เพิ่งส่งฟู่ชางติ่งไป ไม่นานก็มีคนมาอีก

ตาเฒ่าหลี่เข้าประตูมา ครั้งนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรก็หิ้วคอฟางผิงออกไปข้างนอก

ฟางผิงเผยสีหน้าจนใจ จำต้องถามออกไปว่า “อาจารย์ เกิดอะไรขึ้นครับ?”

“เธอยังมีหน้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้นอีก?”

น้ำลายของตาเฒ่าหลี่แทบจะกระเด็นใส่หน้าเขา เอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า “เธอเป็นคนเอ่ยเรื่องห้องฝึกวิชาพลังฟ้าดิน ตอนนี้กลับแล้วใหญ่ เอาภาระทั้งหมดทิ้งไปที่ตาเฒ่าหวงแล้ว! หลายวันนี้ตาเฒ่าหวงเอาแต่จัดสรรพลังฟ้าดินมาโดยตลอด ตอนนี้พลังจิตใจใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เธอลองพูดมาสิ อายบ้างหรือเปล่า?”

ยอดฝีมือขั้นเจ็ดตอนต้นมีพลังจิตใจประมาณหนึ่งพันเฮิรตซ์

แต่หวงจิ่งเข้าสู่ขั้นเจ็ดระยะหนึ่งแล้ว พลังจิตใจน่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันห้าร้อยเฮิรตซ์

จากการเปลี่ยนแปลงสูงสุดของทฤษฏี พลังจิตใจสิบเฮิตรซ์รวมกับปราณหนึ่งร้อยแคล สามารถแลกเปลี่ยนพลังฟ้าดินได้หนึ่งหลุน สำหรับปรมาจารย์ ปราณไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หลักๆ อยู่ที่พลังจิตใจ

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงของพลัง ยากที่จะแตะถึงขีดจำกัดในทฤษฎีจริงๆ อย่างน้อยต้องสิ้นเปลืองประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์

กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากหวงจิ่งใช้พลังจิตใจจนเกลี้ยง ก็จะแลกเปลี่ยนพลังฟ้าดินได้แค่ประมาณหนึ่งร้อยหลุน

แต่ความเร็วในการฟื้นฟูของพลังจิตใจ ไม่นับว่าเร็วจริงๆ

แม้จะเป็นยอดฝีมือระดับสูง ในสถานการณ์ที่ปะทะกันทั่วไป อันที่จริงจะใช้พลังปราณเป็นหลัก ใช้พลังฟ้าดิน นั่นนับว่าถึงช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแล้ว

ใช้พลังจิตใจจนเกลี้ยง จากฝีมือของหวงจิ่ง แม้จะสามารถอาศัยการหลอมพลังจิตใจและปราณเป็นหนึ่ง ใช้ปราณบ่มเพาะ ไม่ถึงแปดวันสิบวันก็ยากที่จะฟื้นฟูทั้งหมดขึ้นมาเหมือนกัน

พวกเขาเองก็ต้องฝึกวิชา ทั้งปรมาจารย์ยังมีภารกิจอื่นด้วย

หลายวันนี้หวงจิ่งใช้พลังจิตใจจนเกลี้ยง จำเป็นต้องหยุดการจัดสรรพลังงานต่อ

พลังฟ้าดินหนึ่งร้อยหลุน ถ้าจัดสรรให้ขั้นหกหนึ่งคน อันที่จริงยังสามารถใช้ได้นาน ประเด็นอยู่ที่ว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่ได้มีขั้นหกแค่คนเดียว

รวมกับตาเฒ่าหลี่ที่หน้าไม่อาย เข้าไปฝึกวิชาในห้องพลังฟ้าดิน ไม่กี่วันจึงใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว

ตอนนี้หวงจิ่งไม่ทำต่อแล้ว เขาอยู่ในอารมณ์บูดบึ้ง โดยเฉพาะเจอตาเฒ่าหลี่ที่หน้าไม่อายไปฝึกวิชาทุกวัน หวงจิ่งแทบจะโมโหปรอทแตกแล้ว

วันนี้ตาเฒ่าหลี่คิดจะไปฝึกวิชา ผลปรากฏว่าไม่มีแล้ว!

อับจนหนทาง ทำได้เพียงมาจับฟางผิงไปใช้แรงงานแทน

ส่วนอู๋ขุยซาน เข้าด่านไปอีกครั้งแล้ว ไม่อาจจะไปลากเขาออกมาได้

ฟางผิงได้ฟังก็เอ่ยอย่างแปลกใจว่า “ขีดจำกัดของอธิการหวงจะน้อยเกินไปแล้ว?”

นี่เพิ่งจะกี่วันเอง!

หวงจิ่งอยู่ขั้นเจ็ดมานานแล้ว ขั้นเจ็ดแบ่งแยกยังไง ฟางผิงไม่ได้ถามอย่างละเอียด แต่คิดดูแล้ว หวงจิ่งน่าจะเลยขั้นเจ็ดตอนกลางไปแล้ว

“ให้มันน้อยๆ หน่อย สิ้นเปลืองพลังจิตใจ ยากที่จะฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็วจริงๆ เธอจะไปรู้อะไร!”

ตาเฒ่าหลี่ด่ากราดออกมา เธอคิดว่าทุกคนเป็นเหมือนเธอหมดหรือไง

แม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นเจ็ดก็ไม่ได้ฟื้นฟูง่ายดายขนาดนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่สามารถใช้จนหมดเกลี้ยงได้จริงๆ หากเจอกับสถานการณ์จำเป็น พลังจิตใจหมดแล้ว ปรมาจารย์ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน

ฟางผิงเบ้ปาก คิดคำนวณอยู่ในใจ

ตอนนี้เขารวบรวมพลังฟ้าดินหนึ่งหลุน หากเปลี่ยนแปลงต้องสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินหนึ่งล้านหนึ่งแสน

ฟางผิงใบหน้าดำคล้ำทันที งั้นฉันยังต้องชดเชยเข้าไปน่ะสิ ตอนนี้เขาแลกเปลี่ยนพลังฟ้าดิน ในสถานการณ์ทั่วไปต้องสิ้นเปลืองสิบเท่า ถ้าเป็นสัดส่วนแลกเปลี่ยนตามปกติ อย่าพูดว่าสามร้อยล้านเลย หนึ่งร้อยล้านเขาก็ทำ

แต่ประเด็นไม่ใช่แบบนั้น ห้าร้อยหลุน เขาต้องสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินห้าร้อยห้าสิบล้าน

“อาจารย์ ผมสิ้นเปลืองเยอะจริงๆ พลังฟ้าดินไม่ได้ออกมาจากอากาศ ผมก็ต้องใช้หินพลังงานจำนวนมากเหมือนกัน ผมครุ่นคิดบนพื้นฐานที่ผูกพันธ์ต่อมหาวิทยาลัยถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ เอาอย่างนี้เถอะ เจ็ดร้อยล้าน น้อยกว่านี้ผมไม่ทำแล้ว!”

“ห้าร้อยล้าน มากสุดแล้ว ไม่งั้นมหาวิทยาลัยคงยอมรับราคาแบบนี้ไม่ได้!”

ตาเฒ่าหลี่ไม่ได้บอกความจริง ห้าร้อยล้านจัดสรรห้าร้อยหลุน เทียบเท่ากับหวงจิ่งทำห้าเดือนแล้ว ครั้งนี้หวงจิ่งจัดสรรให้ประมาณหนึ่งร้อยหลุนเท่านั้น เวลาที่เหลือเขาต้องฟื้นฟู ทั้งยังมีธุระอย่างอื่นให้ทำอีก

หนึ่งร้อยล้านให้ปรมาจารย์คนหนึ่งมาทำหนึ่งครั้ง อันที่จริงยังนับว่าคุ้มค่าอย่างมาก

ยังไงแม้ว่าปรมาจารย์จะจัดสรรพลังฟ้าดินก็มีการสิ้นเปลืองเช่นเดียวกัน อาจจะไม่ได้กำไรกลับมาเยอะเสมอไป

“หกร้อยล้าน ไม่ต้องต่อราคาแล้ว หากต่ออีกผมไม่ทำแล้ว เลขาธิการกรรมการมหาวิทยาลัยก็ไม่เป็นแล้วเหมือนกัน!”

ฟางผิงส่ายหัวอีกครั้ง นี่ถึงขีดจำกัดแล้ว ยังไงก็ต้องให้กำไรผมสักหน่อยสิ

ทั้งอาจไม่ได้กำไรเสมอไป เขาไม่ได้โกหก จัดสรรพลังฟ้าดินจำนวนมาก เขาจะได้รับผลกระทบ ภายหลังยังต้องสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินเพื่อรักษา

คำนวณแล้วก็คืนทุนเท่านั้น

เห็นฟางผิงเอ่ยอย่างหนักแน่น ตาเฒ่าหลี่ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ท้ายที่สุดจึงพยักหน้าว่า “งั้นกลับไปฉันจะไปถามความเห็นคนอื่นๆ แต่หกร้อยล้าน…หนึ่งปีก็เจ็ดพันสองร้อยล้าน…ราคานี้…”

ตาเฒ่าหลี่ถอนหายใจเบาๆ ยังคงแพงอยู่บ้าง

หากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกพวกนั้นไม่ได้อะไรกลับไปเลย นั่นคงขาดทุนจริงๆ แล้ว

แน่นอว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกฝึกวิชา ใช้เวลาฟรีหมดแล้ว ก็ต้องจ่ายเองบางส่วน มหาวิทยาลัยช่วยเหลือได้ไม่มาก แต่สองพันสามพันล้านน่าจะไม่ใช่ปัญหา

ทว่าสถานการณ์ตอนนี้แตกต่างออกไปแล้ว ไม่งั้นช่วยเหลือมากมายขนาดนี้ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อาจรับไม่ไหวเช่นกัน

เห็นตาเฒ่าหลี่รับปาก ฟางผิงก็โล่งใจ บางเรื่องยังต้องขอความคิดเห็นจากยอดฝีมือพวกนี้

รับปากแล้วก็ดี ไม่งั้นจัดสรรให้ฟรีจริงๆ เขาก็รับไม่ไหวเหมือนกัน หนึ่งเดือนสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินหลายร้อยล้าน นอกจากเขาจะมีค่าทรัพย์สินที่เยอะจนใช้ไม่หมดจริงๆ ไม่งั้นให้ฟรีๆ คงช่วยได้ไม่นานขนาดนั้น

เจรจาตกลงกันแล้ว ฟางผิงก็นึกถึงเรื่องหลอมร่างทองขึ้นมา เอ่ยว่า “อาจารย์ วิธีฝึกวิชากึ่งร่างทองของคุณนั้นบอกผมหน่อยได้หรือเปล่า ผมจะลองฝึกดูว่าพอจะหลอมร่างทองกึ่งหนึ่งออกมาได้หรือเปล่า”

ก่อนหน้านี้ตาเฒ่าหลี่ไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้ฟางผิงสร้างกระดูกทองขึ้นมาแล้ว ตาเฒ่าหลี่เอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “จัดการเรื่องพลังฟ้าดินก่อนแล้วกัน เรื่องนี้ฉันไว้ค่อยพูดกับเธออีกที”

“ครับ”

ฟางผิงพยักหน้าระรัว กึ่งร่างทอง…ฟังดูเท่ น่าเกรงขามไม่น้อย ยังคุ้มค่าให้รอคอย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน