เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 126

บทที่ 126 สวี่หล่างออกโรง และกำจัดจ้าวยุทธ์ด้วยกระบี่เดียว!

“ฉู่โม่ว คราวนี้แกตายแน่!”

ภายหลังจากที่สวี่หล่างลั่นวาจา สวี่เจินก็มีความสุขเป็นอย่างมาก เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

อันที่จริงก็มีเหตุผลของมันเองอยู่

แม้ว่าสวี่เจินจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วลูกชายของเขาตายด้วยน้ำมือของฉู่โม่วหรือไม่ เขาไม่ได้มีแรงอาฆาตอะไรกับฉู่โม่วมากขนาดนั้น

แต่เพราะ…

เพราะลูกชายของเขา สวี่เถียนหายสาบสูญไปในเขตแดนลับ เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้เป็นบุตรชายจะเป็นหรือตาย หรือถ้าตายแล้วใครเป็นคนฆ่า สิ่งเดียวที่รู้คือสวี่เถียนหายไปอย่างสูญเปล่าเท่านั้น

และฉู่โม่ว…

เป็นเพียงคนเดียวที่ดูจะเอี่ยวกับการตายครั้งนี้ ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนฆ่าสวี่เถียนจริง ๆ หรือไม่ แต่สวี่เจินก็อยากให้ฉู่โม่วตาย!

ทั้งนี้นี่เป็นหนทางเดียวที่ได้ล้างแค้นให้ลูกชายตนได้!

เพราะงั้นแล้ว…

สวี่เจินจึงพยายามอย่างมากเพื่อขอให้เจ้าตระกูลสวี่หล่างลงมือกำจัดฉู่โม่วแทนเขา!

“ท่านเจ้าตระกูลเลื่อนขั้นขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่กลิ่นอายก็รู้สึกได้แล้วว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่น่าจะมีผู้ปลุกพลังคนไหนรับมือเขาได้แล้ว!”

“เจ้าฉู่โม่วไม่มีทางรอดแน่!”

“เสี่ยวเถียน พ่อจะต้องล้างแค้นให้ลูกให้ได้!”

สวี่เจินบ่นพึมพำ

ความแข็งแกร่งของจ้าวยุทธ์นั้น แม้จะเป็นขั้นต่อจากนายพลเมือง แต่ระดับชั้นกลับห่างกันราวกับฟ้ากับเหว

ต่อให้ผู้ปลุกพลังคนนั้นจะเพิ่งเลื่อนขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้ไม่นาน แต่เขาก็มีพลังมากพอที่จะปราบนายพลเมืองจำนวนนับไม่ถ้วนได้อย่างง่ายดาย

ฉู่โม่วที่แม้จะมีพลังสูงเกินคาด และน่าจะเป็นผู้ครอบครองสมบัติบรรพกาลต่าง ๆ จากในเขตแดนลับเมฆาคราม ยังไงก็ไม่มีทางสู้สวี่หล่างได้แน่นอน

ภายในความคิดของเขา

ทันทีที่สวี่หล่างคิดจะลงมือ ฉู่โม่วก็ตายไปร้อยครั้งแล้ว!

สามวันให้หลัง

สวี่หล่างออกจากคฤหาสน์ตระกูลสวี่และมุ่งหน้าตรงไปยังย่านที่อยู่อาศัยของฉู่โม่วด้วยตัวเขาเอง

เขาไม่ได้ปกปิดหรือซ่อนตัวตนแต่อย่างใด แม้แต่กลิ่นอายพลังก็ไม่ซ่อน ราวกับว่าจงใจจะบ่งบอกให้ทั่วทั้งฐานรู้ว่า เขา สวี่หล่างผู้นี้ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์แล้ว!

ซู่!

กลิ่นอายพลังที่ทรงพลานุภาพแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสารทิศ และด้วยพลังที่น่ากลัวนี้ มันทำให้บรรยากาศภายในฐานราวกับว่ากำลังมีพายุฝนก่อตัวขึ้นก็มิปาน

เพราะพลังนี้เอง ค่ายกลเวทขนาดใหญ่เป็นเกราะป้องกันฐานไว้ยังต้องถูกสั่นคลอนไปด้วย

“นี่มันอะไรน่ะ?”

“มีจ้าวยุทธ์คนใหม่เกิดขึ้นเหรอ?”

สัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย

เหล่ากองกำลังแต่ละฝ่ายภายในฐานก็เริ่มวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานา

เมื่อพวกเขาเห็นคลื่นพลังและเจ้าของร่างที่กำลังปลดปล่อยพลัง สีหน้าของทุกคนพลอยเปลี่ยนกันหมด

“สวี่หล่างสามารถขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้จริง ๆ เหรอ?”

“มันเป็นไปได้ยังไงกัน!?”

“แบบนี้ก็หมายความว่าตระกูลสวี่มีจ้าวยุทธ์ถึงสองคนแล้วงั้นเหรอ!?”

“ไม่น่าล่ะ ก่อนหน้านี้ตระกูลสวี่ถึงทำตัวหายหน้าหายตา เจ้าพวกนี้… กำลังซุ่มทำเรื่องใหญ่แบบนี้เอาไว้จริง ๆ ด้วย!”

“ฐานจินหลิงกำลังตกอยู่ในความโกลาหลแล้ว!”

“น่าอิจฉาชะมัด”

ทุกคนต่างขมวดคิ้วและรู้สึกได้ว่าหลังจากนี้จะต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่ ๆ

เหล่าจ้าวยุทธ์แต่ละคนนั้นล้วนทรงพลัง การมีอยู่ของคนระดับนี้ในแต่ละฝ่าย เปรียบเสมือนตัวถ่วงสมดุลให้กับฐานจินหลิง เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งอำนาจกันขึ้น

ในตอนนี้ตระกูลสวี่มีจ้าวยุทธ์อยู่ถึงสองคน แน่นอนว่าเรื่องนี้กระทบกับทุกฝ่ายในทุก ๆ เรื่องอย่างแน่นอน

เรื่องใหญ่แล้ว!

“พวกเราต้องรีบหาทางรับมือเรื่องที่ให้เร็วที่สุด!”

หลายฝ่ายเลือกคิดเรื่องอื่นและเรียกคนในตระกูลประชุมด่วน

แน่นอนว่าบางคนก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร

พวกเขามองสวี่หล่างที่ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เมื่อเดาจากทิศทางที่เขากำลังมุ่งหน้าไปในครั้งนี้…

“ทางที่เขากำลังไปนั่น… หรือว่า..”

“เขากำลังจะไปหาฉู่โม่วงั้นเหรอ!?”

“ไม่คิดเลยว่าสิ่งแรกที่สวี่หล่างทำทันทีเมื่อขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์จะเป็นการไปกำจัดฉู่โม่ว เพื่อเพิ่มความมีชื่อเสียงให้ตนเอง!?”

“ฉู่โม่วจบสิ้นแล้ว!”

“หากสวี่หล่างยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นจ้าวยุทธ์ ทางพันธมิตรเครือการค้าหยกแก้วน่าจะยังพอมีพลังในการปกป้องเขาได้ ทว่าตอนนี้สวี่หล่างเป็นถึงจ้าวยุทธ์ไปแล้ว หากเจ้านั่นคิดจะฆ่าฉู่โม่วละก็ ต่อให้เป็นหอการค้าหยกแก้วก็ยังยากที่จะขัดขวางแน่ ๆ!”

“เราจะต้องเสียผู้มีพรสวรรค์ไปอีกแล้วเหรอเนี่ย!”

เหล่าผู้ที่ทรงพลังในแต่ละฝ่ายได้แต่แอบส่ายหน้าเบา ๆ

ซึ่งนั่นก็รวมถึงหอการค้าหยกแก้วด้วย

หมัวซานซานที่รู้เรื่องนี้ไม่รอช้าที่จะหันไปขอให้ผู้เป็นพ่อช่วย “สวี่หล่างต้องกำลังจะไปฆ่าฉู่โม่วแน่ ๆ! พ่อคะ! ได้โปรดเถอะ ขอให้บรรพบุรุษของพวกเราทำอะไรสักอย่างเถอะค่ะ! ไม่งั้นฉู่โม่วจะต้องตายแน่ ๆ!”

“มันช้าไปแล้ว!”

หมัวหย่งอันส่ายหน้าและพูด “จ้าวยุทธ์น่ะแข็งแกร่งมากนะ คนระดับนั้นแข็งแกร่งต่างจากนายพลเมืองลึกลับเลย เพียงแค่สวี่หล่างเห็นฉู่โม่ว เขาก็สามารถฆ่าได้ในทันทีเลย ต่อให้พ่อไปบอกปู่ของลูกในตอนนี้ กว่าปู่ลูกจะออกไปได้ มันก็สายไปแล้ว!”

“ลูกจะเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะ!”

“ถ้าลูกให้เวลาพ่อเตรียมตัวสักสองเดือน พ่อน่าจะเป็นจ้าวยุทธ์ได้เหมือนกันนั่นแหละ! ถ้าเมื่อนั้นมาถึง พ่อจะจัดการสวี่หล่างให้อยู่หมัดเอง!”

แม้ปากจะพูดเช่นนั้น …

แต่หลังจากพูดจบ หมัวหย่งอันก็ยอมหันหน้ากลับและไปแจ้งข่าว เพื่อขอให้บรรพบุรุษออกแรงช่วยในเรื่องนี้อยู่ดี

ส่วนทางหมัวซานซาน

ขณะนั้น เธอมองตรงออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าซีดเซียว ริมฝีปากสั่นระริกกำลังบ่นพึมพำเบา ๆ ด้วยความหวาดกลัว “ฉู่โม่ว… นายต้องรอดนะ! ได้โปรด อดทนไว้จนกว่าบรรพบุรุษของฉันจะไปถึงด้วยเถอะ!”

ภายในคฤหาสน์

ฉู่โม่วที่กำลังฝึกฝนตระหนักได้ถึงพลังที่แกร่งกล้ากำลังพุ่งตรงมาหาเขาจากฟากฟ้า

ดูท่าไม่ได้คิดจะปกปิดพลังแม้แต่น้อยเลยด้วย!

ความรุนแรงของคลื่นพลังดังกล่าวเริ่มหนาแน่นขึ้นจนทำให้คฤหาสน์รอบข้างเกิดการสั่นสะเทือนและแตกเป็นเสี่ยง ๆ แม้แต่ผู้ปลุกพลังบางคนยังไม่สามารถหลบพ้นและแหลกสลายตายภายใต้บ้านที่ถูกบดขยี้ไป

“ตายซะ ฉู่โม่ว!”

น้ำเสียงโหวกเหวกตะโกนเปี่ยมไปด้วยพลังดังก้องฟ้า มันแฝงไปด้วยจิตสังหารชัดเจน

คฤหาสน์ทั้งหลังไม่อาจต้านทานแรงนี้ไหว และมันเริ่มทรุดภายหลังจากหลังอื่น ๆ ถล่มไปแล้วไม่นาน

“จ้าวยุทธ์งั้นเหรอ!?”

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังของอีกฝ่าย ฉู่โม่วก็รีบวิ่งออกมาจากคฤหาสน์แล้วแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า

โชคดีที่เฉินซีเวยนั้นพาพังพอนมายากับเสี่ยวจินออกไปยังสนามฝึกซ้อมเมื่อสองวันก่อน เพราะงั้นเธอจึงไม่ได้รับอันตรายอะไร

ขณะนั้น ฉู่โม่วแหงนหน้าหม่นมองไปยังสิ่งที่อยู่ไกล ๆ

ทันใดนั้น เขาก็เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่ปรากฏเข้ามาจากที่แสนไกล ร่างนั้นปกคลุมไปด้วยแสงสีทองคลุมเครือ

สวี่หล่าง!

นี่เป็นกระบวนท่าระดับทองแดงที่สวี่หล่างได้ร่ำเรียนมา เมื่อใช้มัน กำแพงดินจะถูกสร้างขึ้นโดยมีความแข็งแกร่งของเขาเป็นพื้นฐานพลังป้องกัน ดังนั้นแล้วความแข็งแกร่งของกำแพงดินนี้จึงสูงเทียบเท่ากับขั้นจ้าวยุทธ์เลย!

นอกจากนี้ ด้วยธาตุดินระดับ 2 ในร่างกาย ยามที่มันถูกกระตุ้น กำแพงพสุธานี้สามารถป้องกันได้แม้กระทั่งการระเบิดพลังสูงสุดของจ้าวยุทธ์ระดับต้นได้อย่างสมบูรณ์อีก!

สวี่หล่างมั่นใจเปี่ยมล้น ไม่ว่าฉู่โม่วจะแข็งแกร่งขนาดไหน ด้วยระดับของอีกฝ่ายในตอนนี้ ไม่มีทางทลายกำแพงดินของเขาได้อย่างแน่นอน!

ทว่า…

ตู้ม!

พริบตาต่อมา กระบี่ยาวของฉู่โม่วฟาดฟันผ่ากำแพงดินนี้และทำลายมันด้วยปราณกระบี่ได้อย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ

แม้จะสร้างกำแพงดินมาได้ในชั่วพริบตา ทว่าก็ถูกทำลายในชั่วพริบตาด้วยเช่นกัน!

กระนั้น

กระบี่ยาวของฉู่โม่วก็ไม่ได้หมดกำลังในทันที กลับกันมันยังไล่ฟันสวี่หล่างต่อด้วยคลื่นกระบี่ที่พวยพุ่งออกมา!

เมื่อตระหนักได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาทุกที คราวนี้สีหน้าของสวี่หล่างไม่สู้ดีเสียแล้ว จิตใต้สำนึกรีบสั่งสั่งให้ยกกระบี่ขึ้นปัดป้องโดยเร็ว

เคร้ง!

จังหวะที่กระบี่เหล็กกล้าทั้งสองเล่มปะทะกัน เสียงเสียดสีดังระงมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเป็นกระบี่ของทางสวี่หล่างที่ดูจะพ่ายแพ้ให้กับแรงกำลังที่มากกว่าของฝั่งฉู่โม่ว เพียงไม่นานนักกระบี่ของจ้าวยุทธ์ผู้นี้ก็ร้าวและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับเศษกระจก!

“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน!?”

สวี่หล่างหวาดกลัวสุด ๆ เขามองไปยังฉู่โม่วด้วยแววตาสุดจะเหลือเชื่อ

ทั้ง ๆ ที่ฉู่โม่วเป็นเพียงผู้ปลุกพลังระดับนายพลเมืองเท่านั้น แต่ทำไมเขาถึงมีพลังที่น่ากลัวขนาดนี้ได้!?

คนคนนี้สะบั้นกระบี่ระดับสูงได้ไม่ต่างจากการฟาดฟันเครื่องแก้วเลยนะ!

นี่มันยุทธภัณฑ์วิญญาณกระบี่ระดับ 5 เลยนะเว้ย!

มันยากจริง ๆ ที่เขาจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แม้ว่าตนจะเห็นมันด้วยตาก็ตาม

และในตอนนี้

กระบี่ของฉู่โม่วก็เริ่มฟาดฟันอีกครั้งแล้ว

สวี่หล่างยังพยายามจะหลบ แต่ด้วยระดับพลังธาตุลมในตอนนี้ ไม่มีใครสามารถเทียบเท่าฉู่โม่วได้อีกต่อไปแล้ว

เขามองเห็นร่างของฉู่โม่วกลายเป็นเพียงเงา เงานั้นกลายเป็นภาพลวงตาก่อนที่ร่างของฉู่โม่วจะปรากฏอีกทีก็อยู่ประชิดสวี่หล่างเสียแล้ว พร้อมกับแกว่งกระบี่ฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว!

“ข้า… ข้าไม่ยอมหรอก!”

จ้าวยุทธ์สูงวัยหวาดกลัวสุดขีด เขารีบสร้างโล่จากอณูแห่งชีวิตขึ้นมา

แต่นั่นก็ยังไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเขายืนยาวขึ้นอยู่ดี!

เพล้ง!

โล่อณูแห่งชีวิตนั้นป้องกันอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มันแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนที่ปลายกระบี่ยาวของฉู่โม่วจะเฉือนเข้าไปที่คอของสวี่หล่าง และสังหารเขาในกระบี่เดียว!

“เจ้า… แข็งแกร่งเฉกเช่นจ้าวยุทธ์จริง ๆ ด้วย…”

สีหน้าเหลือเชื่อบนใบหน้าของสวี่หล่างยังคงไม่คลาย เขารวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อพูดประโยคสุดท้ายนี้ออกมา

บนใบหน้านั้นดูจะเต็มไปด้วยความเสียใจและสิ้นหวังอย่างล้นเหลือ

ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะได้ขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์แท้ ๆ ทั้งที่ควรจะได้มีความสุขกับพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าความตายจะมาเยือนเร็วถึงเพียงนี้

ถ้าหากรู้ตั้งแต่แรกว่าฉู่โม่วมีพลังขนาดปราบจ้าวยุทธ์ได้ละก็ เขาจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้เลย!

สวี่หล่างมั่นใจมาก ๆ…

ว่าฉู่โม่วน่ะแข็งแกร่งขนาดที่บรรพบุรุษของเขายังไม่อาจจะรับมือได้อย่างแน่นอน

และนี่… ก็หมายถึง

ตระกูลสวี่ของพวกเขา… จบสิ้นแล้ว!

ด้วยสติสุดท้ายของเขา ภาพทุกอย่างที่เห็นก็ค่อย ๆ เลือนรางหายไปพร้อม ๆ กับพลังชีวิตที่หลั่งไหลออกมา ร่างของจ้าวยุทธ์คนใหม่ล้มลงไปกับพื้นและไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป

จ้าวยุทธ์ผู้แข็งแกร่ง ตายลงท่ามกลางธารกำนัล!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์