ไม่มีใครตอบหลิงอิ่ง เป้าหมายของอันหลิงกับหลิวฉู่ฉู่ในตอนนี้ชัดเจนมาก คือจะต้องจับตัววิญญาณสัตว์เหมันต์ให้ได้!
วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งห้าตัวพุ่งตรงมาทางอันหลิน แต่กลับโดนเพลิงเทวะพายุทอร์นาโดที่อันหลินปล่อยออกมาอย่างกะทันหันบีบคั้นให้ถอยหลบ
ในตอนนี้ทุกระบวนท่าที่เขาปล่อยออกไปมีพลังขั้นสุดยอดของระดับแปลงจิต หากเขาโจมตีด้วยพลังทั้งหมดก็ถึงขั้นที่อาจจะเข้าใกล้พลังระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าได้เลย
“ทะเลเพลิงสี่วิญญาณ!”
ทันทีที่เขาย่างก้าวเหยียบฝ่าเท้าลง เพลิงสุริยะ เพลิงอนัตตา เพลิงมารดารา เพลิงจันทร์ภฤษฏ์ลุกโชน เปลวเพลิงลุกลามไปทั่วทั้งถ้ำในชั่วพริบตา หลอมละลายหิมะ ทั่วทั้งถ้ำกลายเป็นลาวา
วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัวส่งเสียงร้องโหยหวน ราวกับหวาดกลัวเปลวไฟที่ลุกลาม
พวกมันบินมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม ผนึกกำลังก่อตัวเป็นค่ายกลที่ลึกลับและมหัศจรรย์ เนรมิตผลึกน้ำแข็งสีฟ้าทรงกลมขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ปล่อยพลังเหมันต์ออกมาไม่หยุด เพื่อต่อต้าน การบุกโจมตีของเปลวเพลิงที่ลุกโชน
“ก็แค่กำลังอันแข็งแกร่งของม้าตีนปลายก็แค่นั้น ข้าจะดูซิว่าพวกเจ้าระรานผู้อื่นได้สักกี่น้ำ” เสวี่ยจ่านเทียนเริ่มพล่ามสำบัดสำนวน
“เชอะ!” หลิวฉู่ฉู่เย้ยเยาะเสียงหวาน ง้างคันธนูเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวง ด้านหลังของนางปรากฏเงาแห่งคุนเผิง รูปร่างที่ยิ่งใหญ่มโหฬาร ความองอาจทะนงตัวที่แผ่ซานออกมา ทำให้วิญญาณสั ตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัวพลันตกใจกลัวจนขนลุกชัน
ลูกศรสีทองเริ่มก่อตัวขึ้นบนสายธนู ลูกศรสีทองแฝงไว้ด้วยพลังความแหลมคมขั้นสุด
วิชาเทวะ ศรหนึ่งเดียวทลายค่ายกล!
ฟุ่บ!
ลูกศรยาวสีทองพุ่งปราดแหวกทะเลเพลิง เสียบทะลุค่ายกลของวิญญาสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสอง
เมื่อลูกศรยาวสีทองกับค่ายกลปะทะกัน ก็เกิดรอยแยกกลางอากาศกลายเป็นช่องว่างที่บิดเบี้ยว เกิดคลื่นที่มีลักษณะเป็นผงละเอียดน่าสะพรึงกลัวสาดซัดไปกลืนกินทุกสรรพสิ่งทั่วทั้งสี่ท ทิศ
หลังจากที่สิ้นเสียงร้องคำราม ผลึกน้ำแข็งสีฟ้าทรงกลมก็แตกร้าวราวกับเปลือกไข่ รอยร้าวยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นร่วงกราวสู่พื้นดิน พลังสี่เพลิงเทวะปกคลุมวิญญาณสัตว์เหมันต์ทุก ตัวไว้ พวกมันส่งเสียงร้องน่าเวทนา “อีอียายา” ขึ้นอีกครั้ง
เมื่ออันหลินเห็นขนปุกปุยขาวนวลบริสุทธิ์ของวิญญาณสัตว์เหมันต์แปดเปื้อนเขม่าควันดำ เขาก็เกิดอาการใจอ่อนทันที จึงเริ่มลดพลังความรุนแรงของเปลวเพลิงลง
ทว่าในเวลานี้ หลิวฉู่ฉู่ง้างคันธนูเป็นครั้งที่สอง ลูกศรสีทองเริ่มก่อตัวขึ้นบนสายธนู อีกทั้งยังมีร่องรอยประหลาดที่เปล่งประกายแสงเรืองรองระยิบระยับไปทั่วบนลูกศร พลังกำราบที่อ อันแข็งแกร่งทรงพลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ
วิชาเทวะ ศรพุทธะปราบมาร!
ลูกศรยาวสีทองพุ่งปราดแหวกอากาศ พุ่งตรงไปยังวิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัว ลูกศรหนึ่งดอกที่พุ่งออกไปแตกออกเป็นสิบดอก ลูกศรสิบดอกแตกออกเป็นร้อย ลูกศรร้อยดอกเป็นแตกออ อกเป็นพัน และสุดท้ายลูกศรสีทองนับไม่ถ้วนก่อตัวเป็นลำแสงกำราบสีทองเรืองรองขนาดมโหฬาร
วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัวต่างก็รู้สึกว่าร่างกายของพวกมันถูกพลังประหลาดผูกมัดไว้
ไม่เพียงเท่านี้ เลือดลมและชีพจรพวกมันยังโดนสกัดกั้น
“นี่มัน…นี่มันคือเวทมนตร์สกัดกั้น?!”
นัยน์ตากลมโตของเสวี่ยจ่านเทียนเบิกกว้าง สีหน้าแสดงออกถึงความรู้สึกเหลือเชื่อ
เมื่ออันหลินสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เขาก็เริ่มระงับทะเลเพลิงสี่วิญญาณ ในเวลานี้ถ้าเขายังใช้ทะเลเพลิงสี่วิญญาณนี้ต่อไป วิญญาณสัตว์เหมันต์ก็จะเริ่มคุ้นชินกับพลังนี้แล้ว
ท่ามกลางลำแสงกำราบสีทองเรืองรอง มีสัญลักษณ์ตัวอักษรสีทองตกใส่วิญญาณสัตว์เหมันต์แต่ละตัว สัญลักษณ์ตัวอักษรสีทองเปรียบเสมือนเครื่องพันธนาการที่ไม่อาจทำลายมัดตัวพวกมันไว้ในที่สุด ด
“ถูกต้อง ศรพุทธะปราบมารเป็นเวทมนตร์สกัดกั้น ภายในครึ่งชั่วโมงนี้พวกเจ้าจะสูญเสียพลังทั้งหมด อีทั้งยังไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้อีกด้วย” กระโปรงสีชมพูของหลิวฉู่ฉู่พลิ้วไหว นาง งกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฟุ่บ!
วิญญาณเหมันต์ร่วงกราวราวกับเกี๊ยวที่หล่นลงในหม้อต้ม พวกมันร่วงหล่นลงบนพื้น จากนั้นก็เกลือกกลิ้งไป…
เมื่อหลิวฉู่ฉู่เห็นวิญญาณสัตว์เหมมันต์ขนสีขาวปุกปุยเหล่านี้กลิ้งขลุกๆ นางก็ไม่อาจข่มสีหน้าสำรวมอาการไว้ได้อีก นัยน์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกายระยิบระยับ
“ว้าว! ตัวนี้ของข้า!”
นางเหาะเข้าไปอุ้มเสวี่ยจ่านเทียนเอาไว้ ใบหน้ารูปไข่ที่อ่อนนุ่มซุกลงบนก้อนกลมๆ ขนนุ่มลื่นปุกปุย นางเอาหน้าถูไถไปมาไม่หยุด เป็นสัมผัสที่ยอดเยี่ยมมาก!
อันหลินเองก็เหาะเข้าหาเสวี่ยจ่านเทียนเช่นกัน ไม่มีเหตุผลอื่นใด เหตุผลเดียวคือเสวียจ่านเทียนรูปร่างกลมดิ๊กที่สุด ขนนุ่มลื่นเป็นเงางามที่สุด อีกทั้งยังมีนัยน์ตาที่กลมโตท ที่สุดด้วย น่ารักชวนหลง!
มือข้างหนึ่งของเขาลูบคลึงเนื้อตัวกลมดิ๊กของวิญญาณสัตว์เหมันต์ไม่หยุด มืออีกข้างหนึ่งลูบคลึงปีกขนาดจิ๋วของมัน

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม