ตอนที่ 2042 : ทะเลบรรพกาลสภาพสมบูรณ์
ในตอนที่เผ่าสวรรค์หายไปและทะเลโกลาหลอยู่ในความสงบ ทุกอย่างก็กลับไปเหมือนในอดีตก่อนที่เผ่าสวรรค์จะเติบโตขั้นมา ไม่สิ สภาพแวดล้อมดีขึ้นเยอะเพราะพวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องการรุกรานจากกุยหลิง ทั้งทะเลโกลาหลนั้นไม่ได้มีอันตรายที่ถึงชีวิต สิ่งเดียวที่เป็นภัยต่อชีวิตพวกเขาได้คือพวกมนุษย์ด้วยกันเอง
ตอนที่ภัยภายนอกหายไป มนุษย์ก็เริ่มมีการสู้กันเอง จากการต่อสู้เล็กๆพัฒนาเป็นการต่อสู้เอาเป็นเอาตาย มันถึงกับมีความขัดแย้งระหว่างจักรพรรดิด้วย แต่เพราะกลัวสำนักคังเฉียงก็ทำให้ความขัดแย้งระหว่างจักรพรรดินั้นถูกจำกัดในระดับหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งภายในสภาพแวดล้อมก็ไม่ต้องเดาเลยว่านี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของมนุษย์ในทะเลโกลาหล
ทั้งทะเลโกลาหลอยู่ในช่วงพัฒนาตัวอย่างรวดเร็ว ระหว่างนี้จำนวนจ้าวโกลาหลได้เพิ่มสูงขึ้น จำนวนแม่ทัพเองก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ทะเลโกลาหลเหมือนได้กลับไปเหมือนในอดีตแต่ไม่ว่าจะเป็นจางหยูรึจักรพรรดิคนอื่นๆก็รู้ดีว่าทะเลโกลาหลนั้นจะโดนทำลายเพราะการผุพังของเขตต้นกำเนิดยังดำเนินต่อไป มันเข้มขึ้นขึ้นเรื่อยๆ อายุขัยของทะเลโกลาหลนั้นกำลังจะหมดลง
จักรพรรดิหลายคนรู้ว่าพวกเขาไม่อาจจะหยุดการตายของทะเลโกลาหลได้ พวกเขาได้แต่พยายามกอบโกยจากทะเลโกลาหลให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
ในพริบตาก็ผ่านไปกว่าหมื่นปีในโลกภายนอก ในทะเลบรรพกาลได้ผ่านไปกว่าล้านล้านปี
ภายใต้ระยะเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ ทะเลบรรพกาลได้ขยายตัวต่อไป จำนวนจักรพรรดิชุดสองนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 81 คน ตัวเลขนี้เหนือกว่าการคาดการณ์ของจางหยู ที่สำคัญกว่านั้นจำนวนจักรพรรดิชุดสามก็เริ่มปรากฏขึ้นมา มันมีมากกว่าร้อยคน มันยังไม่ถึงขีดจำกัดของทะเลบรรพกาลด้วย
ตามความต่างเรื่องจำนวนของจักรพรรดิในชุดแรกและชุดสองแล้ว จางหยูคำนวณว่าจักรพรรดิในชุดสามนั้นจะมีมากถึง 729 คน
จำนวนจักรพรรดิชุดแรกคือ 9 คน
ชุดที่สองมีจำนวน 9 เท่าจากเดิมคือ 81 คน จำนวนจักรพรรดิชุดสามนั้นน่าจะเป็น 9 เท่าจากชุดสองซึ่งคือ 729 คน เพราะแบบนั้นจึงทำให้จำนวนจักรพรรดิทั้งหมด 819 คนแต่ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิชุดสองและสามนั้นด้อยกว่าชุดแรกอย่างมาก สิทธิ์ของจักรพรรดิชุดสองนั้นมีแค่ 2 ใน 3 จากชุดแรก ชุดสามนั้นเหลือแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น
ความต่างในเรื่องสิทธิ์นี้ทำให้ความแข็งแกร่งนั้นต่างกันไปด้วย
ช่องว่างแค่ 1 ใน 3 ซึ่งสะท้อนผ่านความแข็งแกร่ง มันเท่ากับช่องว่างที่ไร้ขีดจำกัด มันต่างกันหลายเท่า
แม้ว่าจางหยูจะจำกัดสิทธิ์ของทะเลบรรพกาลและไม่ได้เปิดสู่โลกภายนอก แต่ในฐานะจ้าวทะเลบรรพกาลนั้นเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความต่างด้านพลัง ไม่ต้องเดาเลยว่าจักรพรรดิชุดแรกนั้นสำคัญอย่างมาก เขาจึงเสียดายที่เขาให้เรนไนขึ้นเป็นจักรพรรดิเพราะมันเท่ากับลดความแข็งแกร่งของสำนักคังเฉียงไปและปิดโอกาสคนจากสำนักคังเฉียง
แต่การที่เรนไนเข้าร่วมมาด้วยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ส่งผลดี เมื่อเรนไนขึ้นเป็นจักรพรรดิและเปิดเขตขึ้นมา มันก็ช่วยให้ทะเลบรรพกาลขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว หากไม่เป็นเช่นนี้ความแข็งแกร่งของจางหยูคงไม่พัฒนาขึ้นมาเร็วแบบนี้ได้
แน่นอนว่าจางหยูสามารถรับพลังของเรนไนกลับมาได้แต่อีกฝ่ายได้ทำอะไรผิด
“ เมื่อทะเลบรรพกาลขยายตัวเร็วขึ้นแบบนี้ จำนวนจักรพรรดิในชุดสามคงมีครบในไม่ช้า “ จางหยูรับรู้ได้ถึงการขยายตัวของทะเลบรรพกาล “ เมื่อถึงเวลา เราจะได้ปล่อยพลังสิทธิ์ให้อาจารย์และศิษย์ลองข้ามขอบเขตดู”
ที่ว่างจักรพรรดินั้นไม่เพียงพอต่อทุกคนในสำนัก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรอดจากการรับพลังไปได้
“ หากมีครึ่งหนึ่งที่รอดจากการรับพลังได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว” แน่นอนว่าจางหยูหวังว่าทุกคนจะสามารถขึ้นไปเป็นจักรพรรดิได้
แต่เขารู้ดีแก่ใจว่าหากเทียบกับพวกที่พึ่งตัวเองขึ้นเป็นแม่ทัพสูงสุดแล้ว คนในสำนักนั้นยังมีจุดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในการต่อสู้รึจิตใจ มันล้วนแต่มีความต่าง ช่องว่างนี้อาจจะต้องใช้เวลาเป็นพันล้านปีเพื่อจะเติมเต็ม

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบเจ้าสำนัก