เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 127

บทที่ 127 บุกเข้าคฤหาสน์ตระกูลสวี่ และได้เวลาถอนรากถอนโคน!

“เฮือก…”

ภายหลังจากการต่อสู้จบลง เสียงหายใจขาดห้วงก็ดังขึ้นจากที่ด้านนอก

ถึงแม้ว่าการต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วกับสวี่หล่างนั้นค่อนข้างเร็ว แต่ก็ยังดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้คนที่อยู่ละแวกนั้นได้เป็นอย่างดี

แต่เดิมแล้ว พวกเขาคิดว่าการที่ต้องเผชิญหน้ากับการที่สวี่หล่างบุกเข้าโจมตีก่อน ฉู่โม่วจะต้องตายแน่ ๆ ทว่าเมื่อผลลัพธ์ออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดเลยแม้แต่น้อย

สวี่หล่างผู้ที่ซึ่งเพิ่งจะได้เลื่อนระดับขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์คนนั้น…

ถูกฉู่โม่วสะบั้นคอด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

นี่มันต้องเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว!

ทุกคนรู้เหมือนกัน

ว่าฉู่โม่วนั้นเป็นเพียงนายพลเมืองเท่านั้น!

ความต่างชั้นระหว่างนายพลเมืองกับจ้าวยุทธ์นั้นจะเรียกว่าฟ้ากับเหวก็ยังไม่เกินจริง!

ทว่าฉู่โม่ว…

ต่อหน้าจ้าวยุทธ์ที่เหนือชั้นกว่าตัวเองไม่รู้เท่าไหร่ ฉู่โม่วกลับสังหารอีกฝ่ายได้โดยที่ตนเองไม่แม้แต่จะได้รับบาดเจ็บอะไรเลยแม้แต่น้อย!

ถึงสวี่หล่างจะเพิ่งขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้

แต่จ้าวยุทธ์ก็ยังเป็นจ้าวยุทธ์วันยังค่ำนั่นแหละ!

ยังคงเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานจินหลิง!

“น่ากลัว!”

“พลังบ้าอะไรกันเนี่ย!?”

“เขามีพลังมากขนาดไหนกันนะ!”

ทุกคนต่างหวาดกลัวขณะที่มองไปยังฉู่โม่วด้วยแววตายากที่จะเชื่อ ในแววตาของพวกเขามีความหวาดผวาปรากฏขึ้นให้เห็น

พักใหญ่ ๆ พวกเขาเหล่านี้ยังคงไม่หายหวาดกลัว

ในตอนนี้ ฉู่โม่วมองไปยังร่างไร้วิญญาณของสวี่หล่างด้วยจิตอาฆาตที่ไม่อาจจะควบคุม

“ในเมื่อตระกูลสวี่กล้าที่จะส่งคนมาฆ่าฉันอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้…”

“เห็นที… คงจะไว้หน้ากันไม่ได้แล้วล่ะมั้ง?”

“ถึงเวลาถอนรากถอนโคนตระกูลสวี่กันแล้ว!”

คิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วก็กระตุ้นพลังและมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลสวี่ทันที

แม้แต่เดิมเขาจะเคยเกรงกลัวตระกูลสวี่นี้อยู่บ้าง

เนื่องจากตระกูลนี้ถือเป็นตระกูลที่อยู่ระดับต้น ๆ ภายในฐานจินหลิง เขาค่อนข้างมั่นใจมากเลยว่าอีกฝ่ายต้องมีไพ่ลับอีกหลายใบแน่ ๆ การจะทำอะไรจำเป็นต้องระวังตัวและรอบคอบ

แต่ในตอนนี้ อีกฝ่ายส่งนักฆ่ามาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน เหตุใดฉู่โม่วจำต้องยอมอยู่เฉยอีก?

ไม่ต้องพูดถึง…

การต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดนี้

มันทำให้ฉู่โม่วเข้าใจถึงพลังของเหล่าจ้าวยุทธ์ได้ชัดเจนถ่องแท้มากยิ่งขึ้นไปอีก

จ้าวยุทธ์นั้นแข็งแกร่งสมคำร่ำลือจริง ๆ

เพียงแค่ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้เท่านั้น!

บางทีอาจจะเป็นเพราะสวี่หล่างเพิ่งจะได้ขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้ไม่นาน หรือไม่ก็เป็นเพราะไม่ได้มีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ การกำจัดเขาจึงไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น

ในส่วนของอีกคนหนึ่ง

จ้าวยุทธ์อีกคนหนึ่งที่ยังเหลืออยู่ในตระกูลสวี่ ถึงแม้ว่าคนคนนี้จะได้เลื่อนขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์มาร่วมทศวรรษแล้ว แต่พลังไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากขนาดนั้น ไม่เช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกพันธมิตรเครือหอการค้าหยกแก้วข่มไว้จนอยู่หมัด

ดังนั้นในตอนนี้ ลำพังเพียงพลังกายเพียงอย่างเดียว ฉู่โม่วก็ไม่ต่างอะไรกับภัยพิบัติเคลื่อนที่แล้ว!

ควบคู่ไปด้วยการเพิ่มพลังได้อีกสองร้อยเท่า มันมากพอที่จะขับพลังของเขาให้ขึ้นไปสูงถึง 2 ล้านพลังช้างสาร! ซึ่งจ้าวยุทธ์ทั่วไปไม่มีทางจะสู้กับเขาได้อย่างแน่นอน!

ไหนจะยังมีพลังแห่งห้วงมิติที่จะสามารถพาตนเองเทเลพอร์ตไปที่ไหนก็ได้ หรือไม่ก็มิติเชือดเฉือนที่ถือเป็นไม้ตายสำคัญอีก!

ศัตรูคนไหนที่ไม่สามารถฆ่าเขาลงได้ในชั่วพริบตา นั่นหมายถึงฉู่โม่วสามารถสังหารอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องลังเลเลย!

นี่เองก็หมายความว่า…

ความแข็งแกร่งของเขาแทบจะไม่เป็นสองรองใครในฐานจินหลิงแล้ว!

ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว…

เขาจะต้องกลัวอะไรอีก?

“นะ… นั่นเขาจะทำอะไรน่ะ?”

“เดี๋ยวสิ ทางนั้นมัน… คฤหาสน์ตระกูลสวี่!?”

“หรือว่า… คิดจะไปที่คฤหาสน์ตระกูลสวี่เหรอ!?”

เพียงแค่เห็นฉู่โม่วจากที่นี่ไปด้วยจิตสังหารเปี่ยมล้น เหล่าผู้ปลุกพลังที่เข้ามาดูการต่อสู้ต่างก็รับรู้ได้เป็นเสียงเดียวกันจากทิศทางที่ฉู่โม่วมุ่งหน้าไป และนี่ก็ทำให้พวกเขาดูช็อกมากกว่าเดิมเสียอีก

ด้วยเหตุนี้เอง

คนเหล่านี้สู้หายใจเข้าลึก

ฐานจินหลิงในวันนี้… ได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ ๆ!

“เร็วเข้า! รีบรายงานเรื่องนี้ให้ท่านบรรพบุรุษรู้เร็ว! ฐานจินหลิง… กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว!”

ผู้ปลุกพลังจากหลายตระกูลต่างรีบรายงานเรื่องนี้ไปยังกองกำลังหลักของพวกตนทันที

ขณะเดียวกัน

ร่างของฉู่โม่วที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วประดุจกระแสไฟฟ้า ไม่นานก็มาปรากฏอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลสวี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ข้างหน้านี้เป็นพื้นที่ของตระกูลสวี่ แกเป็นใคร…”

สองปรมาจารย์ยุทธ์ของตระกูลสวี่ผู้รับหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าประตู รีบโวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นฉู่โม่วเข้ามาถึงหน้าประตูคฤหาสน์

ทว่าก่อนที่จะได้พูดจบ

“หนวกหู!”

ฉู่โม่วออกหมัดลวก ๆ ไปที่ผู้ปลุกพลังทั้งสอง และทันใดนั้นพวกเขาก็กลายเป็นเพียงเศษเถ้าสีแดงกระจายไปทั่วบริเวณ

ด้วยความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงหนาหรือค่ายกลเวทที่คอยปกป้องคฤหาสน์ตระกูลสวี่อยู่ ก็สามารถพังทลายลงได้เพียงกำปั้นเดียว

“ใครน่ะ!?”

“ใครมันกล้ามาสร้างความวุ่นวายกับตระกูลสวี่กัน!”

“สิ้นคิดยิ่งนัก!”

เสียงดังครึกโครมจากทางด้านหน้าคฤหาสน์ ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังในตระกูลต่างลุกฮือ

ยอดฝีมือมากมายวิ่งตาม ๆ กันมาจากทุกสารทิศ พวกเขาเหล่านี้มีกลิ่นอายพลังที่กล้าแข็ง และพวกเขาเกือบทั้งหมดมีระดับต่ำสุดเป็นปรมาจารย์ยุทธ์กันทั้งสิ้น!

พลันเมื่อพวกเขาเห็นฉู่โม่ว คนเหล่านี้ก็โถมเข้าใส่โดยไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้น

ทว่า…

หมัดเพลิงสะท้านภูผา!

พลังไฟในร่างถูกกระตุ้น เลือดลมในกายเริ่มเดือดพล่าน ฉู่โม่วไม่แม้แต่จะถอยหลัง เขาปลดปล่อยพลังหมัดที่รุนแรงออกไปเบื้องหน้า

ลูกไฟที่เกิดจากการปล่อยหมัดนั้นพุ่งตรงไปข้างหน้าก่อนที่จะเข้าปะทะกับเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกไฟนั้นทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังประจำตระกูลสวี่ที่ไม่สามารถต้านทานพลังได้ แหลกละเอียดกลายเป็นชิ้นเนื้อย่างได้อย่างง่ายดาย

ความรุนแรงและความเร็วของลูกไฟอันเกิดจากกระบวนท่าหมัดของฉู่โม่วไม่ได้ลดลงเลย จนกระทั่งมันปะทะเข้ากับตัวคฤหาสน์หลังโตเบื้องหลัง

ด้วยพลังที่แม้แต่นายพลเมืองยังต้องเจ็บหนัก ดังนั้นมันจึงสามารถเป่าคฤหาสน์ทั้งหลังให้หายไปได้ในชั่วพริบตา

การพังทลายของคฤหาสน์หลังใหญ่นี้สั่นสะเทือนพื้นดินไปไกล!

เมื่อหันกลับไปมองพลังที่เกินขอบเขตนี้ สีหน้าของเหล่าผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่ที่เผอิญรอดก็เปลี่ยนไปโดยสิ้น!

ความแข็งแกร่งนี่มันสูงกว่าระดับนายพลเมืองแล้ว!

“ข้าคือ สวี่จง ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลสวี่ เจ้าเป็นใคร? เหตุใดถึงเข้ามายังตระกูลสวี่ของข้าด้วยความหยิ่งผยองเช่นนี้!”

ตอนนั้นเอง

“เจ้าต้องตายมันเสียตอนนี้เลย!”

เขาพูดสั่งการต่อเนื่อง “นายพลเมืองและผู้ปลุกพลังทุกคน ตั้งค่ายกล!”

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

สิ้นเสียงสั่งการ

ผู้ปลุกพลังกว่าสิบคนรวมถึงนายพลเมือง ต่างพุ่งออกมาห้อมล้อมฉู่โม่วไว้ราวกับเป็นค่ายกลมนุษย์

กลิ่นอายของพวกเขาค่อย ๆ ปรับเชื่อมกันราวกับทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปแล้ว มันทำให้พลังกายแข็งแกร่งมากขึ้นอีกหลายเท่า เพียงไม่นาน พลังของคนเหล่านี้ก็ทะยานขึ้นสู่จุดที่ทัดเทียมจ้าวยุทธ์ได้แล้ว!

นี่คือไพ่ตายของตระกูลสวี่

เมื่อครั้งที่บรรพบุรุษตระกูลสวี่ไปเดินทางไปต่างถิ่น เขาเผอิญได้รับค่ายกลอันแข็งแกร่งนี้กลับมาด้วย

ในยามที่ค่ายกลขนาดใหญ่นี้ถูกใช้งาน มันจะทำให้ความแข็งแกร่งของผู้ปลุกพลังเพิ่มขึ้นชั่วคราว น้อยสุดคือการเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย และมากสุดก็สามารถเพิ่มและข้ามระดับขั้นไปเลย!

เพียงแต่หลังจากที่พลังของค่ายกลเวทหมดลง พวกเขาจะต้องจ่ายค่าในราคาแพง!

ภายใต้แสงสว่างของค่ายกลเวทนี้ ในกรณีที่แย่ที่สุด นั่นหมายถึงพวกเขาทุกคนจะโดนลดอายุขัยลง หรืออาจจะถูกลดระดับขั้นวรยุทธ์ลงไป!

เพราะงั้นแล้ว…

ตั้งแต่ที่ได้โครงร่างค่ายกลนี้มา เหล่าตระกูลสวี่จึงไม่เคยใช้มันมาก่อน

ทว่าเพราะฉู่โม่วในตอนนี้ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจไปเสียแล้ว หากไม่นำสิ่งนี้ออกมาใช้ละก็ ตระกูลสวี่จะไม่เหลือโอกาสให้รอดต่อไปได้อีกเลย!

“ฆ่ามันซะ!”

ไม่ต้องใช้ถ้อยคำให้มากมาย

ภายหลังจากที่เหล่าผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งกันแล้ว พวกเขาก็เริ่มโถมโจมตีด้วยไม้ตายใส่ฉู่โม่ว

กระบวนท่ามากมายที่มีรุนแรงมากนั้นพอจะทำให้แผ่นดินไหวสั่นไหวและฉีกขาดได้ถูกนำออกมาใช้กันทั้งหมด แม้กระบวนท่าเหล่านี้จะยังไม่ถึงตัวฉู่โม่ว แต่เขาก็ตระหนักได้ถึงจิตอาฆาตที่มาจากคนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน!

ใช่แล้ว…

คนตระกูลสวี่นี้กำลังทุ่มทุกอย่างที่มีใส่ฉู่โม่วในคราเดียว

ด้วยการโจมตีจากทุกสารทิศเช่นนี้ ต่อให้เป้าหมายเป็นจ้าวยุทธ์ของจริงก็ยังยากที่จะหลบพ้น

จากทุกสายตาที่มองมา…

เหล่าผู้ที่เห็นเหตุการณ์นี้สีหน้าเปลี่ยนไปกันค่อนข้างมาก

แน่นอนว่าไม่มีใครคาดคิดเลยว่าตระกูลสวี่จะมีไพ่ตายเช่นนี้ซ่อนเอาไว้อยู่!

ทว่าตอนนั้นเอง

ความสนใจของพวกเขาก็กลับไปหาฉู่โม่วแทน

พวกเขาอยากจะรู้ว่าอัจฉริยะอย่างฉู่โม่วที่สามารถปราบจ้าวยุทธ์ทั้งที่ตนเองเป็นเพียงนายพลเมืองได้นั้น จะรับมือกับการโจมตีเหล่านี้ได้อย่างไร!

ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของเหล่าผู้ปลุกพลังกว่าสิบคน ที่เสริมพลังโจมตีจนเทียบเท่าได้กับจ้าวยุทธ์จะสามารถทำอะไรฉู่โม่วได้ไหม!

ยิ่งคิดเช่นนั้น เหล่าผู้จับตามองก็ยิ่งเกิดความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

แต่แล้ว

ยามที่เหลือบไปเห็นสีหน้าของฉู่โม่ว กลับต้องเป็นพวกเขาที่สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นหวาดกลัวอีกครั้ง!

นั่นเพราะ….

ฉู่โม่วกำลังหัวเราะ!

ท่ามกลางบรรยากาศ ท่ามกลางการโจมตีที่น่ากลัวและรุนแรงเช่นนี้…

ฉู่โม่วกำลังหัวเราะอย่างหยิ่งผยอง!

“ฉันคิดไว้แล้ว ว่าตระกูลสวี่ที่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งฐานจินหลิงน่ะ ไม่น่าจะมีแต่พวกหมูหมากาไก่แน่ ๆ”

เขาพูดเบา ๆ

ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างของฉู่โม่วก็ปรากฏเป็นสายฟ้าสีม่วงวิ่งไปมาเสมือนมันมีชิวิต!

สายฟ้าเหล่านั้นวิ่งออกจากร่างของฉู่โม่วราวกับเป็นงูตัวเล็ก

และในพริบตานั้นเอง

เหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลสวี่ ทะเลสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นมา!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์