บทที่ 141 ได้ผลวิญญาณกระบี่มาไว้ในครอบครอง และการเจรจาระหว่างจ้าวยุทธ์
“24 ล้าน!”
“25 ล้าน!”
“26 ล้าน!”
“30 ล้าน!”
“37 ล้าน!”
…
จ้าวยุทธ์เกือบจะทุกคนอดใจที่จะร่วมประมูลของสิ่งนี้กันแทบไม่ไหว
ในท้ายที่สุด
โสมวิญญาณหนึ่งหมื่นสองพันปีก็ตกเป็นของจ้าวยุทธ์ที่เสนอราคาสูงถึง 98 ล้านหินปฐมวิญญาณระดับต่ำไป
สิ่งนี้สมควรแล้วที่จะถูกขายออกในราคาที่สูงเช่นนั้น
ในขณะที่จ้าวยุทธ์ผู้ที่ได้โสมหมื่นสองพันปีไปกำลังยิ้มแก้มบาน จ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ ก็ได้แต่แสดงสีหน้าเสียใจ
ชัดเจนเลยว่า
ภายในใจของพวกเขา ทุกคนมองว่าโสมหมื่นสองพันปีนี้ช่างเป็นอะไรที่เลอค่ากว่าจะมีสิ่งใดเทียบเท่าได้แล้ว!
…
เมื่อของประมูลชิ้นแรกถูกเปิดประเดิมไปแล้ว บรรยากาศภายในโถงการประมูลก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาทีละนิด ๆ
เวลาผ่านไป
สมบัติล้ำค่ามากมายถูกนำออกมาประมูลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น พืชวิญญาณมูลค่าสูง ผลไม้วิญญาณหายาก สมบัติล้ำค่า สมบัติสวรรค์และโลก หรือแม้กระทั่งกระบวนท่าระดับเงิน
การเผยโฉมของสมบัติสวรรค์และโลกเหล่านี้ทำให้เหล่าผู้เข้าร่วมประมูลต่างนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ และทำให้จ้าวยุทธ์ทั้งหลายต่างไม่รอช้าที่จะตั้งมูลค่าของสิ่งของแต่ละชิ้นเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง
สินค้าชิ้นใหม่ถูกนำขึ้นมาบนเวที
“ทุกท่าน สิ่งต่อไปนี้คือของล้ำค่าที่วิเศษมาก ๆ มันถูกเรียกว่า ผลวิญญาณกระบี่!”
“ผู้ปลุกพลังคนไหนก็ตามที่ได้กลืนกินเข้าไป มันจะช่วยเพิ่มระดับทักษะกระบี่ให้สูงยิ่งขึ้น! แม้ว่าแต่ละลูกนั้นจะไม่ได้ช่วยให้ระดับทักษะให้สูงมากมายนัก ทว่าพวกเรามีมากถึง 13 ผลเลยทีเดียว!”
“ฉันคงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความไปกว่านี้แล้ว เพราะมูลค่าของมัน เพียงแค่ช่วยเพิ่มทักษะกระบี่ให้ก็ถือว่าเลอค่ายิ่งนัก! หวังว่าทุกท่านคงจะเข้าใจกันดี ฉันจะไม่พูดซ้ำอีก ราคาเริ่มต้นคือร้อยล้านหินปฐมกาลระดับต่ำ! การประมูลเพิ่มแต่ละครั้งขอไม่ต่ำกว่าห้าล้านหินปฐมกาลระดับต่ำนะคะ!”
พูดจบ…
ผู้นำการประมูลก็เปิดผ้าสีแดงที่คลุมถาดสินค้าประมูลออก เผยให้เห็นผลไม้วิญญาณขนาดเท่าผลลำไยที่ซึ่งมีสีฟ้าซีดโดดเด่น!
ผลวิญญาณกระบี่!
ยามที่ผลวิญญาณนี้ถูกนำมาเปิดเผยให้ผู้เข้าร่วมการประมูลเห็น จ้าวยุทธ์กว่าครึ่งโถงก็แสดงความสนอกสนใจในทันที
ถึงแม้ว่าผลวิญญาณกระบี่แต่ละลูกนี้จะไม่ได้ให้ความสามารถอะไรเยอะแยะนัก รวมไปถึงมีจ้าวยุทธ์จำนวนไม่มากที่ฝักใฝ่ในวิชากระบี่
แต่…
มือกระบี่นั้นถือได้ว่าเป็นผู้ครอบครองหนึ่งในทักษะที่หาได้ยากชนิดหนึ่งแล้ว แถมมันยังทรงพลังมาก ๆ อีกด้วย!
ต่อให้พวกเขาไม่สามารถใช้สิ่งนี้ได้ แต่การเก็บเอาไว้ให้แก่ลูกหลานของตนในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่แย่นัก
“105 ล้าน!”
จ้าวยุทธ์คนหนึ่งเปิดประมูลแล้ว
“110 ล้าน!”
“120 ล้าน!”
“125 ล้าน!”
“140 ล้าน!”
…
ราคาประมูลเริ่มถูกเสนอขึ้นมาเรื่อย ๆ มูลค่าของมันเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของฉู่โม่ว
ถึงแม้ว่าเขาจะอยากได้ผลวิญญาณกระบี่เหล่านี้มาก ๆ ก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มพูดราคาประมูลที่สนใจออกไปแต่อย่างใด เพียงแค่นั่งรออย่างใจเย็นเท่านั้น
เพราะการประมูลในตอนนี้ยังคุกรุ่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจ้าวยุทธ์คนไหนต่างก็ไม่มีทางยอมกันแน่ ๆ
ปล่อยให้ราคามันถูกตั้งไปโดยคนพวกนี้อีกสักพัก รอมันเริ่มนิ่ง แล้วเขาค่อยลงมือก็ได้
อย่างที่คาดเดาไว้
ไม่นานนัก เมื่อราคาของผลวิญญาณกระบี่แตะที่ 420 ล้านหินปฐมกาลระดับต่ำ
มันก็เหลือจ้าวยุทธ์อีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังต่อราคาประมูลอยู่
เหล่าจ้าวยุทธ์ที่ยอมแพ้ไปนั้น คือเหล่าผู้ที่คิดจะประมูลสิ่งนี้ไปเพื่อลูกหลานของตนเองในอนาคต เผื่อว่าเด็กเหล่านั้นจะเกิดมาพร้อมกับวิชากระบี่ เขาจะได้สามารถใช้สิ่งนี้ในการพัฒนาตนเองได้
ทว่าการที่ราคามันสูงกว่า 400 ล้านหินปฐมกาลเช่นนี้ สำหรับพวกเขา มันเริ่มจะไม่คุ้มสักเท่าไร
ยังไงเสีย… ความแข็งแกร่งที่ผลวิญญาณกระบี่ช่วยเพิ่มให้ มันก็มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ต่อให้จะมีมากถึงสิบสามผลก็จริง แต่การที่จะเลื่อนระดับทักษะได้ก็ดูจะห่างไกลเกินไปอยู่ดี
ไม่ต่างอะไรกับการลงทุนไปกับน้ำ
แม้ว่าจ้าวยุทธ์ที่มาร่วมงานทั้งหมดจะมีฐานะร่ำรวย แต่ด้วยราคาที่สูงถึง 400 ล้านแล้วเช่นนี้ การใช้เงินโดยไม่คิดถี่ถ้วนให้ดีคงจะเป็นไปไม่ได้
ในส่วนของจ้าวยุทธ์ที่ยังประมูลอยู่ พวกเขามีทั้งเป็นผู้ใช้วิชากระบี่ด้วยตนเอง หรือไม่ก็เคยฝึกและมีกระบวนท่ากระบี่อยู่ พวกเขาอยากจะได้สิ่งนี้ไปเพิ่มพลังให้สิ่งเหล่านี้ เผื่อว่าจะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้นได้อีกขั้นหนึ่ง
พักใหญ่ผ่านไป
ด้วยการที่จ้าวยุทธ์บางส่วนเริ่มถอดใจกันเพิ่มแล้ว มันจึงทำให้ยังเหลือผู้ที่ประมูลผลวิญญาณกระบี่กันอยู่เพียงสองคนเท่านั้น
“530 ล้าน!”
จ้าวยุทธ์ที่ดูดุดันพูดขึ้น
ไม่นานหลังจากที่ราคานั้นถูกเสนอขึ้นมา
จ้าวยุทธ์อีกคนหนึ่งก็เริ่มแสดงสีหน้าลังเลออกมา
ชัดเจนเลยว่าเขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่จะประมูลต่อดีหรือไม่
เห็นเช่นนั้น
จ้าวยุทธ์ที่ดูดุดันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา
เขารู้ดี
หากคนคนนี้ไม่ต่อราคามาอีก ผลวิญญาณกระบี่จะตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน
ทว่า
ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น…
“800 ล้าน”
เสียงที่สุขุมเยือกเย็นดังขึ้นมา
พลันเมื่อเสียงนี้ดังขึ้นมา เกือบจะทุกคนภายในโถงประมูลรีบหันมองตามเสียงด้วยความสนใจ
การเผชิญหน้ากับสายตามากมาที่มองมา
สีหน้าของฉู่โม่วยังคงนิ่งสงัดดังเดิม เขาพูดย้ำช้า ๆ “ฉันเอาด้วย 800 ล้าน”
ถ้อยคำนั้นไร้ซึ่งความลังเล กลับกันมันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าเขาจะต้องชนะในการประมูลนี้แน่ ๆ
ได้ยินเช่นนั้น
จ้าวยุทธ์ผู้ที่เคยลังเลก่อนหน้าก็ถอนหายใจโล่งอกแล้วเลือกที่จะยอมแพ้ไป
ในขณะที่สีหน้าของจ้าวยุทธ์ผู้ดุดันกลับเปลี่ยนไปเหยเกอย่างรวดเร็ว
ทั้งที่เขามั่นใจมาก ๆ ว่าของสิ่งนี้จะต้องตกเป็นของเขาแท้ ๆ
แต่ใครจะไปรู้… ว่าจู่ ๆ จะมีคนโผล่มาเสนอราคาที่สูงลิ่วเช่นนี้
แม้เขาจะไม่ยอมแพ้ในทันที แต่ภายหลังจากพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่ใหญ่ ความลังเลมันก็เริ่มทิ้งน้ำหนักไปยังฝั่งยอมแพ้มากขึ้นเรื่อย ๆ
800 ล้าน ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถสู้ได้
เพียงแต่ว่า…
เป้าหมายหลักที่เขาเตรียมเงินมาซื้อในครั้งนี้คือกระบวนท่าระดับทองที่จะถูกนำมาประมูลด้วยต่างหาก ขืนใช้เงินกับการช่วงชิงผลวิญญาณกระบี่มากเกินไป… การมาในครั้งนี้ได้ไร้ค่ากันพอดี!
…
ราคาของมันไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงครู่เดียว ราคาของมันก็สูงถึง 1 หมื่นล้านเข้าไปแล้ว!
และดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่ยอมกันง่าย ๆ เสียด้วย
ยิ่งราคาสูงขึ้น การแข่งขันก็ยิ่งเดือดพล่าน!
ในท้ายที่สุด
คัมภีร์กระบวนท่าระดับทองนี้ก็ตกเป็นของจ้าวยุทธ์จากฐานหรู่อินในราคา 2 หมื่น 6 พัน 3 ร้ายล้านหินปฐมกาล!
ดังนั้นแล้ว
ตอนนี้จึงถือว่างานประมูลในครั้งนี้เป็นอันเสร็จสิ้น
หลังจากที่ฉู่โม่วจ่ายค่าผลวิญญาณกระบี่ไปและได้รับของมาเรียบร้อย เขาก็ใส่มันเข้าไปในมิติพกพาอย่างระมัดระวัง
ขณะนั้น
ภายในโถงประมูล จ้าวยุทธ์ที่ประมูลคัมภีร์กระบวนท่าระดับทองไปนั้นกำลังแสดงสีหน้าปลาบปลื้มสุด ๆ หลังจากที่ชนะแล้วได้ของดีไปครอบครอง
ส่วนจ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ ก็ได้แต่เสียใจ
เหตุผลที่ไม่เลือกที่จะประมูลแข่งต่อเพราะหินปฐมกาลมีจำนวนไม่พอต่อราคาเสียแล้ว!
ไม่งั้นแล้วคนเหล่านี้ก็ยังคงเลือกที่จะสู้ต่อเช่นกัน
คัมภีร์กระบวนท่าระดับทองนั้นไม่ใช่สิ่งที่พบเจอได้ง่าย ๆ แม้แต่ในหอการค้าชื่อดังก็ตาม ดังนั้นหากมีโอกาสแม้จะต้องจ่ายในมูลค่าที่สูงลิ่ว พวกเขาก็ยอมเพื่อที่จะให้ได้มันมา!
ทว่าใครจะไปคิดด้วยจำนวนหินปฐมกาลที่พกมา ยังไม่เพียงพอที่จะได้คัมภีร์กระบวนท่านั้นมาครอบครอง ปัญหามันเกิดเพียงเพราะเรื่องแค่นี้จริง ๆ เพราะงั้นพวกเขาที่พลาดไปในการประมูลจึงรู้สึกเสียใจกันสุดติ่ง
“ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับการประมูลในครั้งนี้ค่ะ! ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ!”
ตอนนั้นเอง จ้าวยุทธ์จากฐานหรู่อินก็ยืนขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กับจ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ ภายในโถงการประมูล “ข้าได้สิ่งนี้มาเพราะโอกาสแท้ ๆ เช่นนั้นแล้ว ข้าอยากจะขอขอบคุณพวกท่านด้วยที่เข้ามาร่วมประมูลด้วยกัน อันดับต่อไปเป็นการชุมนุมจ้าวยุทธ์ ชายชราผู้นี้อยากจะนำสมบัติบางอย่างมาวางขายด้วยเช่นกัน หากไม่เป็นการเสียเวลาพวกท่าน ข้าอยากจะเชิญพวกท่านมาจับจ่ายซื้อของกับข้า แล้วข้าจะลดราคาให้อย่างพิเศษเลย!”
เมื่อเจ้าตัวพูดเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวยุทธ์คนอื่น ๆ ก็แสดงสีหน้าที่อ่อนโยนลงนิดหน่อย
…
สิ่งที่เรียกว่า ‘ชุมนุมจ้าวยุทธ์’ นี้คือช่วงเวลาอิสระที่ให้เหล่าจ้าวยุทธ์ได้นำสิ่งของมาขายกันเอง
เป็นการค้าขายเฉพาะในหมู่จ้าวยุทธ์เท่านั้น ไม่มีคนนอกเข้ามายุ่งเกี่ยว ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวมาก ๆ
จ้าวยุทธ์แต่ละคนจะสามารถระบุสิ่งของที่ต้องการ ในขณะเดียวกันก็จะสามารถระบุของที่ต้องการขายไปด้วย หากสิ่งของที่จ้าวยุทธ์แต่ละคนหามาเข้าข่ายเหมือนกับสิ่งที่จ้าวยุทธ์คนอื่นขาย พันธมิตรเครือหอการค้าหยกแก้วก็จะเชิญทั้งสองไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวและเปิดโอกาสให้เสนอราคากันเอง
วิธีการนั้นค่อนข้างง่าย ครั้นเมื่อจ้าวยุทธ์ทุกคนเข้าใจกันแล้ว พวกเขาก็รีบแสดงข้อมูลสิ่งของที่เขาต้องการซื้อและขายกันอย่างพร้อมเพรียง
ในส่วนของฉู่โม่ว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนความต้องการลงไป
[ต้องการสิ่งของทุกอย่างที่เกี่ยวกับพรสวรรค์ด้านกระบี่!]
และสิ่งของที่เขาจะนำออกมาขายในครั้งนี้ คือยุทธภัณฑ์วิญญาณที่เขาได้มาก่อนหน้ามากมายหลายชิ้นอย่างเช่นโล่ลับดาราหรือเข็มเวหาเป็นต้น
นอกจากนี้ เขายังนำสมบัติสวรรค์และโลกบางชิ้นออกมาขายด้วย
เมื่อทุกอย่างถูกนำออกมาวาง ฉู่โม่วก็นั่งรออยู่ที่ส่วนของตนเองอย่างใจเย็น
ไม่นานนัก
เขาก็ได้ยินเสียงจากที่หน้าประตูห้อง
ผู้ที่เคาะประตูนั้นเป็นสาวใช้จากหอการค้าหยกแก้ว เธอคนนี้นำจ้าวยุทธ์คนหนึ่งเดินเข้ามาด้านใน
“ท่านฉู่ ดิฉันมีสมบัติสวรรค์และโลกที่ช่วยเพิ่มความสามารถในวิชากระบี่ตามที่ท่านสนใจค่ะ จะว่าอย่างไรหากดิฉันจะขอแลกสิ่งนี้กับเข็มเวหายุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 5 ของท่าน?”
จ้าวยุทธ์ผู้นี้เป็นหญิงสาววัยกลางคนที่ยังคงความงามเอาไว้ เธอพูดความต้องการออกมาทันทีเมื่อเข้ามาในห้องของฉู่โม่วได้
ได้ยินเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็พูด “ได้สิ แต่ผมคงต้องขอดูสิ่งของเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนนะ”
“นั่นเป็นสิ่งที่ควรทำค่ะ”
จ้าวยุทธ์วัยกลางคนพยักหน้า เธอนั่งลงและหยิบเอากล่องหยกออกมาจากกระเป๋าก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเบา ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์