บทที่ 121 สมบัติซ่อนตัวและเข้าสู่ขั้นนายพลเมือง!
แล้วฉู่โม่วก็ตรวจสอบวิชาห้วงมิติจับกุมดูอีกครั้ง
เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ
พื้นที่โดยรอบเริ่มหนักขึ้นในทันใด…
ตามการคาดการณ์ของฉู่โม่ว นายพลเมืองทั่วไปนั้นไม่อาจตอบโต้อะไรได้และความเร็วของนายพลเมืองขั้นสูงสุดก็จะเคลื่อนไหวช้าลงมากเช่นกัน
แม้แต่สัตว์อสูรระดับ 6 ก็ต้องได้รับผลกระทบบ้าง
“หายไป!”
หลังจากที่เห็นผลลัพธ์ ฉู่โม่วก็ยกเลิกห้วงมิติจับกุมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
ด้วยความสามารถใหม่ทั้งสองอย่างนี้ เขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นยิ่งขึ้น แม้จะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับ 6 หรือจ้าวยุทธ์ก็ยังสู้ได้!
ไม่ใช่ไม่มีทางต่อสู้กลับอีกแล้ว!
“กลืนกินต่อ”
ฉู่โม่วกดความตื่นเต้นไว้ในใจและกลืนกินต่อไป
[การกลืนกินสำเร็จ! ]
[ได้รับเลือดสัตว์อสูรระดับ 5 พังพอนมายา! ]
…
เมื่อได้รับเลือดสัตว์อสูรระดับ 5 ก็ได้ยินว่าไม่สามารถกลืนกินต่อได้อีก
แต่ฉู่โม่วก็ไม่ได้ใส่ใจ
เมื่อจัดเก็บทุกอย่างไว้ในพื้นที่เก็บของเสร็จเขาก็ตั้งใจจะออกไป
แต่
ก่อนจะออกไป ฉู่โม่วหันไปมองศพของพังพอนมายาอีกครั้งและเห็นว่าแม้จะเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น ร่างกายของมันก็ยังคงพยายามคลานมาข้างหน้า
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
แม้ว่ามันจะสิ้นใจแล้ว สายตาของมันก็ยังคงจ้องเขม็งตรงมาข้างหน้า
“มันมองลึกเข้าไปในถ้ำจนตาย หรือว่าจะมีอะไรที่ทำให้มันกังวลอยู่ข้างใน?”
ฉู่โม่วพลันนึกขึ้นได้
เขาจึงเดินเข้าไป
หลายร้อยเมตรหลังจากนั้น ฉู่โม่วเข้าไปถึงด้านในสุด
ตรงหน้าเขามีรังอสูรที่ขนาดใหญ่กว่าสามเมตรโดยมีไข่อสูรสีเงินอยู่ข้างใน
“นี่…”
“หรือว่าไข่ฟองนี้จะเป็นลูกของพังพอนมายา?!”
ฉู่โม่วตะลึงงัน
แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจ
พังพอนมายานั้นมีสายเลือดพลังแห่งห้วงมิติ แม้ว่าพลังแห่งห้วงมิตินั้นแตกต่างไปตามผู้ใช้ แต่ในฐานะทายาทของสัตว์อสูรระดับ 5 ไข่ฟองนี้จะต้องมีพรสวรรค์ไม่แพ้กันแน่
ถ้าเลี้ยงดูให้ดีมัน… อาจจะกลายเป็นสัตว์อสูรเลี้ยงที่ทรงพลังมากในอนาคตก็ได้!
ฉู่โม่วก้าวไปข้างหน้าและถือไข่ไว้ในมือ เขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ทรงพลังออกมาจากข้างใน เห็นได้ชัดว่าอีกไม่นานมันจะฟักแล้ว
เขาเก็บมันเข้าไปในถุงเก็บของอย่างมีความสุข ก่อนจะบอกให้นกล่าสมบัติและเสี่ยวอู๋ดูแลมันให้ดี แล้วฉู่โม่วก็หันกลับไปมองที่รังพังพอน
เมื่อเทียบกับไข่พังพอนมายาแล้ว รังอสูรนี้อาจจะเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดเลยก็ได้!
ตำแหน่งนี้ห่างไปจากศพของพังพอนมายาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ด้วยพลังแห่งห้วงมิติของมันก็คงไม่แปลกที่จะมีไข่สัตว์อสูรอยู่ที่นี่
แต่มันก็ไม่มีอะไรให้น่าประทับใจ
นี่มันผิดปกติชัด ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็เดินตรงไปที่รังสัตว์อสูร ย่อตัวลงและตรวจสอบมันอย่างละเอียด
เมื่อมองแวบแรกจะเห็นว่ามันดูธรรมดาทั่วไปและออกจะเก่าเสียด้วยซ้ำ
แต่เมื่อฉู่โม่วสัมผัสดูก็พบว่าผิวของรังอสูรนี้อาจดูเก่าและหยาบ แต่แท้จริงแล้วมันนุ่มนวลและอ่อนโยนพร้อมด้วยความอบอุ่น
มันมีรูปทรงเหมือนจานสีดำที่ทำขึ้นด้วยวัสดุแข็งแกร่งไร้เทียมทาน เมื่อสัมผัสจะให้ความรู้สึกเหมือนหยกหรือเครื่องกระเบื้อง ทว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ
เมื่อโดนแตะเบา ๆ เสียงหนึ่งพลันดังออกมา
ฉู่โม่วตะลึงงัน
แล้วเขาก็หยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ
น้ำหนักมหาศาลทำให้แขนของฉู่โม่วถูกดึงลงอยู่พักหนึ่ง
น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!
ตอนนี้ฉู่โม่วมีพลังเท่ากับ 1,200 ช้างสาร แม้แต่ภูเขาก็ยกได้ไม่ยากเลย
แล้วจานที่มีขนาดแค่นี้จะหนักได้ยังไงกัน?
ฉู่โม่วเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
หลังจากที่ครุ่นคิด เขาก็ค่อย ๆ ส่งพลังอณูแห่งชีวิตเข้าไป
“ตูม!”
เมื่อมีพลังอณูแห่งชีวิตเข้าไป จานหยกก็เผยรูปร่างที่แท้จริงออกมาราวกับหินออกมาจากน้ำ!
ชีวิตแสนซับซ้อนและยาวนาน… ราวกับสมบัติยุคบรรพกาลที่ถูกเก็บสะสมไว้นับปีไม่ถ้วนข้ามกาลเวลามาหาเขา
มันยาวนานเหลือเกิน
มันทำให้ฉู่โม่วนึกถึงตอนที่ไปยังสำนักเทพเจ้าลึกลับ
มีประวัติศาสตร์อย่างน้อยหลายพันปีอยู่ที่นั่น
แต่รัศมีนั้นเทียบกับจานหยกตรงหน้าเขาไม่ได้เลย
“หลังจากเวลานับปีไม่ถ้วนก็ยังถูกเก็บไว้อย่างดี และพลังก็ไม่เสื่อมหายไปเลยสักนิด นี่มันสมบัติอะไรกันเนี่ย!”
ฉู่โม่วตกตะลึง
ระหว่างที่ส่งพลังอณูแห่งชีวิตเข้าไป เขาก็เข้าใจว่าทำไมการรับรู้ผ่านห้วงมิติของเขาถึงตรวจจับมันไม่ได้
มันซ่อนตัว!
สมบัติบรรพกาลหายากทุกชิ้นล้วนมีจิตวิญญาณ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ถูกค้นพบ พวกมันจะกักเก็บรัศมีลึกลับทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น
แต่ไม่ว่าจะกักเก็บยังไง ฉู่โม่วก็ไม่เคยได้ยินเรื่องสมบัติที่สามารถหลอกสัมผัสห้วงมิติได้มาก่อน
“คราวนี้เจอสมบัติของจริงเข้าแล้ว!”
ถึงฉู่โม่วจะยังไม่รู้ว่าสมบัติชิ้นนี้ส่งผลอย่างไร
เขาก็มั่นใจว่ามันต้องเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน!
เขาเก็บมันเข้าไปในถึงเก็บของอย่างระมัดระวังและตั้งใจจะตรวจสอบมันในภายหลัง
หลังจากที่เสร็จสิ้น ฉู่โม่วก็มองไปรอบ ๆ และพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว ก่อนจะกลับหลังหันและเดินจากไป
‘พลังแห่งห้วงมิติพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้ว!’
‘พลังเท่ากับพลัง 1,200 ช้างสารแล้วด้วย!’
แต่…
นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉู่โม่วเลย!
เขามีร่างสายฟ้าที่ไร้เทียมทานและครอบครองพรสวรรค์มากมาย
ตอนที่เป็นขั้นผู้ฝึกยุทธ์ เขาก็ทำลายขีดจำกัดของร่างกาย เมื่อก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์เขาก็สร้างพื้นฐานพลังระดับไร้ที่ติ
แข็งแกร่งหาใดเปรียบ!
การเข้าสู่ขั้นใหม่จะต้องสำเร็จแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม…
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ฉู่โม่วยังมีหัวใจที่มุ่งมั่นของคนแข็งแกร่งด้วย!
‘ขั้นนายพลเมือง ก็แค่ก้าวหน้าจากเดิมไปอีกขั้นเท่านั้น!’
‘จะไปมีอุปสรรคอะไร?!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วหยิบเลือดสัตว์อสูรสิบขวดออกมาจากที่เก็บของและดื่มเข้าไปในคราวเดียว
ทันใดนั้น
พลังงานรุนแรงพรั่งพรูเข้ามาในร่างกาย!
‘ขั้นต่อไป!’
ฉู่โม่วใช้กระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิต และหมุนเวียนพลังอณูแห่งชีวิตมหาศาลไปยังเส้นลมปราณ!
อวัยวะภายในร่างกายก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นจนปล่อยลมหายใจร้อนผ่าวออกมา
ต้นไม้โดยรอบเหี่ยวลงในทันใด แล้วพวกมันก็ค่อย ๆ เหือดแห้งราวกับว่าขาดน้ำมากว่าหลายร้อยปี
ในขณะเดียวกัน
ร่างกายของฉู่โม่วเกิดเสียงปะทุจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เซลล์นับไม่ถ้วนเผาผลาญอย่างบ้าคลั่งทำให้เขารู้สึกราวกับงูลอกคราบ ผิวหนัง เนื้อ กระดูก และกระทั่งเส้นอณูแห่งชีวิตในร่างกายของเขาต่างก็ถูกชำระล้าง
ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาค่อย ๆ หายไป!
“ตูม!”
ฉู่โม่วรู้สึกได้ว่าเลือดและพลังอณูแห่งชีวิตในร่างกายพลุ่งพล่านราวกับภูเขาไฟปะทุ
ดวงตาทั้งสองเรืองแสงสีแดง
อากาศพุ่งออกมาจากทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขาอย่างน่าสะพรึงกลัว!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
ฉู่โม่วได้ยินเสียง ‘กร๊อบ’ เบา ๆ ราวกับว่าเกราะบางอย่างแตกออกลง เขาทำลายขีดจำกัดแห่งสวรรค์และโลกสำเร็จ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง และร่างกายก็รู้สึกเบาโหวงในทันใด
ในขณะเดียวกัน
เขาสัมผัสได้ว่ามีพลังใหม่เกิดขึ้นในร่างกายซึ่งต่างออกไปจากการเสริมพละกำลัง มันคือการชำระล้างของระดับชีวิต
ฉู่โม่วมองดูร่างกายของตัวเอง และพบว่าชีพจรแรงขึ้นกว่าเก่ามาก
ราวกับกลองเสียงอึกทึก
ด้วยหัวใจที่เต้นรัวอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยนี้เอง…
ภายในเส้นเลือด
เลือดที่เคยเป็นสีแดงก็ค่อย ๆ กลายเป็นสีทองจาง ๆ ซึ่งมีความสามารถอันน่าสะพรึงกลัว!
‘เลือดกลายเป็นสีทองแล้ว ตอนนี้… ฉันคือขั้นนายพลเมืองแล้ว!’

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์