เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 138

บทที่ 138 ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยน และกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!

ที่แห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก

มันมีเพียงต้นไม้ต้นเดียวที่ยืนต้นคดงอดูตระหง่านตาทว่าไร้ซึ่งก้านใบ

ใกล้กันนั้นมีโต๊ะหินกับม้านั่งสามตัวถูกจัดวางไว้

แรกพบไม่มีสิ่งใดให้น่าสะดุดตา

ฉู่โม่วกวาดตากลับไปมองยังคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ถัดจากต้นไม้ไปแทน เขาเดินตรงไปยังที่แห่งนั้น

ภายในเองก็ไม่มีสิ่งใดที่ดูแล้วสะดุดตาเป็นพิเศษจะมีก็แต่บริเวณกลางคฤหาสน์ ฟูกที่ถูกวางไว้นั้นมีโครงกระดูกถูกจัดไว้ในท่านั่งขัดสมาธิ

ไม่รู้ว่าโครงกระดูกนี้มาอยู่ที่นี่นานขนาดไหนแล้ว

กระดูกทุกชิ้นเป็นสีทอง ยามโดนแสงตกกระทบ มันเปล่งประกายอร่ามออกมาเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยแรงกดดันจาง ๆ ออกมาด้วย

“กระดูกทองคำงั้นเหรอ… ไหนจะกลิ่นอายพลังที่ยังหลงเหลือนี่อีก… คนคนนี้เผลอ ๆ น่าจะแข็งแกร่งกว่าผู้พิทักษ์แห่งสำนักกระบี่สวรรค์ที่เจอเมื่อเขตแดนลับเมฆาครามอีกมั้ง”

‘ฉันเอง… ก็อยากจะขึ้นไปถึงขั้นราชันย์ยุทธ์ก่อนที่จะตายเหมือนกัน!’

เขาคิดกับตนเอง

จากนั้นก็กวาดตามองไปรอบ ๆ บ้านอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ไม่นานนักก็พบเข้ากับหม้อหยกสามขาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ กระดูกทองคำนั้น

มันมีสามขาสองหูสูงประมาณหนึ่งไม้บรรทัด รูปทรงเหมือนหม้อจุดกำยานที่ทั่วทั้งใบถูกสร้างขึ้นจากหยกใส แลดูมีน้ำหนักและความสวยงามยากที่จะหาชมได้ง่าย ๆ

สิ่งนี้โดดเด่นแม้เพียงมองผ่าน

ฉู่โม่วเดินตรงไปยังสิ่งนั้น และใช้มือหยิบเอาหม้อสามขานี้ขึ้นมาเชยชม เขาพยายามสังเกตมันโดยรอบ แต่ก็ไม่พบอะไรที่ดูไม่ปกติ

กระนั้นแล้วก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของอณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นอยู่ภายในเล็กน้อย

ครึ่ก!

ทันใดนั้นเอง

จู่ ๆ หม้อสามขาก็เกิดสั่นขึ้นมาเบา ๆ และปลดปล่อยแสงสว่างสีทองออกมา มันสยายออกแผ่แสงไปทั่วและผลุบหายเข้าไปในห้วงจิตของฉู่โม่ว!

พลันเมื่อตระหนักได้ถึงความผิดปกตินั้น สีหน้าของชายหนุ่มก็แสดงออกถึงความตกใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าหลังจากลองสำรวจตัวเองแล้ว เขาพบว่าแสงสีทองนั้นไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ กับร่างกายภายนอกแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่าปลายทางของมันจะเป็นปฐมวิญญาณของเขาต่างหาก!

“นี่มัน…”

“แสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณ!?”

ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงแสงสีทองที่ยังคงส่องสว่างอยู่ภายในห้วงจิต เขาถึงได้รู้ว่าสิ่งนี้คือหนึ่งในกระบวนท่าอย่างหนึ่ง

ที่ซึ่งพิเศษและล้ำค่ามาก ๆ ในบรรดากระบวนท่าลับที่เกี่ยวของกับจิตวิญญาณทั้งหลาย!

แสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณ!

มีเพียงผู้ปลุกพลังที่ได้ทำการฝึกฝนปฐมวิญญาณแล้วเท่านั้นที่จะสามารถเรียนรู้ได้ เมื่อใดที่ฝึกฝนจนเสร็จ เขาจะสามารถใช้ร่างปฐมวิญญาณในการบังคับแสงศักดิ์สิทธิ์ในการโจมตีใส่ปฐมวิญญาณของศัตรูได้

ภายใต้ความรุนแรงของแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ หากปฐมวิญญาณของศัตรูเป็นเพียงจิตวิญญาณที่อ่อนแรง จิตวิญญาณนั้นจะถูกทำลายลงไปทันที และเจ้าของร่างจะกลายเป็นเพียงซากศพเดินดินไร้วิญญาณเท่านั้น!

“น่ากลัวยิ่งนัก!”

ภายหลังจากที่รู้ว่ากระบวนท่านี้น่ากลัวขนาดไหน ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกอกตกใจออกมา

ทว่าตอนนั้นเอง ใบหน้าของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น

ด้วยการได้รับกระบวนท่าที่ทรงพลังเช่นนี้มา หากฝึกฝนมันได้สำเร็จ เขาก็จะมีกระบวนท่าไว้ให้ปฐมวิญญาณของเขาใช้เมื่อต้องสู้กับศัตรูในอนาคตแล้ว!

หากต้องเจอกับผู้ที่มีพลังกายแข็งแกร่งมาก ๆ ในภายภาคหน้า การใช้กระบวนท่านี้ในจังหวะที่ถูกที่ควร แม้จะไม่สามารถทำให้ศัตรูล้มตายได้ในทันที แต่น่าจะสามารถทำให้ศัตรูบาดเจ็บหนักได้เลยทีเดียว

และเมื่อเป็นเช่นนั้น ศัตรูก็จะเสียโอกาสจะโจมตีฉู่โม่วกลับอีกครั้งหนึ่ง!

“กระบวนท่าลึกลับจากอดีตกาลเหล่านี้ช่างเป็นอะไรที่ทรงพลังจริง ๆ”

“ต่อให้สิ่งนี้เป็นเพียงกระบวนท่าทั่วไปที่ทุกคนในยุคนั้นใช้ได้ แต่น่าแปลกที่ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ในฐานจินหลิงมาก่อนเลย เหล่ากระบวนท่าลึกลับเหล่านี้กลับมีโอกาสพบได้ในเขตแดนลับเช่นนี้เสียมากกว่า!”

“เป็นไปได้ไหมนะ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่กระบวนท่าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในที่ของมันเองเพื่อรอให้ผู้ที่จะได้รับการสืบทอดมาเจอเอง?”

ฉู่โม่วเผลอกระชับมือจับหม้อสามขานี้ไว้แน่นขึ้นขณะพูดพึมพำเบา ๆ

ขณะนั้น

ภายในใจของฉู่โม่วกำลังคำนวณถึงมูลค่าของกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณนี้อยู่ เขารู้สึกได้เลยว่าไม่มีสิ่งไหนที่ได้มาจากเขตแดนลับครั้งนี้แล้ว จะสามารถมีมูลค่าเทียบเท่ากระบวนท่านี้ได้อีก

ไม่ต้องสงสัยเลย

หากเรื่องของกระบวนท่าลับนี้ถูกแพร่ออกไปล่ะก็ เหล่ากองกำลังที่แข็งแกร่งจากทั่วดาวเคราะห์สีฟ้าแห่งนี้จะต้องตื่นตระหนกกันเป็นบ้าเป็นหลังแน่ ๆ!

ฟู่…

ด้วยการถอนหายใจยาว ฉู่โม่วพยายามข่มดวงใจที่กำลังสั่นไหวแล้ววางหม้อหยกสามขานี้ลงไปในมิติพกพาอย่างระมัดระวัง

ภายหลังจากที่เก็บสมบัติภายในห้องนี้ไปแล้ว ก็ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวอีก

ฉู่โม่วหันไปมองรอบ ๆ และไปสะดุดตากับร่างโครงกระดูกสีทองที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

“ผมเผอิญหลุดเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ และได้รับกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณนี้ไป ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่เป็นใคร แต่อยากจะกล่าวขอบคุณที่ได้ทิ้งสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ไว้ให้”

พูดไปเช่นนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็โค้งคำนับด้วยความเคารพ

จากนั้นก็หาเอาไม้ที่มีมูลค่าสูงออกมาจากมิติพกพาและนำมันมาสร้างเป็นโลงศพขนาดเล็ก เพื่อที่จะนำร่างโครงกระดูกสีทองนี้ใส่ลงไปและนำไปฝั่งไว้ในดิน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โครงกระดูกร่างนี้ดูแลไว้ให้ก็ถือว่าช่วยเขาได้มาก ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้ผู้มีพระคุณเช่นนี้ต้องนั่งเผชิญแสงแดดที่ส่องเข้ามาหลังจากที่ทำคุณให้คนอื่นไปแล้ว

ทว่า…

เพียงแค่ฉู่โม่วนำโครงกระดูกทองคำนั้นมาบรรจุใส่โลงศพ

แสงสวรรค์ก็เปล่งออกมาจากโครงกระดูกร่างนั้นและอาบไปทั่วทั้งจิตใจของฉู่โม่ว!

เพียงชั่วพริบตา กลางอากาศปรากฏร่างของชายชราคนหนึ่งขึ้น นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา เขาดูเหมือนเทพเจ้าที่ปรากฏตัวลงมาจากฟากฟ้าก็มิปาน

ชายชราผู้นั้นหันมองรอบ ๆ กายก่อนจะเหลือบมองฉู่โม่วที่กำลังตกใจ เสียงหัวเราะจากชายชราดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูด “เจ้าหนุ่ม ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนที่มีจิตใจดีเช่นนี้ ขอบคุณที่ตั้งใจจะนำร่างของข้าไปฝังไว้ใต้ดินเพื่อให้ข้าได้พักผ่อนอย่างสงบนะ”

“นี่คือ…”

เมื่อมองร่างตรงหน้าแล้ว หัวใจของฉู่โม่วก็เต้นแรงอีกครั้ง แววตาของเขาดูตกตะลึงเมื่อได้สบตากับอีกฝ่าย

หรือว่าโครงกระดูกนี่…

ยังไม่ตาย!?

เหมือนอีกฝ่ายจะอ่านความคิดฉู่โม่วได้ ชายชราจึงชิงพูดก่อนด้วยรอยยิ้ม “ข้าตายแล้ว นี่เป็นเพียงจิตสุดท้ายที่หลงเหลือไว้ก่อนจะตายเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อคอยแสวงหาผู้สืบทอดที่คู่ควรนั่นแหละนะ”

“เจ้าเองก็คงจะได้ฝึกฝนปฐมวิญญาณไว้บ้างแล้ว? อา ข้าสัมผัสได้ผ่านแสงสวรรค์ของข้า ข้าเจอปฐมวิญญาณของเจ้า… เจ้ารับแสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณจากในหม้อหยกไปแล้ว!”

“เอ่อ ข้าหมายถึงกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณ มันยังไม่ใช่กระบวนท่าที่สมบูรณ์หรอกนะ! หากผู้ที่เข้ามายังที่แห่งนี้ไม่สัมผัสร่างของข้า เขาก็จะได้ไปเพียงกระบวนท่าที่ไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าสัมผัสข้าแล้วไม่ผ่านเงื่อนไข เรื่องก็จบไม่สวยเหมือนกัน…”

ระหว่างที่พูดเช่นนั้น ชายชราก็ยังคงยิ้มอยู่ตลอด

ทว่ากลับทำให้จิตใจของฉู่โม่วหนาวสั่นไปหมด เขาเข้าใจว่าชายชราผู้นี้กำลังพูดเรื่องอะไร ไม่ผ่านเงื่อนไขนั่น… เข้าใจเลยว่าจบไม่สวยคืออะไร!

“เอาน่า ขั้นสุดท้ายของการป้องกันคนที่มีจิตใจหยาบช้ามาครอบครองกระบวนท่าลับของข้ามันก็ต้องรุนแรงกันหน่อย… อย่างน้อย ๆ วิธีของข้าจะช่วยลดอัตราการมีอยู่ของคนไม่ดีในสังคมพวกเจ้าได้นะ หยวน ๆ ไปเถอะ!”

“จริงสิ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป ตอนนี้ข้าเจอผู้โชคดีแล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าที่เป็นผู้สัมผัสตัวข้าจะไม่ได้ใช่ผู้ที่มีจิตใจดีเลิศอะไรขนาดนั้น แต่ก็ถือได้ว่าผ่านเกณฑ์อย่างฉิวเฉียดเลยนะ ตอนนี้เจ้าถือเป็นผู้สืบทอดที่ข้าชื่นชอบที่สุดเลยล่ะ!”

“เพราะงั้น ข้าจะมอบส่วนเติมเต็มของกระบวนท่าลับทะลวงวิญญาณให้เป็นของรางวัลก็แล้วกัน!”

พูดเช่นนั้น

ชายชราก็ชี้ไปยังฉู่โม่ว แสงสีทองเปล่งจากปลายนิ้วของเขาและพุ่งตรงเข้าไปในห้วงจิตของฉู่โม่วอีกครั้ง

‘หรือว่า…’

‘บนฟากฟ้าที่มีดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วนยังคงมีมนุษยชาติหลงเหลืออยู่ และพวกเขาบนดาวดวงนั้นก็กำลังสู้กับเหล่าผู้มาเยือน?’

ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นและมองไปยังท้องฟ้าไกล เขาคิดเรื่องนี้เงียบ ๆ

พูดตามตรงเลย

เรื่องที่ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยนพูดออกมานั้น ทำให้ฉู่โม่วตกตะลึงขึ้นมาจริง ๆ และตกตะลึงมาก ๆ ด้วย

ภายในหัวของเขามีเรื่องราวข้อสงสัยต่าง ๆ มากมายตีกันให้มั่วไปหมด

แต่เพียงไม่นาน

สิ่งเหล่านี้ก็ถูกไล่ออกจากหัวของเขาไปก่อน

เขารู้ดีว่ามันคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ในตอนนี้

ต่อให้รู้ความจริงทุกอย่างได้แล้วมันจะมีอะไรดีขึ้นมา?

ด้วยพลังความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ คงไม่ต่างอะไรกับมดปลวกในสนามรบแน่ ๆ!

สิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดก็คือฝึกฝนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด!

เมื่อความแข็งแกร่งเพิ่มจนถึงระดับที่พอเหมาะพอควรแล้ว ไม่ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบไหน เดี๋ยวมันจะผ่านไปได้เองนั่นแหละ!

คิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วก็รีบขจัดเรื่องอื่น ๆ ภายในหัวออกไปให้หมด และตั้งสมาธิไปยังกระบวนท่าที่ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยนส่งต่อมาให้เขาแทน

บทสมบูรณ์ของแสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณนั้นถูกเรียกว่า “กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน”

เทียบกับแสงสวรรค์ทะลวงวิญญาณแล้ว สิ่งนี้มันสมบูรณ์และทรงพลังกว่ามาก ๆ

นอกจากจะขยายขอบเขตให้ปฐมวิญญาณรวบรวมแก่นแท้แห่งแสงสวรรค์มาใช้ในการต่อสู้กับศัตรูได้แล้ว มันยังช่วยขัดเกลาและปรับสมดุลของปฐมวิญญาณให้อย่างลับ ๆ ด้วย

ทำให้ปฐมวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!

สิ่งนี้แหละที่น่ากลัว!

อย่างที่รู้ ๆ กันดีอยู่แล้ว

จิตวิญญาณของทุกคนไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็ตาม มันจะค่อย ๆ เติบโตตามขั้นพลังของพลังกาย แม้จิตวิญญาณของคนคนนั้นจะพัฒนาเป็นปฐมวิญญาณแล้วก็ตาม

แต่ด้วย ‘กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน’ นี้ ปฐมวิญญาณของผู้ฝึกฝนจะถูกขัดเกลาและปรับปรุงใหม่อยู่เรื่อย ๆ

นั่นหมายถึง

การฝึกฝนกายาจะช่วยทำให้ปฐมวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย?

คิดได้ดังนั้น ดวงตาของฉู่โม่วก็เป็นประกายขึ้นมา

‘การที่สามารถสร้างกระบวนท่าลับที่สุดยอดขนาดนี้ออกมาได้ ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยนคนนั้นจะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ!’

‘ผู้ที่แข็งแกร่ง เกินกว่าที่ฉันจะจินตนาการได้!’

ฉู่โม่วคิดกับตนเอง

ถึงแม้ว่าพลังของแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนจะทำให้เขารู้สึกเกรงกลัว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาขี้ขลาดแต่อย่างใด

ชายหนุ่มรู้ดี

ว่าด้วยกระบวนท่านี้เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกอย่างแน่นอน!

ที่สำคัญ…

ตอนนี้น่ะ ยังไกลจากคำว่าจุดจบของเขายิ่งนัก!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์