ตอนที่ 557 มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ที่แข็งแกร่ง (3)
………………..
เจี่ยงเชาไม่มีความคิดจะเป็นศัตรูกับฟางผิงเพราะเขาและตระกูลหยางสองคนนั้นไม่คุ้นเคยกัน
แต่พี่ชายของเจี่ยงเชา ในเมื่อคนพวกนี้ต่อสู้ทำสงครามมาด้วยกัน งั้นต้องมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่แล้ว ฟางผิงเข้าไปคนเดียว นอกจากจะหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว ยังต้องป้องกันไม่ให้คนเมืองเจิ้นซิงมาหาเรื่องเขาอีก
ยัยอกแบนจากเทือกเขาแอนดีสคนนั้นน่าจะโมโหที่ก่อนหน้านี้ฟางผิงยั่วโมโหเธอหลายครั้ง จงใจเป่าหูให้ฟางผิงรีบทะลวงด่าน
ฟางผิงนึกมาถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็เอ่ยอย่างแปลกใจว่า “ทำไมพวกเขาเอาแต่คิดว่าฉันจะสามารถทะลวงขั้นเจ็ดได้ในเดือนเดียว ฉันยังไม่มีความมั่นใจนี้เลยด้วยซ้ำ พวกเขาคิดยังไงกัน?”
หลี่เต๋อหย่งชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย!
จริงสิ แค่เดือนเดียวเท่านั้น ทำไมถึงครุ่นคิดเรื่องนี้กัน?
หลี่เต๋อหย่งไม่พูดมากแล้ว ยังคงเป็นตาเฒ่าหลี่ที่หัวเราะว่า “ตกใจพวกเราน่ะสิ ละอายใจที่สู้ไม่ได้ เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่หรือไง”
ฟางผิงยักไหล่ ดูท่าฉันจะเก่งกาจเกินไป เก่งกาจจนพวกนายเลอะเลือนไปแล้ว
—
วันที่ 3 มิถุนายน การแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวเริ่มต้นและสิ้นสุดในวันนั้น
วันต่อมา การจัดอันดับมีการเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ
ไม่ใช่สาเหตุที่ทั้งสองคนข่มขวัญคนอื่น แต่เป็นเพราะสองคนนี้ต่างแสดงความสามารถให้ทุกคนได้เห็น เวลานี้ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก
ผลปรากฏว่า…ตาเฒ่าหลี่เป็นอันดับหนึ่งของขั้นแปดจริงๆ!
แต่ตาเฒ่าหลี่กลับไม่พอใจเท่าไหร่!
เพราะเดิมทีอันดับหนึ่งและอันดับสองของขั้นแปดก็ไม่มีอยู่แล้ว!
การจัดอันดับล่าสุด ขั้นแปดหายไปสองคน อู๋ขุยซานราชาอสรพิษและกัวซวนหอกสะท้านฟ้า!
ตอนแรกรองผู้บัญชาการหน่วยทหารคนนี้เป็นอันดับหนึ่งของขั้นแปด อู๋ขุยซานอยู่อันดับสองของขั้นแปด
ไม่กี่วันนี้ที่ฟางผิงออกมา อู๋ขุยซานก็ทะลวงด่านแล้ว
ก่อนหน้านี้การจัดอันดับขั้นเก้าสามสิบสามคน ราชาขวานสิงไคเหวินตกอันดับไปแล้ว แต่ไม่ได้ลบชื่อออกไปมาโดยตลอด ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องลบชื่อแล้วเหมือนกัน การจัดอันดับขั้นเก้าเพิ่มขึ้นมาสองคน กลายเป็นสามสิบห้าคน!
ทั้งอู๋ขุยซาน เข้าสู่ขั้นเก้าก็ถูกจัดในอันดับที่ยี่สิบสี่ ถือว่าสูงอย่างมาก!
อย่าลืมว่าขั้นเก้าล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง อู๋ขุยซานเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นเก้าเท่านั้น แต่อู๋ขุยซานมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า แค่เรื่องนี้ก็ไม่อาจอ่อนด้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าตอนกลางแล้ว
นับเป็นครั้งแรกที่มียอดฝีมือขั้นเก้าถือกำเนิดมาจากมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้อย่างแท้จริง
อู๋ขุยซานอยู่ในอันดับที่ยี่สิบสี่ของขั้นเก้า เข้าสู่อันดับของปรมาจารย์ใหญ่แล้ว!
หลี่ฉางเซิงอยู่ในอันดับหนึ่งของขั้นแปด
ฟางผิงเป็นอันดับหนึ่งของขั้นหก!
การจัดอันดับฉบับนี้ถูกปล่อยออกไปก็สั่นสะเทือนทั้งประเทศจีน
ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ก็แข็งแกร่งอย่างยากที่จะเชื่อ!
การจัดอันดับเก้าฉบับ ถูกจัดในอันดับหนึ่งสามรายการ ยังมีขั้นสี่อีกรายการที่ถูกอาจารย์คนเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คว้าไว้ได้
มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้แห่งเดียวเท่านั้น แม้เมื่อก่อนจะมียอดฝีมือไม่น้อย แต่ยังไงมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ก็อยู่ในสังกัดของกระทรวงการศึกษา เป็นแค่สาขาย่อยเล็กๆ ของกระทรวงการศึกษา
หากจะเปรียบเทียบอย่างจริงจังก็ไม่ต่างอะไรกับสำนักงานสืบสวนแต่ละมณฑลของหน่วยสืบสวนเท่านั้น อย่างมากก็เทียบได้กับทำเนียบผู้ว่าหนึ่งมณฑล
ทว่าแต่ละพื้นที่ของประเทศจีน รวมถึงผู้ว่าเมืองหลวงยังไม่มียอดฝีมือขั้นเก้าด้วยซ้ำ!
เวลานี้มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่แค่เทียบได้กับทำเนียบผู้ว่า หากมีขั้นเก้าอีกหนึ่งคนก็มีความสามารถไม่ต่างจากกองตั้งมั่นเฝ้าระวังทางใต้หรือหน่วยสืบสวนแล้ว
กองตั้งมั่นเฝ้าระวังทางใต้ นอกจากอู๋ชวน ยังมียอดฝีมือขั้นเก้าอีกคนหนึ่ง แต่ก็แค่ขั้นเก้าตอนต้นเท่านั้น
หน่วยสืบสวนก็เหมือนกัน มีแค่รองผู้อำนวยการขั้นเก้าคนเดียว
อันที่จริงความสามารถของตาเฒ่าหลี่แทบจะเทียบได้กับขั้นเก้า แต่ตอนนี้อู๋ขุยซานยังด้อยกว่าอู๋ชวนและหนานอวิ๋นเยวี่ยอยู่บ้าง ไม่งั้นความสามารถของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ก็คงเทียบได้กับหนึ่งหน่วยงานหนึ่งกองไปแล้ว
—
การจัดอันดับออกมา โลกข้างนอกก็เกิดความวุ่นวาย
ฟางผิงกลับพึมพำว่า “บัญชีแค้นนี้…ฉันจำไว้แล้ว!”
ประธานสมาพันธ์ผู้ฝึกยุทธ์สองคนนั้น รอก่อนเถอะ ไม่ช้าก็เร็วฉันจะไปหาเรื่องพวกนายแน่
เห็นได้ชัดว่ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้แข็งแกร่งขนาดนี้ นึกไม่ถึงว่ายังจะไม่เปลี่ยนฉายาให้ฟางผิง วันหลังต้องไปอัดประธานสองคนนี้สักครั้ง
แน่นอนว่าตอนนี้ฟางผิงยังไม่มีใจจะไปหาเรื่อง เขายุ่งอยู่กับการโทรศัพท์หามหาวิทยาลัย เตรียมจะแสดงความยินดีให้เหล่าอู๋สักหน่อย
เหล่าอู๋ทะลวงขั้นเก้าเร็วขนาดนี้ เหนือความคาดหมายของเขาเหมือนกัน
ยอดฝีมือที่ใช้ดาบกลับไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น
เรียกตัวเองว่าเป็นราชาดาบ นี่ต้องใช้ความกล้าเท่าไหร่กัน
“พูดยาก…เวลานั้นหากราชาขวานต้านแรงกดดันไหวจริงๆ ใช้ฉายาราชากระบี่เรื่อยมา บางทีอาจจะไม่ตกอันดับ…”
จู่ๆ ฟางผิงก็มีความคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีตัวเองอาจจะเพิ่มแรงกดดันสักหน่อยได้
หรือจะเรียกตัวเองว่าเป็นราชาดาบดี?
ไม่สิ จักรพรรดิ์ดาบ?
แม้จะคิดแบบนี้ ฟางผิงกลับไม่คิดจะลงมือทำในตอนนี้ สอบถามเรื่องของมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่นานก็วางสายไป
ฟางผิงมองอาวุธวิเศษห้าชิ้นที่วางอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ช่วงเวลานั้นก็จนใจอยู่บ้าง ของพวกนี้…หลังจากวันนี้ไปก็ไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว!
“เหล่าจางยังไงก็ต้องออกแรงสักหน่อย ฉันจะหลอมอาวุธวิเศษของตัวเองสักชิ้น ดาบผิงล่วนพังไปแล้ว บางทีฉันอาจสามารถหลอมอาวุธวิเศษสามชิ้นที่เหลือให้เป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นอาวุธวิเศษที่ฉันหลอมด้วยตัวเอง?”
ก่อนหน้านี้ฟางผิงคิดจะหลอมอาวุธวิเศษสองชิ้น แต่นั่นเป็นเพราะว่าความสามารถไม่พอ
เหล่าจางเป็นขั้นสุดยอด หลอมอาวุธวิเศษขั้นแปดให้เป็นของตัวเองชิ้นหนึ่ง คงไม่ได้ยากอะไรสินะ?
ก่อนหน้านี้อาวุธวิเศษที่เขาใช้มีเสียงคำรามของเสือ นั่นเป็นสัญญาณว่าอาวุธวิเศษมีการฟื้นตัว แต่ยังไงก็ไม่ใช่เขาที่หลอมเอง อันที่จริงฟางผิงแทบไม่ได้แสดงประสิทธิภาพของอาวุธวิเศษออกมา แค่ใช้เป็นอาวุธทั่วไปเท่านั้น
ถัวม่านก็เหมือนกัน อาวุธวิเศษของเขา เขาไม่ได้หลอมเอง ไม่งั้นคงมีอานุภาพยิ่งกว่านี้
แต่แม้จะเป็นแบบนี้ อาวุธวิเศษของถัวม่านออกห่างจากเขาแล้ว ยังสามารถต่อสู้กับการปรากฏพลังจิตใจของฟางผิงได้ เห็นได้ชัดว่าอาวุธวิเศษเพิ่มพลังในการต่อสู้มากขนาดไหน
“สร้างอาวุธวิเศษขั้นแปดขึ้นมาหนึ่งชิ้น สร้างขั้นเจ็ดไว้ใช้ในชีวิตประจำวันอีกชิ้น อาวุธวิเศษขั้นแปดวางบ่มเพาะไว้ในประตูปราณตลอด…ใช่สิ ควรจะทำแบบนี้!”
ฟางผิงพิจารณาอยู่สักพักก็ตัดสินใจได้
บางทีดวงอาทิตย์เลือดที่อยู่กลางการปรากฏพลังจิตใจอาจจะนำมาเป็นแกนหลักของอาวุธวิเศษได้ แบบนี้คงไม่ถูกคนทำลายลงง่ายๆ แล้ว
แก่นแท้ของการปรากฏพลังจิตใจ ห้องเล็กหลังนั้น บางทีก็จำเป็นต้องใช้อาวุธวิเศษที่แข็งแกร่งชิ้นหนึ่งเพื่อใช้ควบคุม
ยิ่งคิดลึกลงไปมากเท่าไหร่ ฟางผิงก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจนมากเท่านั้น
ตัวเองจนขนาดนี้ เหล่าจางยังจะหลอกเอาอาวุธวิเศษจากเขาอีก…น่าโมโหเกินไปแล้ว!
—————-
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน