เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 143

บทที่ 143 ครอบครองเจตจำนงแห่งห้วงมิติ และทักษะวิชากระบี่ที่เปลี่ยนแปลงไป!

“หรือว่าสิ่งนี้จะเป็นสมบัติสวรรค์และโลกจริง ๆ แค่ฉันยังเข้าไม่ถึงมัน?”

จ้าวยุทธ์ซงหยวนเหลือบไปเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่โม่ว ภายในใจเขาเริ่มเกิดความร้อนใจขึ้นมา

เหมือนว่ากำลังถูกชายผู้นี้หลอกเอาเลย!

วินาทีนั้น เขาแทบจะระเบิดความโกรธที่โดนหลอกแล้วหันไปชิงเอาแท่นหินกลับมาจากมือของฉู่โม่วในทันที

แต่โชคดี

ที่ท้ายสุดเหตุผลบางประการในใจก็ข่มกายเขาเอาไว้ได้

เพราะแบบนี้ เขาจึงสามารถไล่ความคิดไม่ดีออกไปได้ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้น

วิธีการเอาชนะฉู่โม่วนั่นก็อีกเรื่อง

ปัญหามันอยู่ที่ถ้าสิ่งนั้นกลับมาอยู่ในมือของเขาแล้ว เขาจะทำยังไงกับมันต่อ?

‘ใช่แล้ว…’

‘นี่คงเป็นสิ่งที่ชะตาฟ้าลิขิตมาแน่ ๆ!’

‘ทั้งที่มันเคยอยู่กับข้ามาตลอดยี่สิบปี แต่กลับไม่เคยแสดงความวิเศษอะไรออกมาเลย แล้วถ้าจะเป็นของวิเศษในมือคนอื่นจริง ๆ ฟ้าคงจะลิขิตให้ข้าได้เพียงมูลค่าจากการขายมันไปเท่านั้น!’

ตระหนักได้ดังนั้น

จ้าวยุทธ์ซงหยวนก็ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจยาว

ชุมนุมจ้าวยุทธ์จัดยาวติดต่อกันถึงสามวัน แต่เพราะฉู่โม่วได้สิ่งของที่ตนเองต้องการแล้ว เพราะงั้นจึงไม่อยู่ที่นี่ต่อและกลับไปยังคฤหาสน์แทน

ภายในห้องที่เงียบสงบ

ฉู่โม่วหยิบเอาแผ่นหินสีดำออกมาจากมิติพกพาแล้ววางมันลงเบื้องหน้าเขา

ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างมั่นใจมากว่าสิ่งนี้คือแผ่นศิลารู้แจ้งแน่ ๆ ทว่าเมื่อสัมผัสลงไปด้วยฝ่ามือ ความแปรผันของห้วงมิติที่สัมผัสได้จากสิ่งนี้กลับเจือจางเหลือเกิน เสมือนว่ามันกำลังซ่อนตัวเองอยู่

ชายหนุ่มขมวดคิ้วและครุ่นคิด ทันใดนั้นก็ยื่นมือไปใหม่อีกครั้ง รวบรวมพลังแห่งห้วงมิติไว้ที่ฝ่ามือและอัดเข้าไปยังแผ่นศิลารู้แจ้ง

ครืน!

ยามที่พลังแห่งห้วงมิติถูกอัดเข้าไป ผิวด้านนอกของแผ่นศิลาก็เกิดการสั่นสะเทือนเสมือนผิวน้ำก่อนจะเดือดปุด ๆ เพราะมันกำลังตอบสนองต่อพลังที่มีรูปแบบเดียวกัน

อัตลักษณ์ของห้วงมิติหนาแน่นแผ่ฟุ้งออกมาจากแผ่นหินนี้ มันทำให้ทั่วทั้งห้องที่ฉู่โม่วอยู่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งห้วงมิติทันที

ห้วงอากาศเริ่มบิดเบี้ยวอย่างช้า ๆ

“จริง ๆ ด้วย! นี่คือแผ่นศิลารู้แจ้ง กฎแห่งห้วงมิติ!”

แววตาของฉู่โม่วดูจะสดใสขึ้นมา

ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ได้พบเข้ากับแผ่นศิลารู้แจ้งที่อัดแน่นด้วยองค์ความรู้ของเจตจำนงแห่งกระบี่ มันทำให้เขาเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่นิด ๆ หน่อย ๆ และแม้ว่าจะเป็นเพียงเจตจำนงแห่งกระบี่ 30% มันก็ช่วยเปิดทวาราแห่งกระบี่บนร่างกายได้ และเพิ่มพลังกายให้สูงขึ้นไปอีกมากเลยทีเดียว

ในตอนนี้…

เขาจะได้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากขนาดไหนกันภายหลังจากได้เข้าไปเรียนรู้กฎแห่งห้วงมิติที่ถูกอัดแน่นไว้ในแผ่นศิลารู้แจ้งชิ้นนี้?

‘เริ่มเลยก็แล้วกัน!’

คิดได้เช่นนั้น

ฉู่โม่วก็ยื่นมือไปสัมผัสเข้ากับผิวหน้าของแผ่นศิลารู้แจ้งใหม่อีกครั้ง

และในคราวนี้ เมื่อฝ่ามือของเขาสัมผัสเข้าไปกับมัน

แผ่นศิลาก็เปล่งแสงสว่างออกมา

คลื่นสั่นสะเทือนกระจายวงกว้างเหมือนโยนหินลงไปในน้ำ

วินาทีถัดมา

กลิ่นอายลึกลับที่โลกใบนี้ซ่อนเอาไว้ก็พวยพุ่งราวกับวิญญาณร้ายที่ได้รับอิสรภาพ หมอกควันปริศนาเหล่านี้ห่อหุ้มร่างของฉู่โม่วเอาไว้

ในชั่วพริบตา

เบื้องหน้าของฉู่โม่วก็ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีดอกไม้กำลังเบ่งบานอยู่

และเมื่อฉู่โม่วรู้ตัวอีกที โลกที่เขาอยู่นั้นก็กลายเป็นโลกที่ไม่คุ้นเคยไปเสียแล้ว

ทั่วทั้งโลกว่างเปล่าและมีเพียงแสงดาวระยิบระยับเหมือนอยู่ในอากาศ!

มิติมากมายนับไม่ถ้วนปรากฏให้เขาเห็นในห้วงจิต

เมื่อมองไปสุดลูกหูลูกตา เขาสามารถพบรอยแยกมิติปรากฏขึ้นตลอดทาง และสิ่งนี้ทำให้ภายในโลกที่เขาอยู่เต็มไปด้วยคลื่นแปรผันนับไม่ถ้วนอีกด้วย

กลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวแผ่กระจายไปทั่วทุกมุมของโลกใบนี้

ฟู่… ฟู่…

ฟู่… ฟู่…

น่าแปลกที่กลิ่นอายลึกลับภายในโลกแห่งห้วงมิตินี้กลับมีการสั่นสะเทือนคลายกับมันกำลังหายใจอยู่ แม้แต่ละมิติที่เห็นจะไม่ได้เชื่อมโยงต่อกัน แต่กลิ่นอายกลับมีจังหวะกระเพื่อมคลับคล้ายกันหมดเลย และมันทำให้ฉู่โม่วรู้สึกเหมือนโดนหายใจรดจากรอบทิศทางไปด้วย

เพียงไม่นาน

ภายหลังจากที่มองข้ามความรู้สึกนี้ได้ ฉู่โม่วก็ถูกกลืนหายไปกับคลื่นกระทบเหล่านี้ เขาพยายามอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะเข้าถึงอัตลักษณ์ที่แท้จริงของพลังแห่งห้วงมิติ

เวลาผ่านไปช้า ๆ

ความเข้าใจในพลังแห่งห้วงมิติของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอยู่ตลอด

สามวันให้หลัง

คลื่นประหลาดก็ปรากฏออกมาจากร่างของฉู่โม่ว เขาเริ่มจะสังเกตเห็นได้ว่าช่องว่างมิติรอบ ๆ ตัวเริ่มบิดเบี้ยวไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ขยับไปไหน แต่ด้วยการบิดเบี้ยวของมิติรอบตัวนี้ มันทำให้คนอื่นสามารถรับรู้ว่าเขาอยู่ห่างจากจุดนี้นับพันกิโลเมตรได้ง่าย ๆ เลย!

ไม่รู้ว่านานขนาดไหนกว่าความไม่เสถียรของมิติเหล่านี้จะค่อย ๆ จางและหายไปในที่สุด

“สมแล้วที่เป็นแผ่นศิลารู้แจ้ง…”

“ด้วยความรู้ที่อัดแน่นอยู่ในนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจลำแสงแห่งมิติลึกลับพวกนั้นแล้ว!”

ฉู่โม่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพูดพึมพำเบา ๆ

เฉกเช่นกระบี่ที่มีเจตจำนงของกระบี่ ห้วงมิติเองก็มีเจตจำนงเช่นกัน

พลังแห่งห้วงมิติ ภายหลังจากที่ได้ศึกษาโครงสร้างของมันแล้วจะทำให้ผู้เข้าใจสามารถเข้าถึงร่องรอยแก่นแท้แห่งมิติต่าง ๆ ได้ ซึ่งสิ่งนี้เองถูกเรียกว่า เจตจำนงแห่งห้วงมิติ

นอกจากจะมีชื่อเรียกเหมือนเจตจำนงแห่งกระบี่แล้ว เจตจำนงแห่งห้วงมิติก็มีลำดับขึ้นเหมือนเจตจำนงแห่งกระบี่ด้วย!

ไม่ว่าจะจำนวนขั้น การแบ่งปริมาณขั้น ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน

แต่ถึงตอนนี้ฉู่โม่วจะเข้าใจเจตจำนงแห่งห้วงมิติได้น้อยนิด หากข่าวเรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไปละก็ มันจะต้องทำให้ผู้คนอีกมากมายตกตะลึงกันแน่ ๆ!

เพราะ…

ไม่ว่าผู้ปลุกพลังคนนั้นจะเข้าใจถึงเจตจำนงแห่งห้วงมิติได้มากน้อยเพียงใด แต่นั่นก็หมายถึงเขาคนนั้นมีคุณสมบัติที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ได้!

“เหตุผลที่ทำให้ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งสามารถก้าวขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์และถูกโลกกับสวรรค์กล่าวขานชื่อ นั่นก็เพราะได้ครอบครองเจตจำนงของพลังจำพวกนี้ แม้จะเป็นเพียงน้อยนิดแต่โลกและสวรรค์ก็จะจดจำพวกเขาได้ เมื่อใดที่พลังกายแข็งแกร่งจนสามารถทลายขีดกำจัดร่างกายเพื่อไปยังขั้นถัดไปได้ เมื่อนั้นจะได้ขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์!”

“หากไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงของสิ่งใดได้เลย คนคนนั้นจะไม่สามารถเข้าสู่การเป็นราชันย์ยุทธ์ได้ตลอดช่วงชีวิตนี้!”

ตั้งแต่ที่โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไป ไม่รู้ว่ามีจ้าวยุทธ์กี่คนแล้วที่ยังคงอยู่ในขั้นจ้าวยุทธ์กันไปจนกระทั่งหมดอายุขัย และเหตุผลหลักมันก็แค่เพียง พวกเขาไม่เข้าใจถึงเจตจำนงของพลังที่ตนมีอยู่

และนี่

จึงเป็นสาเหตุว่าถ้าอยากเข้าถึงเจตจำนงของสิ่งใดก็ตาม ก็ควรจะมีพลังนั้น ๆ ในระดับที่สูงมาก ๆ เสียก่อน

ยิ่งความแข็งแกร่งของพลังพรสวรรค์นั้น ๆ สูง มันยิ่งมีโอกาสที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังสามารถเข้าถึงเจตจำนงของพรสวรรค์ได้

แม้ว่าพรสวรรค์ระดับต่ำจะมีโอกาสที่จะเข้าถึงเจตจำนงได้เช่นกัน แต่โอกาสนั้นถือว่าน้อยมาก หากไม่เผอิญได้รับการช่วยเหลือจากสิ่งอื่นที่สามารถมอบความเข้าใจในเจตจำนงได้ โอกาสนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเส้นด้ายบาง ๆ สักเท่าไร

นี่ยังไม่พูดถึง

คนที่พรสวรรค์ระดับต่ำ แล้วยังมีความเร็วในการพัฒนาพลังกายต่ำด้วยอีก ฉู่โม่วค่อนข้างกลัวที่จะบอกเลยว่า คนเหล่านั้นแทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าใจถึงเจตจำนงของสิ่งใดเลย

แต่…

ถึงผู้ปลุกพลังจะมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่ง นั่นก็แค่ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เขาคนนั้นเข้าถึงเจตจำนงแห่งพรสวรรค์ได้เฉย ๆ

ยังไงเสีย

การบรรลุซึ่งเจตจำนงก็ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ อยู่ดี!

ต่อให้เป็นจ้าวยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่น ๆ หากไม่สามารถทำความเข้าใจได้ เขาก็จะไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงแห่งพรสวรรค์ได้ตลอดชีวิต และจะยังคงเป็นได้เพียงจ้าวยุทธ์ตลอดไป ไม่สามารถหลุดพ้นได้

“ตอนนี้ฉันครอบครองเจตจำนงแห่งห้วงมิติแล้ว!”

‘ถ้าอิงจากความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นนี้… อาจจะต้องใช้ผลวิญญาณกระบี่อย่างน้อย ๆ สามสิบผลสำหรับเลื่อนระดับเลยนะ’

ใบหน้านิ่งเริ่มคิ้วขมวดขณะคิด

ภายหลังจากคิดเสร็จแล้ว เขาก็หยิบเอาขวดหยกที่บรรจุของเหลวแก่นแท้แห่งต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ที่ได้จากจ้าวยุทธ์คนสวยคนนั้นออกมา

“คงต้องลองเจ้านี่สักหน่อย… บางทีมันอาจจะให้ผลดีกว่าก็ได้”

ฉู่โม่วเปิดฝาขวดออก ทันใดนั้นกลิ่นของพลังอันบริสุทธิ์ก็หลั่งไหลออกมาปะทะหน้าเขา

ทวาราแห่งกระบี่ทุกแห่งบนร่างกายกำลังสั่นกระเพื่อม ราวกับว่าพวกมันกำลังต้องการบางสิ่งบางอย่าง

อึก

เขาดื่มของเหลวภายในขวดหยกลงไปจนหมดรวดเดียว มันทำให้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ติดอยู่ปลายลิ้น และด้วยความที่มันเป็นของเหลวที่กลั่นมาจากแก่นแท้ของต้นไผ่ ดังนั้นมันจึงออกผลเร็ว เพียงชั่วพริบตาทั่วทั้งร่างของฉู่โม่วก็ถูกคลื่นกระบี่ที่รุนแรงเข้ายึดครองเสียแล้ว

มันเหมือนพยายามจะฉีกร่างเขาออกเป็นชิ้น ๆ

ความรู้สึกจากทั่วร่างที่แล่นขึ้นมากำลังบอกเขาว่า สิ่งนี้กำลังหลอมรวมเข้ากับร่างกายอันเป็นผลมาจากการที่เซลล์เกิดการเผาผลาญอย่างรุนแรง

สิ่งนี้ทำให้ฉู่โม่วถึงกับผงะ

นี่มัน…

หรือว่าจะเป็น…

เขาผงะไปเช่นนี้อีกพักใหญ่ ๆ

จากนั้นก็เลือกที่จะรออย่างมีความหวัง

หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง

ผลข้างเคียงอันเกิดจากกระบวนการหลอมรวมของแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ก็หายไปจนหมด

ฉู่โม่วรีบตรวจสอบสถานะของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก

[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]

[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพัน]

[พรสวรรค์ : ธาตุไฟระดับ 5, ธาตุดินระดับ 5, วิชากระบี่ระดับสูงสุด, ธาตุลมระดับ 4, พลังแห่งห้วงมิติระดับ 4, ธาตุไม้ระดับ 4, ธาตุน้ำระดับ 4, ธาตุความมืดระดับ 4, ธาตุเหล็กระดับ 3]

เมื่อเห็นว่าวิชากระบี่ของเขาเพิ่มมาเป็นระดับสูงสุดแล้ว ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นไปกับมัน

ในที่สุด!

วิชากระบี่ของเขาก็เพิ่มระดับขึ้นแล้ว!

ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของวิชากระบี่ระดับสูงสุดจะไม่ได้ทำให้เขาสามารถทำให้โลกสั่นสะเทือนได้… แต่นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะมั่นใจว่าผลลัพธ์ของของเหลวแก่นแท้แห่งต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์นั้นแข็งแกร่งขนาดไหน!

อิงตามคำพูดของจ้าวยุทธ์สาวคนนั้น

ป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์นั้นยังมีของเหลวเช่นนี้อยู่อีกเยอะ หากกำจัดสัตว์อสูรที่คอยดูแลที่นั่นได้ เขาก็จะสามารถหาของเหลวแก่นแท้แบบนี้ได้อีกจำนวนมหาศาล!

บางทีมันอาจจะช่วยยกระดับวิชากระบี่ให้ขึ้นไปยังระดับสูงเลยก็ว่าได้! เผลอ ๆ อาจจะก้าวข้ามระดับสูงไปได้อีก!

และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

เขาจะสามารถฝึกฝนเจตจำนงแห่งกระบี่ให้เพิ่มมากขึ้น

ในท้ายที่สุดก็จะสามารถบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ 100%

แต่…

แม้เธอคนนั้นจะเป็นจ้าวยุทธ์แล้ว แต่ยังเกือบตายเพียงเพราะการโจมตีของสัตว์อสูรที่ปกป้องป่าไผ่นั่นอยู่เลย… บางทีคงจะต้องเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งสุด ๆ ไปเลยแน่ ๆ

หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ นั่นหมายถึงความแข็งแกร่งของฉู่โม่วในตอนนี้คงยังไม่พอ

ทว่าเมื่อคิดถึงเรื่องโอกาสที่อาจจะสามารถยกระดับวิชากระบี่ให้ขึ้นไปยังระดับสุดยอดได้ มันก็ทำให้ฉู่โม่วคิดว่าอยากจะลองกับความเสี่ยงนี้ดู!

ไหน ๆ ในตอนนี้เขาก็สามารถบรรลุเจตจำนงแห่งห้วงมิติได้เจ็ดจุดแล้ว พลังแห่งห้วงมิติของเขาน่าจะแข็งแกร่งขึ้นมากเลยทีเดียว

หากลองแล้วไม่ได้ผล เขาก็ยังสามารถหนีกลับมาได้

สรุปได้แบบนี้แล้ว ฉู่โม่วก็ตัดสินใจ

“ไปลองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์