ตอนที่ 556 จัดการพวกคนที่ไม่พอใจ (3)
………………..
เดิมทีฟางผิงก็ไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บ แม้จะถูกถัวม่านตีโดนหัว กลับแทบไม่สนใจอะไร เอาแต่ระเบิดฟันอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง!
อาวุธวิเศษที่เฉียบคม กระทั่งร่างทองยังสามารถทะลวงได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถัวม่านที่ไม่ใช่ยอดฝีมือร่างทอง
เสียงฉึบฉับดังขึ้นไม่ขาดสาย ไม่นานแขนสองข้างของถัวม่านก็ถูกฟางผิงฟันขาด!
ฟางผิงกลับอดก่นด่าในใจไม่ได้ กึ่งร่างทองของฉันจะปลอมเกินไปแล้ว!
ไม่พูดถึงขั้นแปด ขั้นเจ็ดยังต้านไม่อยู่!
กึ่งร่างทองของเขา แม้จะแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้…ถูกซ้อมแทบจะพังยับเยินไปกว่าครึ่งแล้ว
แม้ว่าจะไม่ถึงกระดูก แต่เลือดเนื้อกระเด็นปลิวว่อนเหมือนกัน
“ไม่แปลกใจที่ผู้ฝึกยุทธ์แต่ละประเทศไม่สนใจความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่ถึงขั้นแปด หลอมรวมร่างทองได้แค่ปลอมๆ เท่านั้น!”
กึ่งร่างทองก่อนขั้นแปดต้านระดับเดียวกันยังพอว่า ต้านยอดฝีมือแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ถัวม่านที่ไม่มีแขนสองข้าง ตอนนี้คำรามออกมาติดต่อกัน ขาสองข้างเคลื่อนไหวราวกับเงาลวงตา เตะฟางผิงถอยหลังไปไม่หยุดหย่อน
“ฉันจะฟันนายให้กลายเป็นตะเกียบซะ!”
ฟางผิงกดเสียงคำราม รับลูกเตะจากอีกฝ่ายตรงๆ โดนเตะจนลูกตาแทบจะกระเด็นหลุดออกมา กลับฝืนกลั้นความเจ็บปวด ฟันดาบออกไปอีกครั้ง!
ฉึบ!
คล้อยหลังจากเสียง ขาซ้ายของถัวม่านก็ถูกฟันขาด!
—
เวลานี้ทุกคนต่างมองเห็นการต่อสู้ของทั้งสองคน
เห็นว่าแขนสองข้างและขาซ้ายของถัวม่านถูกฟัน หลายคนต่างเผยสีหน้าแปลกออกไป
ปล่อยให้สู้ต่อไปแบบนี้…ฟางผิงอาจจะโต้กลับขั้นเจ็ด ฆ่าอีกฝ่ายได้จริงๆ แล้ว?
เจี่ยงเชาขนหลังลุกวาบขึ้นมา กดเสียงว่า “แม่งโหดจริงๆ!”
ฟางผิงถูกคนซ้อมจนสภาพเละเทะแบบนั้นยังคำรามอย่างฮึกเหิมอีก
ถัวม่านถูกฟันขาดไปสามท่อนแล้วยังคงไม่ยอมแพ้ ประมือกับฟางผิงต่อ
หากเป็นเขา…สู้มาถึงตอนนี้คงยอมแพ้ไปนานแล้ว
เจี่ยงเชารู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายต่างโหดเหี้ยม ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงคนอื่นๆ กลับเผยสีหน้าขัดแย้งในใจ
ฟางผิงจากประเทศจีน…ใช้วิธีต่อสู้ที่ทำให้คนอัดอั้นตันใจเกินไปแล้ว
เขาจะผลาญพลังอีกฝ่าย!
พูดถึงเรื่องปราณ พื้นฐานร่างกาย เคล็ดวิชาต่อสู้…
ฟางผิงแทบจะสู้ถัวม่านไม่ได้ แต่เขาผลาญพลังไหว
นายไม่สามารถโจมตีกระบวนท่าเดียวทำให้เขายืนไม่ไหว สู้จนเขาตายไม่ได้ เขาก็สามารถผลาญนายตายได้แล้ว
ถัวม่านที่อยู่ขั้นเจ็ดตอนต้นยังไม่ถึงขั้นที่จะสู้ฟางผิงจนตายในกระบวนท่าเดียว เป็นแบบนี้ต่อไป ถัวม่านต้องจบเห่อย่างแน่นอน
ทางเทือกเขาแอนดีส หญิงสาวที่สวมชุดดำมองอยู่สักพัก ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือหมดคำพูดดี
ฟางผิงเหิมเกริมอย่างมาก ก่อนหน้านี้ท้าทายพวกเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
การต่อสู้คครั้งสุดท้ายยังเปล่งวาจาว่าจะฆ่าถัวม่าน ก่อนหน้านี้ยังมองเป็นเรื่องขำขันได้ ตอนนี้…ถัวม่านไม่ยอมแพ้ นั่นก็จะถูกฟันตายจริงๆ แล้ว
“กระบี่ทะลวงฟ้า!”
ในเวลานี้ฟางผิงระเบิดเสียงคำรามขึ้นมา แม้จะถือดาบอยู่ ยังคงตะโกนชื่อ ‘กระบี่ทะลวงฟ้า’ ไม่ใช่อะไร นี่เป็นเคล็ดวิชาลับของหลี่เจิ้น เพียงพอให้แสดงความเกรงขาม!
ฉึบ!
ดาบฟันลงมา ขาขวาของถัวม่านกระเด็นลอยออกไป ฟางผิงถือโอกาสฟันไปอีกครั้ง ขาขวาแหลกกระจุยกระจายในชั่วพริบตา!
“เวรเอ้ย!”
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า ยอดฝีมือขั้นเก้าคนนั้นก่นด่าออกมา!
ไม่มีแขนขา ไม่ถึงขั้นแปด มีแค่ต้องใช้น้ำแร่ชีวิตจำนวนมากถึงจะสามารถหลอมแขนขาขึ้นใหม่ได้ นี่เป็นการสิ้นเปลืองอย่างมหาศาล
แขนขาสามท่อนก่อนหน้านี้ไม่ได้เละเทะ แต่ครั้งนี้ขาขวาแทบจะไม่เหลือแล้ว
ยังไม่พอแค่นั้น ระหว่างที่ฟางผิงไล่ฆ่าถัวม่าน ยังเหยียบแขนขาสามท่อนอื่นๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ ชั่วพริบตานั้นกระดูกเนื้อหนังแทบจะปริแตกทันที!
ฟางผิงรู้ว่าอยากฆ่าถัวม่านมีโอกาสน้อย
ขั้นเก้าไม่ได้ไร้ความสามารถในการหาโอกาส
ฆ่าถัวม่านไม่ได้ นั่นก็ต้องทำให้เขาเสียเปรียบ ทำให้ครั้งหน้าเขาเห็นตัวเองแล้วต้องคุกเข่าเรียกหาพ่อ
ไอ้เวรนี้หักหน้าเขาหลายครั้ง คิดว่าตัวเองจัดการเขาไม่ได้จริงๆ หรือไง!
สู้มาจนถึงตอนนี้ ฟางผิงยิ่งสู้ก็ยิ่งฮึกเหิม ถัวม่านกลับแทบไม่กล้าแม้แต่จะปลดปล่อยพลังจิตใจแล้ว จะมีโอกาสพลิกกลับได้ยังไงอีก
ฟางผิงไม่กล้าประมาทเหมือนกัน ฟันจนถัวม่านกลายเป็นตะเกียบแล้ว ทุกกระบวนท่าหลังจากนั้นก็พุ่งเป้าไปที่หัวของเขา!
เห็นว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ภิกษุขั้นเก้าของแดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้าก็มองไปทางฟางผิง เอ่ยเนิบช้าว่า “เธอต้องการอะไร?”
“อาวุธวิเศษสองชิ้น!”
“งั้นแดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้าจะละทิ้งโอกาสนี้…”
ภิกษุเฒ่าส่ายหัว เขายอมให้ถัวม่านไม่เข้าเขตหวงห้ามดีกว่า อาวุธวิเศษสองชิ้นไม่ได้คุ้มค่าขนาดนั้น
“หนึ่งชิ้น…” ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อย่าต่อรองอีกเลย ไม่งั้นเหยาเฉิงจวินต้องท้าประลองเขาแน่ หนวดยาวอาจไม่แพ้เสมอไป แม้จะกลายเป็นตะเกียบแล้วก็ยังมีพลังต่อสู้!”
ภิกษุเฒ่ากดความโมโหไว้ในใจ ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “ได้!”
ฟางผิงฉีกยิ้ม นับว่าไม่เลว ถึงจะไม่ได้ฆ่าอีกฝ่าย แต่คว้าอาวุธวิเศษได้สองชิ้น ทั้งยังตัดแขนขาของอีกฝ่าย ทำให้พลังจิตใจเขาบาดเจ็บหนัก ครั้งนี้แดนศักดิ์สิทธิ์พระพุทธเจ้ายังไม่รู้ว่าต้องสิ้นเปลืองขนาดไหนถึงจะทำให้ถัวม่านฟื้นฟูได้
ครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบเขาคว้าอาวุธวิเศษได้ทั้งหมดสี่ชิ้น
ในมือตัวเองยังมีอีกสามชิ้น รองเท้าไล่ตามลมของตาเฒ่าหลี่อันที่จริงไม่ได้มีประโยชน์อะไร นั่นก็เป็นอาวุธวิเศษแปดชิ้นแล้ว หนึ่งในนั้นยังมีขั้นแปดอีก
“อาวุธวิเศษก็ไม่ได้มีมูลค่าเท่าไหร่!”
ฟางผิงพูดส่งๆ ออกไป เหล่าจางรีดไถจากตัวเองไปห้าชิ้นก็อยู่ในขอบเขตนี้เหมือนกัน
สิ้นเสียงนี้ ทุกคนก็เผยสีหน้าแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด
มีคนตระหนักได้เหมือนกัน ในมือฟางผิงเหมือนจะมีอาวุธวิเศษไม่น้อย
ครั้งก่อนที่เขาได้จากถ้ำใต้ดินเทียนหนานมีหลายคนรู้เรื่องนี้เช่นกัน
คำนวณแบบนี้แล้ว…ครั้งนี้เจ้าหมอนี้คว้าได้อีกสี่ชิ้น อาวุธวิเศษแทบจะขายส่งได้ด้วยซ้ำ
ไม่ใช่แค่พวกนี้ ปรมาจารย์จากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้พวกนั้น ทุกคนต่างได้อาวุธวิเศษจากมือเขา เว้นแค่อู๋ขุยซานเท่านั้น
เจ้าหมอนี้…อู้ฟู่ยิ่งกว่าขั้นเก้าซะอีก ขั้นสุดยอดอาจรวยไม่เท่าเขาด้วยซ้ำ อย่างน้อยขั้นสุดยอดก็ไม่สามารถฆ่าเผ่าปีศาจอย่างส่งเดชได้
แน่นอนว่าอาวุธวิเศษไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญอยู่ที่ความสามารถ
ขั้นหกเอาชนะขั้นเจ็ด!
แม้ฟางผิงจะนับว่าเป็นเป็นกึ่งขั้นเจ็ด แต่ความจริงยังคงเป็นขั้นหกตอนกลาง อีกฝ่ายกลับเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดตอนต้น แถมยังเกือบฆ่าอีกฝ่ายได้
ในตอนที่ทุกคนอยู่ในอารมณ์ซับซ้อน เจี่ยงเชาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ใช่ว่าจะจัดอันดับผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวทั่วโลกหรือไง? ฟางผิงเป็นอันดับหนึ่งของขั้นหกคงไม่มีใครคัดค้านสินะ?”
เจ้าหมอนี้ยิ้มอย่างดีใจ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มองไปรอบทิศทาง ทำราวกับว่าคนที่เอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดเป็นเขาซะเอง
—————
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน