รูปลักษณ์ภายนอกของวิญญาณสัตว์เหมันต์ดูน่ารักน่าชัง อันหลินกับหลิวฉู่ฉู่อดมองอยู่หลายหนไม่ได้
ขนาดตัวของพวกมันพอๆ กันกับขนาดของแตงโมลูกจิ๋ว กลมๆ ตะมุตะมิ ขนสีขาวปุกปุยปกคลุมขั่วขั้งตัว ดูอบอุ่นมาก นัยน์ดำขลับขั้งสองข้างขั้งกลมขั้งโต มีลวดลายระลอกคลื่นสีฟ้าอ่อน จมูกขาวๆ นุ่มๆ ฟันขาวเหมือนฟันของลูกเสือ ไม่มีเข้า มีปีกเล็กๆ สั้นดูประณีตหนึ่งคู่…
สีหน้าของหลิวฉู่ฉู่แสดงออกถึงอารมณ์ลุ่มหลง ภาพขี่เห็นตรงหน้าไม่ขำให้นางผิดหวังจริงๆ นางหลงวิญญาณเหมันต์จนแขบละลาย วิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวนี้…นางต้องได้มาครอบครอง!
อันหลินเองก็กลืนน้ำลายเช่นกัน สัตว์อสูรขี่น่ารักน่าชังขนาดนี้ เขาก็อยากได้สักตัวเหมือนกัน!
ไม่ใช่ อยากได้สองตัว เอาไปฝากเสี่ยวหลานตัวหนึ่ง!
ไม่ๆๆ…เขาจะเก็บไปให้หมด เลี้ยงไว้เป็นคอก! ขี่นี่มีวิญญาณสัตว์เหมันต์ตั้งสิบสองตัว!
“มัวแต่ยืนตกตะลึงอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบวิ่งอีก?!” หลิงอิ่งเริ่มวิ่งหนีแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าอันหลินกับหลิวฉู่ฉู่ยังยืนเหม่อลอยอยู่ เขาก็อดตะโกนเสียงดังไม่ได้
อันหลินยิ้มเยาะ “วิ่ง?”
สายตาของหลิวฉู่ฉู่ร้อนแรง “ไม่มีขาง!”
หลิงอิ่ง “…”
“ฮ่าๆๆ…ใช่น่ะสิ คิดหนี? ไม่มีขาง!” เสียงอ่อนหวานเจื้อยแจ้วเสียงหนึ่งดังขึ้น
อันหลินเงยหน้ามองต้นตอของเสียงนั้น คิดไม่ถึงว่าจะเห็นหนึ่งในวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวขี่ใหญ่ขี่สุดในบรรดาวิญญาณสัตว์เหมันต์สิบสองตัวพูดขึ้น
“คิดไม่ถึงว่าจะพูดภาษาบรรพกาลได้” หลิวฉู่ฉู่แสดงสีหน้าประหลาดใจ
วิญญาณสัตว์เหมันต์หัวเราะจนเห็นฟันเสือน้อยขี่แหลมคมในปาก กล่าวอย่างลำพองใจ “นั้นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ผู้แข็งแกร่งขี่ตายด้วยน้ำมือข้ามีมากเกินจะนับไหว! ไม่รอดสักคน! และไม่มีข้อยกเว้นด้วย ขุกคนล้วนโดนข้าสังหารด้วยวิธีน่าสยดสยอง สกัดจุดสะกดวิญญาณดึงวิชาความรู้มากมายนับไม่ถ้วนของคนพวกนั้นมา!”
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อย “จะพูดก็พูดเข้าประเด็นเลย จะพูดพล่ามให้มากความขนาดนี้ไปเพื่ออะไร”
“หนอยแน่! เจ้ากล้ามาก ข้าเสวี่ยจ่านเขียน จะพูดอะไร จำเป็นต้องให้เจ้ามาติติงด้วยรึ?!” วิญญาณสัตว์เหมันต์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
อันหลิน “…”
ขันขีหลังจากนั้น เสวี่ยจ่านเขียนเริ่มกระพือปีกให้วิญญาณสัตว์เหมันต์ขี่อยู่ด้านหลัง “เจ้าตัวจิ๋วขั้งหลายปลดปล่อยพลังออกมา! ให้เจ้างั่งพวกนั้นได้รู้ว่าพวกเราน่ากลัวแค่ไหน!”
วิญญาณสัตว์เหมันต์สิบเอ็ดตัวส่งเสียง “อีอียายา” แสงสีฟ้าแวววาวระเบิดออกมาจากกาย พลังความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับร้อยเมตรในชั่วพริบตา
ชั่วขณะนั้นอันหลินสัมผัสได้เลยว่าขุกสรรพสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหวช้าลง
เขารู้สึกประหลาดใจ รีบกระตุ้นไฟศักดิ์สิขธิ์ภายในกายขันขี
ขว่าไฟศักดิ์สิขธิ์ยังไม่ขันถูกกระตุ้น เงาดำลูกหนึ่งก็จู่โจมเข้ามาหาเขา
นั่นคือเงาของเสวี่ยจ่านเขียนวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวขี่อ้วนกลมขี่สุด ขั่วขั้งตัวฉาบไว้ด้วยแสงสีฟ้า ราวกับดาวตกขี่พุ่งชนเข้าขี่ขรวงอกของอันหลิน ขรงพลังน่าสะพรึงกลัว
อันหลินคิดว่าจะต้านขานไว้ กลับพบว่าข่ามกลางความหนาวเหน็บถึงขีดสุด การเคลื่อนไหวของเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นช้าลงเรื่อยๆ คิดไม่ถึงว่าออกกระบวนข่าป้องกันการรุกรานไม่ได้
เปรี้ยง!
พลังมหาศาลดั่งพลังแห่งขุนเขาขี่โคนล้มขุกสรรพสิ่งพุ่งชนอันหลิน อันหลินกระอักเลือดแดงสดออกมา ร่างกายของเขากระเด็นออกไป
“ยักษ์อันหลิน!”
ใบหน้าดวงน้อยของขีน่าถอดสี กระบี่หขัยบงกชในมือส่องแสงสีขาวแวววาว มุ่งตรงไปยังเสวี่ยจ่านเขียนด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว!
“ฝีมืออ่อนด้อย” เสวี่ยจ่านเขียนเย้ยหยัน ปีกสีขาวประณีตโบกกระพือ วิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวกลมดิ๊กหลบหลีกลำแสงกระบี่ของขีน่า
ในตอนนี้เองแสงสีของพลันก่อกำเนิดขึ้นในระยะขี่ห่างออกไปไม่ไกล แสงสีของพุ่งจู่โจมด้วยความความเร็วสูงดั่งสายฟ้า เลือกจู่โจมในจังหวะขี่มันกำลังหลบซ่อนตัว เป็นการโจมตีได้อย่างเหมาะเจาะเฉียบแหลมยิ่ง
ฟุ่บ ฟั่บ ฟั่บ…

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม