บทที่ 137 การสั่งสมร้อยปีของตระกูลสวี่ และลานปิดผนึก
“ด้วยพลังแห่งห้วงมิติที่มี น่าจะเปิดทางออกไว้ได้ประมาณหนึ่งวัน… และน่าจะเพียงพอสำหรับการสำรวจ!”
คิดได้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็สาวเท้าเข้าไป
มันให้ความรู้สึกเหมือนแผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่มืดมิด เมื่อมองผ่านความมืดไปก็เห็นได้ว่าร่างกายเคลื่อนสู่อีกโลกหนึ่งแล้ว
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ
อาคารขนาดใหญ่กระจายอยู่โดยรอบ ขื่อคานล้วนแกะสละเป็นลวดลายตระการตา ดูหรูหราไม่น้อย
บนพื้นดินปรากฏหญ้าวิญญาณและผลวิญญาณถูกปลูกไว้ทั่วบริเวณ พวกมันต่างแข่งกันชูช่อออกผลในฤดูกาลนี้
ไกลออกไปมองเห็นภูเขาเล็ก ๆ ตระหง่านอยู่
ลำธารสายน้อยไหลจากยอดเขา มันใสบริสุทธิ์ราวมีเพียงน้ำอยู่ในร่องธารนั้น
‘เป็นเขตแดนลับที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตเหมือนกันนะ!’
ฉู่โม่วพูดกับตัวเอง
เขตแดนลับนี้ไม่ได้ใหญ่นัก เมื่อเดินสำรวจไปรอบ ๆ ก็พบว่ามีขนาดเพียงร้อนหกสิบกิโลเมตรเท่านั้น ถือเป็นสถานแห่งการดำรงอยู่ที่ค่อนข้างเล็กอย่างมาก
ทว่าพลังชีวิตกลับแข็งแกร่ง
แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่เคยฝึกฝนวิทยายุทธก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ป่วยไข้ และมีอายุร่วมร้อยปีได้อย่างสงบสุขในสถานที่แห่งนี้
นี่คงเป็นเหตุผลที่ตระกูลสวี่เป็นที่นี้ไว้เป็นความลับ
“ได้เวลากอบโกยแล้ว!”
แววตาฉู่โม่วเป็นประกายขณะที่พูด
เขาจำได้ว่าสมบัติส่วนใหญ่ของตระกูลสวี่อยู่ในเขตแดนลับนี้
นับแต่ที่ย่างก้าวเข้ามา เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายและประกายระยิบระยับของสมบัติจากอาคารหลาย ๆ หลัง อย่างไรมันต้องเป็นสมบัติของตระกูลสวี่แน่!
ในตอนนั้นเอง
ชายหนุ่มใช้พลังกายพุ่งทะยานไปยังโถงที่ใกล้ที่สุดโดยปราศจากความลังเล
ทันทีที่เข้าไป เขาก็เห็นชั้นวางไม้นับสิบตั้งเรียงราย
แต่ละชั้นอัดแน่นด้วยกล่องไม้สารพันอย่าง
เมื่อเปิดออกก็พลันพบกับหญ้าวิญญาณและผลวิญญาณทุกชนิดเท่าที่จะมีได้ในโลก!
ลิลลี่ม่วงดารา!
ไผ่เงินเยือกแข็ง!
หญ้าวิญญาณไม้!
…
บรรดาหญ้าวิญญาณรวมทั้งสมบัติล้ำค่าหายากปรากฏขึ้นต่อหน้าฉู่โม่ว
เขาเก็บพวกมันลงในมิติพกพาทันทีโดยไม่ลังเล
จากนั้นเขาก็ออกจากห้องโถงและไปยังอาคารอีกหลังหนึ่ง
ยาบำรุงวิญญาณ!
ยาฟื้นฟู!
ยาเทวะศักดิ์สิทธิ์!
น้ำยาไร้มลทิน!
…
ในบ้านหลังนี้ส่วนใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยยาและสายธารจิตวิญญาณ
ฉู่โม่วเก็บพวกมันลงในพื้นที่เก็บของทั้งหมด
และเดินมาต่อที่อาคารหลังที่สาม
อาวุธทั้งหมดถูกเก็บไว้ที่นี่
พวกมันส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่ไม่ได้มีค่าให้กล่าวถึงเท่าไรนัก กระนั้นเขาก็เลือกที่จะหยิบขึ้นมา อย่างไรเมื่อกลับออกไปก็สามารถเอามันไว้ในคลังอาวุธของตำหนักลับแห่งสวรรค์ได้ เพื่อเป็นรางวัลสำหรับผู้ใต้บังคับบัญชา คล้ายการแลกคะแนนสะสม
อย่างน้อยพวกมันก็ยังมีมูลค่า
ในบรรดายุทธภัณฑ์เหล่านี้ มียุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 5 รวมอยู่ด้วย
มันเป็นเข็มที่มีขนาดยาวประมาณไม้บรรทัด ส่องแสงเย็นวาบชัดถึงความแหลมคม มีกลไกอยู่บนตัวซึ่งสามารถกางออกและสร้างเข็มขนาดเล็กราว ๆ 18 เล่ม
เข็มเวหานี้เหมาะกับการทำเป็นอาวุธลับอย่างยิ่ง
เข็มเล่มนี้ถูกวางไว้ในกล่องหยก และถูกรักษาอย่างระมัดระวัง
มันค่อนข้างจะไร้ค่าสำหรับฉู่โม่วในยามนี้
หลังจากเก็บมันเอาไว้ เขาก็เข้าสู่โถงถัดไป
…
ไม่นานนัก เขาก็พบว่าตัวเองสำรวจอาคารส่วนใหญ่ครบถ้วนแล้ว
มูลค่ารวมของสมบัติที่รวบรวมได้ทั้งหมดตีได้ว่าราคาเกือบแสนหินปฐมกาลเป็นอย่างน้อย!
“เป็นการเก็บของที่สุดยอดจริง ๆ!”
“ตระกูลสวี่ โอ้… ตระกูลสวี่ พวกคุณนี่ช่างร่ำรวยจริง ๆ!”
ทรัพยากรช่างดารดาษเกลื่อนตา มันมากมายเสียจนฉู่โม่วอดแสดงความสุขบนใบหน้าไม่ได้
สมบัติพวกนี้เพียงอย่างเดียวก็มากพอจะส่งเสริมทั้งเขาและเฉินซีเวยให้ฝึกวิชาได้จนถึงขั้นจ้าวยุทธ์
“หาต่อดีกว่า!”
เมื่อเห็นว่ายังเหลืออาคารอยู่ไม่กี่แห่ง ฉู่โม่วจึงเร่งมือด้วยหมายที่จะถลุงพวกมันไม่ให้เหลือซาก
ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาจึงใช้เวลาไปกับการสำรวจอาคารที่เหลืออีกครั้ง และได้รับสมบัติที่มีมูลค่าราวสามหมื่นหินปฐมกาล
แปลว่าตอนนี้ฉู่โม่วสั่งสมของมีค่าในเขตแดนลับนี้ไปได้ราว ๆ แสนหินปฐมกาลเลยทีเดียว
ตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วมาถึงยังโถงอาคารที่อยู่กลางที่สุด
ห้องโถงนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ทว่าไม่มีของตั้งวางไว้มากนัก มีเพียงชั้นวางไม้สองสามอันที่ล้วนว่างเปล่า
กระนั้น…
เมื่อเขาเลื่อนสายตายังโครงไม้ก็พลันถูกสะกด สีหน้าของเขาครึ้มลงในทันที…
ตำราบนชั้นวางนั่น!
นี่คือกระบวนท่าวิทยายุทธ์ทั้งหมดที่ตระกูลสวี่ซุกซ่อนไว้!
ตามชั้นวางที่มีเพียงไม่กี่แห่ง ปรากฏตำรากว่ายี่สิบเล่มได้
พวกมันล้วนเป็นกระบวนท่าระดับทองแดง!
ไม่เพียงเท่านั้น ตรงกลางห้องโถงยังมีเหรียญเงินสามเหรียญและประกาศิตทองคำตั้งอยู่
พวกมันเป็นบันทึกเกี่ยวกับกระบวนท่าระดับเงินและระดับทองประจำตระกูลสวี่!
กระบวนท่าระดับเงินมีด้วยกันสามประการได้แก่วิชาเขี้ยววายุ วิชาฝ่ามือทลายหัวใจ และกระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตหุบเขาทั้งห้า
ขณะเดียวกันนั้นเอง เขารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามา ราวกับมันขวางกั้นไม่ให้เขาผ่านเข้าไปได้
ทันใดนั้น แสงสีเหลืองก็ปรากฏขึ้นเหนือสิงโตหินทั้งสองตัว
เพียงพริบตา คมกระบี่ที่ไม่อาจมองเห็นได้ก็ทะยานออกมาจากแสงสีเหลืองนั่น ก่อนจะเจาะเข้าไปยังเส้นลมปราณของเขาทันที
“นี่มัน…”
“การโจมตีทางวิญญาณ!”
ฉู่โม่วรู้ได้ในทันที
ถึงอย่างนั้น เขาไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่น ชายหนุ่มหลับตาลงและจมดิ่งลงไปในแดนม่วง
ฟึบ!
คมกระบี่ซัดลงยังจุดจื่อฝู่อีกครั้งหนึ่ง และเฉือนปฐมวิญญาณของเขา หากมันกลับไม่ได้ก่อความเสียหายใด ๆ และเลือนหายไปในชั่วพริบตา
เนื่องจากฉู่โม่วนำหัวเชื้อปฐมวิญญาณควบรวมกับปฐมวิญญาณไว้ การโจมตีทางจิตวิญญาณทั่วไปจึงไร้ผลสำหรับเขา
การโจมตีของสิงโตหินนี้แม้จะดูน่าประหวั่น แต่พลังของพวกมันกลับไม่ได้แข็งแกร่งนัก
เหตุนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะสร้างความเสียหายให้กับปฐมวิญญาณของเขา!
ต่อมา กระบี่วิญญาณล่องหนอีกเล่มหนึ่งก็กลายเป็นกระบี่คม เข็มบิน ดาบยาว รวมไปถึงทวน พวกมันพยายามกรีดเฉือนปฐมวิญญาณของฉู่โม่ว
เวลาเดียวกันนั้น
ในเส้นลมปราณ ปฐมวิญญาณล่องลอยกลางอากาศ รัศมีสีทองเรืองรองหุ้มดวงจิตไว้ มันได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา ไม่มีใบมีดที่ได้รับอนุญาตให้ทำลายมัน นอกจากแรงปะทะเล็กน้อย ก็ไม่มีสิ่งใดจะทำให้บาดเจ็บได้อีก
ตู้ม!
ตอนนั้นเอง
หัวของสิงโตหินได้รวมตัวกันเป็นคมกระบี่และฟันเข้าไปที่ปฐมวิญญาณของฉู่โม่ว
ตึ้ง!
ภายในร่างชายหนุ่ม ปฐมวิญญาณส่องแสงสีทองพร่างพราวแผ่ขยายออกมาจากกายยิ่งขึ้น
เมื่อคมกระบี่สีดำสัมผัสยังรัศมีสีทองก็บังเกิดเสียง ‘แกร๊ง’ ของทองและเหล็กที่กระทบกัน ใบมีดดำเหล่านั้นแตกหักและสลายไปกับความว่างเปล่า
สิงโตหินสองตัวสลายสิ้นเป็นเสี่ยง ๆ!
ฉู่โม่วพบว่าแรงกดดันที่กั้นขวางเขาไว้เมื่อก่อนหน้าได้หายไปแล้ว เขาสามารถเดินเข้าไปข้างในได้อย่างราบรื่น
‘สิงโตตัวนั้นดูเหมือนจะเป็นการทดสอบมากกว่า!’
‘เฉพาะผู้ที่สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตวิญญาณได้เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ผ่านเข้าไปสินะ’
เขาคิดไม่ตก
พร้อมกันนั้น เขายังคาดเดาถึงการที่ตระกูลสวี่วางแนวป้องกันไว้ภายนอก…
“เป็นไปได้ไหมว่าตระกูลสวี่เคยส่งคนไปสำรวจแต่ไม่มีใครต้านทานการโจมตีได้ ด้วยความสิ้นหวัง เขาก็เลยปิดผนึกมันไว้ซะ”
ทันทีที่ความคิดนี้แล่นเข้ามา เขาก็เกือบจะเชื่อเสียสนิท!
ไม่อย่างนั้นแล้ว มีเหตุผลอื่นอีกหรือที่ต้องวางแนวป้องกันไว้?
ไม่ดูเกินเหตุไปหน่อยหรืออย่างไง!
‘หรือว่าที่ตระกูลสวี่ปิดผนึกไว้ เป็นเพราะรับไม่ได้ที่นั่งอยู่บนกองเงินกองทองก็จริง แต่ไม่อาจแข็งแกร่งพอจะผ่านเข้ามาในนี้ได้…’
คิดได้ดังนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ครู่ถัดมา
เขาก็ก้าวเข้าไปข้างใน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์