เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 125

บทที่ 125 พลังที่ไร้เทียมทาน และ ไข่พังพอนมายาฟักตัว!

ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมาเยือนฐานจินหลิง

สิ่งนี้ทำเอาทุกฝ่ายภายในฐานต่างประหลาดใจไม่ต่างกัน

ยึดเอาตามการคาดเดา จากการที่ตระกูลสวี่สูญเสียผู้ปลุกพลังไปเป็นจำนวนมาก พวกเขาไม่น่าจะอยู่เฉย ได้ และถ้าเป็นไปตามนั้น …ทั่วทั้งฐานจะต้องไม่สงบสุขแน่นอน

ไม่คาดคิดเลยว่าตระกูลสวี่จะเลือกไม่ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

เพราะงั้นหากทุกคนจะสงสัย มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

ในท้ายที่สุด พวกเขาก็สันนิษฐานกันเอาไว้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับตระกูลสวี่รอบนี้นั้นหนักหน่วงจนเกินไป และมันทำให้คนเหล่านี้เกิดขาดความมั่นใจในการจะทำอะไรสักอย่างขึ้นมา

“ตระกูลสวี่ไม่ได้มาหาเรื่องฉันเลยงั้นเหรอ?”

แม้แต่ฉู่โม่วเองยังรู้สึกประหลาดใจมาก ๆ

แต่นี่ก็ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถผ่อนคลายได้ ตลอดเวลาที่ตระกูลสวี่ ฉู่โม่วก็ระมัดระวังตนเองตลอด

เพราะด้วยธรรมชาติของตระกูลสวี่ คนพวกนี้ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ การที่ตลอดหนึ่งเดือนที่พวกเขาไม่ลงมือทำอะไรนั้น เป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ทางนั้นต้องเตรียมเปิดบ้านต้อนรับความเล่นใหญ่จากอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

‘แต่…’

‘ไม่ว่าพวกนั้นคิดจะทำอะไร ยังไงตอนนี้ฉันก็คงต้องเร่งฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองไปก่อนล่ะนะ!’

ผ่านมาแล้วยี่สิบวันตั้งแต่ที่เขากลับมาจากเขตแดนลับท้องฟ้าคราม

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่าน ด้วยกระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตเมฆาครามและพลังของวัตถุดิบชั้นยอดมากมายรวมถึงสมบัติบรรพกาลกับเลือดอสูร ฉู่โม่วสามารถเร่งเพิ่มพลังกายได้มากถึง 50 ช้างสารต่อวัน

เพราะงั้น

พลังกายของฉู่โม่วในตอนนี้ สูงกว่า 10,000 ช้างสารเข้าไปแล้ว!

ทว่า

ภายหลังจากที่เขาสามารถเร่งฝึกฝนจนได้พลังมาอย่างมหาศาลเป็นเวลายี่สิบวัน ความเร็วในการเพิ่มขึ้นของพลังก็ลดลงไปทีละนิด ๆ จนกลับเข้าสู่ความเร็วปกติ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากถึงวันละ 30 ช้างสารอยู่ดี

ยังไงเสีย… ความเร็วระดับนี้ก็ยังเป็นที่น่าหวาดกลัวต่อคนอื่นอยู่ดี

หากเรื่องนี้ถูกพบเจอเข้า

ผู้ปลุกพลังอีกมากมายจะต้องหัวใจวายตายไปเลยแน่ ๆ

“พลังกายของฉันทะลุหลัก 10,000 ช้างสารไปแล้ว นั่นหมายถึง ฉันมีพลังเทียบเท่าได้กับนายพลเมืองระดับกลาง แล้วถ้าใช้ทลายตรวนแห่งกายาก็จะสามารถเพิ่มพลังได้อีก 200 เท่า ด้วยค่าตัวเลขนี้…นั่นหมายถึงฉันจะมีพลังแตะ 2,000,000 ช้างสาร! เทียบเท่าได้กับจ้าวยุทธ์เลย! ไม่สิ แม้แต่จ้าวยุทธ์ทั่วไปก็ไม่สามารถหยุดฉันได้!”

“นอกจากนี้ ฉันยังมีธาตุลมระดับ 4 ความเร็วของฉันเผลอ ๆ จะเร็วเสียยิ่งกว่าผู้ปลุกพลังขั้นจ้าวยุทธ์เสียอีก!”

“จะเหลือก็แต่พลังป้องกันที่ยังน้อยไปนิดหน่อย”

ธาตุดินในตัวของฉู่โม่วปัจจุบันนั้นยังเป็นเพียงระดับ 3 เท่านั้น แม้จะใช้ได้ผลดีเมื่อเจอกับเหล่านายพลเมืองด้วยกันเอง แต่ถ้าศัตรูเป็นขั้นจ้าวยุทธ์นั้นมันแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย

แต่

เขาก็ยังมีธาตุไม้ระดับ 4 อยู่ อย่างน้อย ๆ พลังในการรักษาและฟื้นฟูเขาก็ไม่เป็นรองใคร ต่อให้เขาได้รับบาดเจ็บมาจริง ๆ เพียงแค่เดินลมอณูแห่งชีวิตก็สามารถรักษาบาดแผลเหล่านั้นได้แล้ว ถือได้ว่าสามารถชดเชยพลังของธาตุที่ดินที่ค่อนข้างอ่อนกว่าธาตุอื่นได้

และที่สำคัญที่สุด

เมื่อเทียบกับเหล่าจ้าวยุทธ์ทั่ว ๆ ไปแล้ว ฉู่โม่วยังได้เปรียบมากกว่าเพราะเขามีพลังแห่งห้วงมิติอยู่ในตัว ที่ซึ่งทำให้เขาสามารถหายจากการรับรู้ของอีกฝ่ายและชิงลงมือฆ่าอีกฝ่ายก่อนได้

“นั่นหมายถึง…”

“ความแข็งแกร่งของฉันตอนนี้ สามารถจัดการพวกจ้าวยุทธ์ระดับต้นได้แล้ว หรือบางทีต่อให้เจอจ้าวยุทธ์ระดับกลาง ฉันก็น่าจะพอรับมือได้บ้าง!”

ฉู่โม่วพูดเบา ๆ

เมื่อพูดออกไปแบบนั้นแล้ว แววตาของเขาก็ปรากฏความสดใสขึ้นมาให้เห็น

‘ขั้นต่อไป หันไปถึงกระบวนท่าบ้างน่าจะดีกว่า! คิดไปคิดมาแล้วรีบ ๆ ช่ำชองกระบวนท่าย่างก้าวปีศาจไร้เงากับคมกระบี่สวรรค์เร้นลับน่าจะช่วยให้ชีวิตราบรื่นขึ้นอีกแน่!’

‘ไว้รอให้ระบบกลืนกินคูลดาวน์เสร็จ ฉันค่อยออกไปหาสัตว์อสูรธาตุดินระดับสูง ๆ เพื่อมาอุดรูโหว่ที่ยังเหลืออีกทีหนึ่ง!’

เขาวางแผนและเตรียมตัวที่จะไปฝึกต่อ

“นายท่านคะ ไข่ที่นายท่านฝากฉันคอยดูแลไว้ เริ่มขยับแล้วค่ะ!”

ตอนนั้นเอง เสียงของอาไต๋ก็ดังขึ้นมาในห้วงจิต

ฉู่โม่วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าสิ่งที่นกล่าสมบัติพูดนั้นหมายถึงไข่ของพังพอนมายา

“หรือว่า ไข่กำลังจะฟักแล้วเหรอ?”

คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็วางมือทาบไปกับถุงเก็บสัตว์อสูร

จากนั้น ไข่ของสัตว์อสูรขนาดพอ ๆ กับหัวมนุษย์ก็ปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของเขา มันกำลังสั่นอยู่จริง ๆ! จังหวะของมันนั้นเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ

เป็นไปได้ว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้เปลือกไข่นี้ อาจจะกำลังกลืนกินอณูแห่งชีวิตที่อยู่ภายนอกอยู่

ทุก ๆ ครั้งที่อณูแห่งชีวิตถูกกลืนกิน ที่เปลือกไข่ก็จะเปล่งแสงจาง ๆ ออกมาเสมือนแสงไฟกะพริบที่สามารถมองเห็นได้ในห้องปิดทึบ

“ไม่ผิดแน่ ไข่กำลังจะฟักแล้ว!”

“อย่างมากก็แค่อีกหนึ่งชั่วโมง!”

เขาคาดเดา

และมันก็เป็นอย่างที่เดาไว้

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ไข่ของพังพอนมายาก็เกิดรอยร้าวขึ้นมาที่เปลือก มันสั่นสะเทือนไปทั้งใบและค่อย ๆ ผลักเอาเปลือกที่แตกร้าวนั้นให้ร่วงหล่นไปทีละชิ้น ๆ

เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะตั้งใจดูอย่างใจจดใจจ่อ

“ในตอนที่มันจะเกิด มิติรอบไข่ใบนี้เกิดการแปรผันจากพลังที่มองไม่เห็นงั้นเหรอ?… ดูท่าเจ้านี่จะแข็งแกร่งใช่เล่นเลยนี่!”

ขณะที่ฉู่โม่วกำลังคาดการณ์ไว้นั้นเอง

เปรี๊ยะ!

เสียงบางสิ่งบางอย่างแตกออกก็ดังชัดเจน บนฟองไข่เกิดรูโหว่ขึ้นมาแล้ว มันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่ไข่ทั้งใบจะแตกออกจนหมด

หลังจากนั้นห้านาที หัวน้อย ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากการขดตัว

“เป็นสัตว์อสูรระดับ 2 ชั้นสูงตั้งแต่เกิดเลยงั้นเหรอ… แข็งแกร่งจริง ๆ ด้วย!”

“นอกจากนี้ก็ยังมีพลังแห่งห้วงมิติติดตัวมาด้วย ในอนาคตจะต้องเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังแน่ ๆ!”

รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายพลังของพังพอนตัวน้อยตัวนี้ ฉู่โม่วก็พยักหน้าเบา ๆ เขาดูจะพึงพอใจเอาเสียมาก ๆ

ทว่า

เขาไม่ได้คิดอยากจะเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว

ในตอนนี้เขามีสัตว์เลี้ยงมากถึง 3 ตน

ทั้งนกล่าสมบัติ พญาหงส์ปีกทองคำ แล้วไหนจะยังมีอีกาสามขาทองคำอีก

อสูรรับใช้เหล่านี้ล้วนแต่มีพลังและความสามารถตรงตามจุดประสงค์ที่เขาต้องการทั้งหมด

ถือว่าช่วยฉู่โม่วได้อย่างเพียงพอ

และถึงแม้ว่าพังพอนมายานี้จะมีพลังแห่งห้วงมิติ มันอาจจะเป็นผลดีกับผู้ปลุกพลังคนอื่น แต่สำหรับเขา มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น

เขาโล่งใจที่สุด!

ชายหนุ่มปล่อยให้เฉินซีเวยและพังพอนมายาฝึกฝนร่วมกันไปเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างนั้นตัวเขาก็แยกไปฝึกฝนตนเองตามแผนที่วางไว้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้เริ่มฝึกฝน ฉู่โม่วก็ส่งข้อความให้หมัวซานซาน เพื่อขอให้ทางหอการค้าหยกแก้วช่วยตรวจสอบดูเผื่อว่าพวกเขาจะมีรายการสัตว์อสูรธาตุดินที่ทรงพลังอยู่ หรือถ้าทางนั้นมีข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้อง ก็ช่วยส่งมาให้เขาที

แน่นอนว่าหมัวซานซานไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว

‘ถ้าเกิดโชคดีได้สัตว์อสูรธาตุดินระดับ 6 มา ฉันก็จะสามารถกลืนกินธาตุดินเพิ่มได้ และถ้ามันเป็นแบบนั้น แม้แต่จ้าวยุทธ์ก็ไม่อาจทำอะไรฉันได้! แบบนั้นคงไม่ต้องกลัวอะไรอีก!’

ฉู่โม่วคิดกับตนเองและตั้งความหวังไว้

ตระกูลสวี่

เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่ตระกูลสวี่ขาดการประชุมหารือกันเพราะความแข็งแกร่งที่หดหาย

แม้จะเป็นเพียงผู้ปลุกพลังที่ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ก็ยังถูกเรียกตัวกลับมายังคฤหาสน์หลัก พร้อมกับกำชับไม่ให้ออกไปด้านนอกเลยในช่วงนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้มีใครสามารถนำตัวคนจากตระกูลเขาไปสอบสวนหาความจริงได้

สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังหลายคนในตระกูลงุนงงไม่ใช่น้อย

และมีอีกหลายคนที่แอบวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งแปลก ๆ ของผู้เป็นเจ้าตระกูลคนปัจจุบันนี้อย่างลับ ๆ

อย่างไรก็ตาม

ความอึดอัดและความสงสัยก็พลันหายไปในวันนี้

นั่นเพราะ เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง พลังงานอันแก่กล้าผุดขึ้นมาราวกับพายุใหญ่จากส่วนที่ลึกที่สุดของคฤหาสน์ตระกูลสวี่ มันทำให้สมาชิกตระกูลสวี่แทบจะทั้งตระกูลขนลุกซู่ไปพร้อม ๆ กัน

แม้แต่บรรพบุรุษตระกูลยังต้องเดินออกมาดู เพราะถูกพลังงานลึกลับนี้รบกวน

ทว่าภายหลังจากที่ทำการแกะคลื่นพลังดังกล่าวแล้ว เขาก็สามารถตระหนักได้ว่า เจ้าของพลังนี้คือประมุขสวี่หล่าง ผู้ที่ซึ่งทลายขีดจำกัดร่างกายในระดับสูงของนายพลเมืองและก้าวเข้าสู่การเป็นจ้าวยุทธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทุก ๆ คนในตระกูลสวี่ก็แสดงสีหน้ามีความสุขออกมา

ทุกวันนี้ ภายในฐานจินหลิง บรรดาเหล่ากำลังหลักของฐาน พวกเขาจะมีจ้าวยุทธ์อยู่กันฝ่ายละหนึ่งคน และทั้งหมดนั้นก็ล้วนแต่เป็นจ้าวยุทธ์ระดับต้นกันด้วย

เพราะฉะนั้น ความแข็งแกร่งของแต่ละฝ่ายจึงไม่ได้ห่างกันมากนัก จะต่างก็คงจะมีเพียงจำนวนของนายพลเมืองที่มีเท่านั้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพันธมิตรพ่อค้าหยกแห้วจึงสามารถข่มเหล่ากำลังหลักแห่งจินหลิงได้อยู่หมัด พวกเขามีบางสิ่งบางอย่างที่ฝ่ายอื่นไม่มี นั่นก็คือ บรรพบุรุษของพันธมิตรหอการค้าหยกแก้วนี้ เป็นถึงจ้าวยุทธ์ระดับกลาง ที่ถือได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้วภายในฐานจินหลิง!

แต่ตอนนี้

เจ้าตระกูลสวี่หล่างเองก็สามารถทลายขีดจำกัดและขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้เช่นกัน

นั่นหมายถึง ตระกูลสวี่มีจ้าวยุทธ์มากถึงสองคน!

ดังนั้นความจริงนี้ ทำให้ตระกูลสวี่ขยับขึ้นมาเป็นผู้ที่อยู่เหนือสี่กองกำลังหลักแห่งจินหลิงทันที คราวนี้ต่อให้ศัตรูเป็นพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้ว พวกเขาก็ไม่เกรงกลัวแล้ว!

ด้วยเหตุนี้ หากเหล่าผู้ปลุกพลังภายในตระกูลไม่ตื่นเต้น พวกเขาจะได้ชื่อว่าเป็นคนของตระกูลสวี่ได้อย่างไร?

“ยินดีด้วยครับ ท่านเจ้าตระกูล ยินดีกับท่านด้วยจริง ๆ ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้แล้ว!”

สวี่เจินเข้ามาหาสวี่หล่างเพื่อแสดงความยินดีกับเขาเป็นคนแรก

ในขณะเดียวกัน เขาก็ถามสวี่หล่างถึงเวลาที่จะเริ่มแผนการขั้นต่อไปด้วย

“ขอฉันปรับพลังภายในกายให้เสถียรกว่านี้อีกสักหน่อย!”

“อีกสามวัน ฉันจะไปจัดการฆ่าฉู่โม่วด้วยตัวข้าเอง!”

สวี่หล่างพูดตอบด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์