เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 140

บทที่ 140 ผลวิญญาณกระบี่ และการประมูลเปิดฉาก!

หนึ่งวันหลังจากนั้น

หอการค้าหยกแก้วส่งจดหมายเชิญเข้าร่วมการประมูลที่ซึ่งบอกเวลา สถานที่และขั้นตอนต่าง ๆ ภายในงานไว้หมดแล้วมาให้

ผู้ที่จะนำสินค้ามาประมูลเป็นเจ้าแรกคือหอการค้าหยกแก้ว พวกเขาจะนำสมบัติบางส่วนมาเข้าประมูลและจะให้เหล่าฐานใหญ่ ๆ ที่เหลือได้ลงขันประมูลร่วมกัน

อันดับถัดมาเป็นของทางฐานอื่น ๆ ที่จะนำมาประมูลร่วมกัน

ขณะที่งานประมูลกำลังดำเนินการนั้น ทุกขั้นตอนจะอยู่ในระดับส่วนตัวกันหมด ดังนั้นแล้วจะไม่มีคนอื่นเข้ามารับชม ซึ่งการันตีได้ถึงความเป็นส่วนตัวของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายที่มาร่วมงานในวันนี้

นอกจากนี้

ภายในจดหมายเชิญยังมีรายการสิ่งของบางส่วนที่หอการค้าหยกแก้วตั้งใจจะนำมาประมูลแสดงให้เห็นล่วงหน้าด้วย

ฉู่โม่วดูรายการเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วพบว่ามันประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ

โสมวิญญาณหมื่นปี หนึ่งในผลวิญญาณที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้นายพลเมืองที่อยู่ในระดับสูง สามารถเลื่อนขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ได้

แล้วยังมีเหล่ากระบวนท่าลับต่าง ๆ สำหรับฝึกวรยุทธ์ ไหนจะมีกระบวนท่าชักนำจิตวิญญาณที่ได้มาจากรอยแยกมิติอีก

ในช่วงบรรทัดล่าง ๆ

ฉู่โม่วก็เห็นว่าพวกเขาตั้งใจจะนำกระบวนท่าระดับทองมาประมูลด้วย!

อย่างไรก็ตาม ภายในจดหมายเชิญนี้ไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดหรือว่าชื่อของกระบวนท่าระดับทองนี้เอาไว้ มันถือเป็นความลับ

บางทีหอการค้าหยกแก้วคงตั้งใจจะทำเช่นนี้อยู่แล้ว เพื่อดึงดูดเหล่าผู้ยิ่งใหญ่จากฐานอื่น ๆ ให้เกิดความสนอกสนใจ

และสิ่งที่น่าสนใจที่สุด

ฉู่โม่วเห็นสมบัติที่ชื่อว่า ผลวิญญาณกระบี่!

ตามที่ได้ระบุไว้ในข้อมูล สมบัติชิ้นนี้จะช่วยเพิ่มพรสวรรค์ด้านวิชากระบี่ให้กับเหล่าผู้ปลุกพลังได้!

“ฉันต้อง… เอาสิ่งนี้มาให้ได้!”

เพียงแค่ได้เห็นคำอธิบาย ลมหายใจของฉู่โม่วก็เริ่มหอบถี่ไม่เป็นจังหวะ

ในตอนนี้ วิธีการหลักในการสังหารของฉู่โม่วก็คือกระบี่ ทว่าระดับวิชากระบี่ที่มีกลับเป็นเพียงระดับสูงเท่านั้น ซึ่งด้วยสิ่งนี้มันค่อนข้างจะขัดกับพลังกายที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยเลย

ชายหนุ่มพยายามหาหนทางที่จะพัฒนาวิชากระบี่มาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีสิ่งใดช่วยได้เลย

ดังนั้นเมื่อผลวิญญาณกระบี่ปรากฏให้เห็นเบื้องหน้านี้แล้ว เขาไม่มีทางปล่อยมันให้หลุดมือไปแน่ ๆ!

“อีกตั้งหนึ่งเดือนเลยงั้นเหรอ!”

เมื่อเหลือบไปเห็นเวลาที่จะเริ่มจัดงานเป็นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ฉู่โม่วก็แอบกำหมัดไว้แน่น

ในตอนนี้

เขาอยากให้มันจัดขึ้นพรุ่งนี้เลยจริง ๆ

การประมูลครั้งใหญ่ของห้าฐานยักษ์จะถูกจัดขึ้นทุก ๆ ห้าปี

สถานที่จัดงานจะวนเวียนกันไปมาอยู่ระหว่างห้าฐานนี้

และในปีนี้ก็เป็นคราวของฐานจินหลิง โดยมีพันธมิตรเครือหอการค้าหยกแก้วเป็นเจ้าภาพตามที่ควรเป็น…

หนึ่งเดือนให้หลัง

ฉู่โม่วเดินทางมายังสาขาหลักของหอการค้าหยกแก้วภายในฐานจินหลิงที่ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประมูล

เพียงแค่เดินเข้าประตูมา

ก่อนที่เขาจะได้เห็นภายในหอการค้าหยกแก้ว พื้นที่แห่งนี้อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกแล้ว ดังนั้นเขาจึงเห็นปรมาจารย์ยุทธ์ รวมไปถึงเหล่านายพลเมืองที่มาคอยดูแลพื้นที่แห่งนี้เพื่อให้การประมูลเกิดขึ้นอย่างปลอดภัยและไร้ข้อบกพร่องเต็มไปหมด

“นายท่านฉู่!”

“นั่น ท่านฉู่ผู้ยิ่งใหญ่!”

“สวรรค์! ท่านฉู่ผู้ยิ่งใหญ่ช่างดูดีเหลือเกิน”

“กระผมไม่คาดคิดเลยว่านายท่านฉู่จะมาที่นี่ในวันนี้ด้วย!”

พลันเมื่อทุกคนที่อยู่ภายในนั้นเห็นฉู่โม่ว พวกเขาต่างก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันขึ้นมาก่อนจะรีบเดินมาทักทายฉู่โม่วด้วยความเคารพ

ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าผู้ปลุกพลังหญิงเองก็พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นและแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมด้วย

การมาของเขาทำให้ที่นี่เกิดความครึกครื้นขึ้นไม่น้อยเลย

ทุกคนล้วนแต่หันมองฉู่โม่วด้วยความเคารพนับถือ

ถึงแม้ว่าฉู่โม่วจะยังไม่ได้ขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ในตอนนี้ แต่การที่สามารถกำจัดจ้าวยุทธ์ทั้งสองคนของตระกูลสวี่ได้นั้น แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความแข็งแกร่งที่พร้อมจะสยบทุกคนในฐานจินหลิงแห่งนี้ เขาทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังทุกคนในฐานจินหลิงตกอยู่ภายใต้อำนาจได้

พูดได้เลยว่า…

ฉู่โม่วในตอนนี้กลายเป็นผู้ปลุกพลังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในฐานจินหลิงไปแล้ว!

เหล่าผู้ปลุกพลังรุ่นเยาว์อีกมากมายนับไม่ถ้วนเองก็นับถือเขาเป็นไอดอลไปด้วย

และเพราะแบบนี้

มันจึงทำให้…

เมื่อครั้งที่ตำหนักลับแห่งสวรรค์ประกาศรับสมัครผู้ปลุกพลังเพิ่ม ข่าวนี้จึงกระจายไปทั่วฐานอย่างรวดเร็ว พลันเมื่อทุกคนรู้ว่าฉู่โม่วได้ก่อตั้งกองกำลังขึ้นมาแล้ว พวกเขาก็ล้วนแต่อยากเข้าร่วมกับฉู่โม่วกันทั้งนั้น

เช่นนั้นแล้ว ตำหนักลับแห่งสวรรค์จึงมีผู้ปลุกพลังเข้าร่วมมาถึงหลักพันในเวลาอันสั้น

ถึงอย่างนั้นผู้ปลุกพลังที่เข้ามาสมัครทั้งหมดก็มีช่ายเฟิงคัดกรองก่อนที่จะได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของตำหนักลับแห่งสวรรค์อยู่ดี

หากช่ายเฟิงไม่ทำหน้าที่คัดกรองอย่างถี่ถ้วนแล้วละก็ มีหวังตำหนักลับแห่งสวรรค์ได้ถูกคนร่วมหมื่นคนโถมเข้าเป็นสมาชิกในคราเดียวแน่ ๆ

“ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านฉู่ผู้ยิ่งใหญ่ การประมูลกำลังจะเริ่มในไม่ช้านี้แล้ว ให้ดิฉันพาท่านขึ้นไปด้านบนนะคะ”

ขณะนั้นเอง พนักงานสาวรูปร่างสะโอดสะองเดินเข้ามา เธอมีกลิ่นอายของปรมาจารย์ยุทธ์แฝงซ่อนอยู่ภายในลมหายใจ สาวเจ้ายิ้มหวานให้ฉู่โม่วและเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มฟังดูเสนาะหู

“ได้สิ!”

ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วส่งจดหมายเชิญให้อีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ตามเธอไปเพื่อขึ้นไปยังชั้นบนที่เป็นสถานที่จัดงานประมูล

เมื่อฉู่โม่วขึ้นไปถึงโถงชั้นบน เขาก็พบว่าภายในมีผู้ปลุกพลังมากมายมาถึงก่อนหน้าแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็มีกลิ่นอายแข็งแกร่งปกคลุมอยู่ด้วย ที่สำคัญยังเป็นถึงจ้าวยุทธ์!

ขณะนั้นแต่ละคนกำลังนั่งอยู่เพื่อรอให้การประมูลเริ่ม และมีคนสองสามคนในกลุ่มเหล่านั้นหันเข้าหากันเองและพูดคุยเสียงเบา

“ท่านฉู่ผู้ยิ่งใหญ่ มาที่นี่ด้วยเหรอครับ!”

ตอนนั้น

กู่ชาง บรรพบุรุษตระกูลเสิ่นและตระกูลโจวที่อยู่ภายในโถงเหลือบไปเห็นฉู่โม่วที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

ฉู่โม่วพยักหน้าแล้วทักทายกลับ

ผิดกับทางฝั่งจ้าวยุทธ์ที่มาจากฐานอื่นอีกสี่ฐานที่เมื่อมองมายังฉู่โม่ว การที่สัมผัสได้ถึงพลังที่มีระดับเพียงนายพลเมือง มันเลยทำให้พวกเขาเหล่านี้เข้าใจว่าฉู่โม่วอาจจะเป็นนายน้อยในฐานนี้ไปแทน

ทว่าเมื่อเห็นกู่ชางและอีกสามจ้าวยุทธ์หันไปพูดคุยกับฉู่โม่ว โดยที่มองว่าฉู่โม่วเป็นผู้แข็งแกร่งทัดเทียมพวกเขา เผลอ ๆ อาจจะแข็งแกร่งกว่า เหล่าแขกที่เหลือก็แอบรู้สึกประหลาดใจกันเล็กน้อย

จ้าวยุทธ์ทั้งสามคนนี้เคารพนับถือหนุ่มน้อยนายพลเมืองคนนี้จริง ๆ เหรอ?

แท้จริงแล้วเขาคือใครกันแน่?

“ท่านกู่ชาง ท่านนี้คือใครกันงั้นหรือ?”

เพราะงั้นฉู่โม่วจึงกล้าหันไปพูดกับเหล่าจ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ ด้วยท่าทีใจเย็นและยอมรับความจริงโดยไม่หวาดหวั่นไปแทน

สิ่งนี้ทำให้จ้าวยุทธ์หลายคนพยักหน้าให้เขาอยู่ลับ ๆ

ชื่อเสียงของเขาจึงเริ่มแพร่ขยายออกไปอีกนิดหน่อยด้วย

เวลาผ่านไป

เหล่าจ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ เริ่มมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพียงชั่วพริบตา ภายในโถงขนาดใหญ่นี้ก็มีจ้าวยุทธ์กว่าสามสิบคนมารวมตัวกันแล้ว พวกเขาเหล่านี้ทั้งหมดล้วนแต่เป็นจ้าวยุทธ์ที่มาจากห้าฐานใหญ่รวมถึงฐานจินหลิงด้วย

พักหนึ่ง

เมื่อตรวจสอบและพบว่าจ้าวยุทธ์มากันครบแล้ว ประตูโถงการประมูลก็ปิดลง วงแหวนเวทถูกสร้างขึ้นภายในโถงนี้และปกคลุมสถานที่นี้เอาไว้

เห็นเช่นนั้น

ทุกคนก็หยุดพูดกันแล้วกลับไปนั่งที่ของตน และการประมูลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

ผู้นำการประมูลสาวผู้ที่ซึ่งเป็นนายพลเมืองระดับสูง เธอปรากฏตัวในชุดงดงามสีแดงสด ด้วยใบหน้าและรูปร่างที่สวยมีเสน่ห์ หากพบเจอด้านนอกโถงแห่งนี้ เสน่ห์ของเธอย่อมต้องทำให้หลายต่อหลายคนหลงใหลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ทว่าเมื่อมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เธอไม่ต่างอะไรกับกระดาษห่อทอง

ภายหลังจากที่เธอกล่าวถึงการประมูลคร่าว ๆ แล้ว เธอก็ยกแขนขึ้นเพื่อสั่งให้บริกรข้างเวทีนำของประมูลเซตแรกขึ้นมา

“สิ่งแรกที่จะนำมาประมูลในวันนี้… โสมวิญญาณม่วงอายุหนึ่งหมื่นสองพันปีค่า!”

“ด้วยสรรพคุณและความคุ้มค่าของมัน ฉันคงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความแล้ว การที่มันมาอยู่ในงานประมูลนี้ได้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งนี้หายากขนาดไหน!”

“ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 23 ล้านหินปฐมกาลค่ะ!”

หญิงสาวเปิดกล่องหยกที่อยู่บนเวที และเผยให้เห็นโสมสีม่วงที่อยู่ภายในกล่องที่ซึ่งกำลังปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตออกมาแรงกล้า แม้ผู้เข้าร่วมประมูลจะอยู่ไกล แต่ก็สามารถได้กลิ่นของสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจน!

มันเป็นคุณสมบัติของเหล่าพืชวิญญาณทั้งหลายอยู่แล้ว ถ้ามันสามารถรอดมาจนถึงอายุขนาดนี้ได้ คุณสมบัติของมันจะสูงมากขึ้นจนประเมินค่ากันได้ลำบากมาก!

และเพราะแบบนั้น โสมหมื่นปีนี้จึงอุดมไปด้วยอณูแห่งชีวิตจนล้น มันเพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่ตายไปแล้วกลับมาเป็นศพเดินดินได้เลย หรือถ้าหากคนคนนั้นอยู่ในขั้นปางตาย การสูดดมเอาอณูแห่งชีวิตจากโสมชิ้นนี้เข้าไปก็สามารถทำให้ฟื้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

สามารถพูดได้เลยว่า มันเกือบจะมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ปลุกพลังได้ก็ไม่เกินไปนัก

ถึงแม้ว่าจ้าวยุทธ์จะแข็งแกร่งกันก็จริง แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้อยู่ หากได้โสมวิญญาณหมื่นปีนี้ไปครอบครอง นั่นหมายถึงมันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้เป็นอย่างมากเลย!

ใช่แล้ว

เพราะแบบนี้ บรรยากาศภายในโถงประมูลจึงเดือดพล่านเสมือนว่าได้กลายเป็นหม้อต้มน้ำร้อนไปแล้ว

จ้าวยุทธ์หลายคนต้องการที่จะครอบครองมัน

ซึ่งฉู่โม่วเองก็รู้สึกนิดหน่อย

แต่เขาก็ชิงส่ายหน้าไปก่อน

“โสมวิญญาณหมื่นสองพันปีนี่ก็ไม่เลว แต่ฉันคงไม่ได้ใช้มันหรอก”

นั่นเพราะเขามีพลังของธาตุไม้อยู่แล้ว ด้วยพลังนี้ทำให้สามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายของตนเองได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งสมบัติบรรพกาลชิ้นอื่นเลย

ไม่เพียงเท่านั้น

ภายในมิติพกพาของเขายังมีสมบัติบรรพกาลที่ให้ผลคล้ายกับโสมวิญญาณชิ้นนี้อยู่อีกหลายชิ้นด้วย

ถึงอย่างนั้น

แม้ว่าฉู่โม่วจะไม่ต้องการมัน แต่คนอื่น ๆ กลับโหยหามันเป็นอย่างมาก …นั่นเพราะไม่ใช่จ้าวยุทธ์ทุกคนที่จะมีพลังธาตุไม้เป็นของตนเอง

เพราะงั้น ราคาประมูลจึงสูงขึ้นทันที!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์