เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน นิยาย บท 489

ตอนที่ 489 ฆ่าผู้ที่หลอมสารจิงกับเลือด (3)

………………..

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างจำนวนมากกำลังบุกฆ่าอยู่ข้างหน้า ผลาญกำลังและปราณของฉินเฟิ่งชิง ข้างหลังนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางกลุ่มใหญ่ถึงกระทั่งเคลื่อนป้อมหน้าไม้ทลายกำแพงออกมาตัวหนึ่ง ยิงบุกมาหาเขา

ปกติเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้มีประโยชน์มากมาย แค่เวลานี้กลับอันตรายอย่างยิ่ง

เขาถูกปิดล้อมแล้ว!

ลูกศรขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังงานแข็งแกร่ง ลูกศรถูกยิงออกมา แม้จะเป็นฉินเฟิ่งชิงก็ไม่กล้ารับไว้ จะถูกยิงระเบิดได้

ลูกศรถูกปล่อยออกมาไม่ขาดสาย ตอนนี้ทหารคุ้มกันพวกนั้นก็ไม่สนใจว่าประชาชนจะเป็นยังไงเหมือนกัน ลูกศรพุ่งออกมา ยิงไม่โดนฉินเฟิ่งชิง แทบจะพุ่งไปหาบ้านเรือนนับไม่ถ้วน ประชาชนหลายคนตายในน้ำมือพวกเขาเอง

ราตรีของถ้ำใต้ดินนั้นมืดมิดเกินไป

แม้ภายในเมืองจะมีกระโจมไฟพลังงาน แต่ก่อนหน้านี้พวกฟางผิงต่อสู้กันก็ทำลายไม่เป็นชิ้นดีแล้ว

เวลานี้ภายใต้ความมืด ผู้ฝึกยุทธ์ต่ำกว่าขั้นสามตอนปลายแทบมองไม่เห็นอะไรเลย

เมืองเยวี่ยกุ้ยเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ไม่ใช่แค่คนพวกนั้นที่ถูกควันหลงจากการต่อสู้ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างหลายคน ในสถานการณ์ที่โกลาหลวุ่นวาย เพื่อปกป้องชีวิตตัวเอง แม้จะเป็นพวกเดียวกันที่เข้าใกล้ก็ลงมือโจมตีอย่างไม่ยั้งมือเช่นกัน

เวลานี้เมืองเยวี่ยกุ้ยที่มีขนาดใหญ่แทบจะมีการต่อสู้อยู่ทั่วทุกหนแห่ง

ฉินเฟิ่งชิงตะโกนขอความช่วยเหลือ พวกฟางผิงไม่มีเวลาสนใจอยู่แล้ว

ตอนนี้พวกฟางผิงต่างอาการบาดเจ็บรุมเร้า

หลี่หานซงมีพลังป้องกันแข็งแกร่งกว่าฟางผิง กลับได้รับบาดเจ็บหนักที่สุด ร่างทองหม่นแสงลงแล้ว

ไม่ไกลนั้น ชายผมยาวใบหน้าซีดเช่นกัน ใช้ดาบพยุงตัวเอง สั่นระริกไปทั่วร่าง

เห็นว่าพวกฟางผิงไม่มีแรงแล้ว ชายผมยาวก็หัวเราะอย่างเยือกเย็น “บีบให้ข้าทำลายประตูซานเสิน พวกเจ้าสมควรตายแล้ว!”

ต่อสู้มาถึงตอนนี้ กระทั่งประตูบานสุดท้ายคนผู้นี้ก็เปิดขึ้นมาเช่นกัน

ทั้งเมื่อประตูแห่งชีวิตเปิดออก แม้จะทำให้เขาฟื้นฟูบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับสิ้นเปลืองพลังชีวิตจำนวนมาก

เส้นทางระดับสูงของเขาใกล้จะถูกทำลายจนหมดสิ้น

เห็นว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าบางส่วนที่อยู่รอบๆ ช้าลงแล้ว ชายผมยาวก็ถือดาบเดินมา หลี่หานซงที่หมดแรงแล้ว โอดครวญว่า “อย่าเล่นอีกเลย รีบฆ่าเขาเถอะ ฉันต้านไม่ไหวแล้ว!”

ฟางผิงหอบหายใจ เอ่ยประชดว่า “ไม่ได้เล่น นายให้ฉันพักหายใจหายคอหน่อยเถอะ?”

ปราณและพลังจิตใจสามารถเพิ่มได้ แต่ต่อสู้หนักหน่วงขนาดนี้ เขาก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน ตอนนี้แทบจะปวดเนื้อปวดตัวไปหมด

เห็นคนจากเมืองเยวี่ยกุ้ยพวกนั้นเดินมา ฟางผิงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วก็ก่นด่าว่า “อึดดีจริงๆ นี่ยังซ้อมไม่ตายอีก! แต่คิดจะฆ่าฉันยังอ่อนไปอยู่บ้าง!”

สิ้นเสียง ฟางผิงก็ฟื้นฟูปราณและพลังจิตใจขึ้นเต็มเปี่ยมในชั่วพริบตา!

ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร กวาดดาบออกไปทันที!

พลั่ก!

เสียงเลือดสาดกระเซ็นดังขึ้นติดต่อกัน ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ข้างหน้าพวกนั้นถูกฟันเอวขาดในเสี้ยวพริบตา

ชายผมยาวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แววตาปรากฏความเคืองแค้นและหมดหวัง!

อีกแล้ว!

ฉากแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว

ทุกครั้ง ตอนที่เขาคิดว่าอีกฝ่ายหมดแรงแล้ว ไม่นานอีกฝ่ายก็จะมีกำลังวังชาขึ้นมาใหม่

เมื่อกี้เขาทุ่มสุดพลังแล้ว ต่อยตีฟางผิงจนเนื้อหนังแหลกเหลว คิดว่าครั้งนี้เขาหมดแรงจริงๆ แล้ว นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะฮึดขึ้นมาอีก!

“ทำไม!”

ชายผมยาวเผยสีหน้าไม่ยินยอมและโมโห ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?

ฟางผิงไม่ตอบคำถามเขาอยู่แล้ว คำรามขึ้นอีกครั้ง

“พิชิตสวรรค์!”

เกิดภาพปรากฏการณ์ขึ้นอีกครั้ง!

เจ้าหมอนั่นยังกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ร้องจนไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้างแล้ว

ฟางผิงเห็นฉากนี้ก็หมดคำพูด “เพราะหมอนั่นปากดีเอง ถ้าไม่ใช่เขาตะโกนว่าจะทำลายเมืองออกมา อีกฝ่ายอาจไม่ดั้นด้นฆ่ามาจนถึงตอนนี้ สมน้ำหน้า!”

ทหารคุ้มกันตายไปนับไม่ถ้วน ตามหลักแล้ว การบาดเจ็บล้มตายเช่นนี้ควรจะยอมแพ้ได้แล้ว

ผลปรากฏว่าฉินเฟิ่งชิงกลับใช้ภาษาถ้ำตะโกนว่า ‘ทำลายเมือง’ ตะโกนเอาๆ…พวกเขาจึงไม่ถอยอีกแล้ว กลับไล่ฆ่าจนตาแดงก่ำ เดิมพันสุดชีวิต

แม้จะพูดแบบนั้น ฟางผิงกลับไม่ชักช้า วาดดาบออกไป

กลางอากาศเกิดปรากฏการณ์ขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้อานุภาพสูงที่สุดแล้ว

ภาพมายาของราชาสวรรค์ปรากฏขึ้น เลือดกระเซ็นนองเจิ่ง ไอสีแดงอบอวลคลุ้งในอากาศ ไม่ว่าจะผู้ฝึกยุทธ์คนไหนที่สัมผัสกับเลือดต่างทยอยถูกระเบิดในชั่วพริบตา

เลือดพวกนั้นไม่ใช่เลือดจริงๆ แต่เป็นพลังปราณของฟางผิง

จากความสามารถของเขา ฟันผู้ฝึกยุทธ์ต่ำกว่าขั้นห้าพวกนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร

หลังจากนั้นสักพักซากศพก็กองเกลื่อนกลาด

ผู้ฝึกยุทธ์ที่เหลืออยู่ไม่เยอะเริ่มพากันหนีตาย มีคนเห็นหัวของชายผมยาวคนนั้นแล้ว รองเจ้าเมืองตายแล้ว!

ฟางผิงขี้เกียจตามฆ่าแล้ว หอบหายใจว่า “เริ่มเก็บของกันเถอะ ทุกคนแยกกันเคลื่อนไหว อีกเดี๋ยวมารวมตัวที่จวนเจ้าเมือง!”

หวังจินหยางกระเสือกกระสนลุกขึ้นมา เห็นฉินเฟิ่งชิงและหลี่หานซงต่างรีบวิ่งไปชิงของก็ถอนหายใจว่า “ไหนบอกว่าจะจับพยานมาสอบถามเรื่องราว?”

พวกเขาชะงักฝีเท้าทันที ฟางผิงกระแอมไอเบาๆ เดินไปพลางเอ่ยว่า “ภายในเมืองยังมีคนตั้งเยอะ ฉันจะลองไปจับที่จวนเจ้าเมืองมาถามดู!”

ทิ้งคำพูดนี้แล้วฟางผิงก็ออกไปทันที

หวังจินหยางจนใจ เจ้าพวกนี้…เชื่อไม่ได้สักคน

——————-

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน