เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 187

บทที่ 187 ราชันย์เทพยุทธ์ และกำหนดเส้นตายภายในสามเดือน!

“ในฐานจงไห่ จ้าวยุทธ์ไม่อาจนับเป็นอะไรได้เลย มีเพียงราชันย์ยุทธ์เท่านั้นที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!”

“และ…”

“ตามที่พี่ชายของฉันบอก ในฐานจงไห่นอกจากราชันย์ยุทธ์แล้ว ยังมีตัวตนระดับสูงที่เหนือกว่า พวกเขาถูกขนานนามว่า ราชันย์เทพยุทธ์!”

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘ราชันย์เทพยุทธ์’ เสียงของบรรพบุรุษตระกูลหมัวก็สั่นวูบไหว เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของเขาขึ้น ๆ ลง ๆ

ราชันย์เทพยุทธ์?

ฉู่โม่วสงสัย

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำนี้ และอดไม่ได้ที่จะสงสัยอยู่พักหนึ่ง ว่าผู้แข็งแกร่งแบบใดที่สามารถใช้ฉายา ‘ราชันย์เทพยุทธ์’?

“ถูกต้อง”

บรรพบุรุษตระกูลหมัวกล่าวว่า “ตามที่พี่ชายของฉันเล่าไว้ ในขอบเขตพลังขั้นนั้นนับได้ว่าเป็นความแข็งแกร่งที่บรรลุถึงจุดสูงสุดของโลกใบนี้แล้ว พวกเขาเจิดจ้าราวกับตะวันฉายและตั้งตระหง่านดั่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นนิรันดร์ ยืนอยู่ท่ามกลางนภาแห่งสวรรค์และโลก!”

“หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของสวรรค์และโลก เป็นเพราะการคงอยู่ของพวกเขา ทำให้สัตว์อสูรจำนวนมหาศาลไม่สามารถต่อกรกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ อีกทั้งยังช่วยเปิดดินแดนให้แก่เผ่าพันธุ์มนุษย์!”

“อาจกล่าวได้ว่าตัวตนของพวกเขาคือของขวัญล้ำค่าที่สุดแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา!”

ฟู่ว!

หลังจากฟังคำบอกเล่าของบรรพบุรุษตระกูลหมัว จิตใจของฉู่โม่ว ก็สั่นสะท้าน

แม้ว่าบรรพบุรุษตระกูลหมัวจะไม่ได้อธิบายถึงความแข็งแกร่งของราชันย์เทพยุทธ์ แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วน และเปิดพื้นที่ที่อยู่อาศัยสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็สามารถรู้ได้ว่าคนเหล่านั้นแข็งแกร่งเพียงใด!

‘ฉันเกรงว่า…’

‘ด้วยความโกรธของมหาอำนาจ ราชันย์เทพยุทธ์ตามคำเล่าขาน เกรงว่าโลกในบริเวณหลายแสนกิโลเมตรจะพังทลายลง?!’

ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น

ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะโหยหา …สุดยอดฐานจงไห่

ลองนึกถึงที่นี่

เขาเปิดปากและถามว่า “ถ้าอย่างนั้น บรรพบุรุษตระกูลหมัว คุณรู้ไหมว่าผมต้องทำยังไงหากอยากเข้าสู่ฐานจงไห่”

“การเข้าสู่ฐานจงไห่ไม่ใช่เรื่องยาก!”

บรรพบุรุษตระกูลหมัวกล่าวว่า “หากอยู่เพียงชั่วครู่ต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่านั้น สุดยอดฐานจงไห่จะไม่มีปัญหา! แต่ความยากลำบากคือการปักหลักและกลายเป็นผู้อาศัย!”

“เท่าที่ฉันรู้ มีเพียงสองทางเท่านั้นที่คนนอกจะกลายเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร!”

“หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนนอก แต่ง่ายมากสำหรับคุณ และนั่นคือการเกณฑ์กองกำลังหลัก!”

พูดถึงเรื่องนี้

บรรพบุรุษตระกูลหมัวมองไปที่ชายหนุ่มและพูดด้วยรอยยิ้ม “ตำหนักสุดขอบฟ้าที่พี่ชายของฉันอยู่เป็นกำลังสำคัญในฐานจงไห่ หากเต็มใจเข้าร่วมตำหนักสุดขอบฟ้า ฉันคิดว่าพวกเขาจะต้อนรับท่านอย่างแน่นอน!”

ได้ยินเช่นนั้น

ฉู่โม่วพลันยิ้มอย่างขมขื่น “บรรพบุรุษตระกูลหมัว คุณรู้จักผมดีนี่ ผมเคยเป็นอิสระมาก่อน และไม่ชอบการถูกควบคุม”

บรรพบุรุษตระกูลหมัวเข้าใจสิ่งนี้โดยธรรมชาติ ดังนั้นเขาจึงส่ายหัวและไม่เกลี้ยกล่อมอีกต่อไป เขาเปลี่ยนเรื่องและพูดต่อ “อย่างที่สองคือต้องมีศักยภาพ!”

“ศักยภาพ?” ฉู่โม่วขมวดคิ้วงงงวย

“ในฐานจงไห่ ศักยภาพที่อ้างถึงคือขีดจำกัดของการเติบโตในอนาคต จะต้องเป็นคนหนุ่มสาวที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปี และมีคุณสมบัติสูง อย่างน้อยต้องมีพรสวรรค์และร่างกายหนึ่งอย่างขึ้นไปถึงจุดสูงสุด!”

“ไม่ก็บรรลุขั้นจ้าวยุทธ์ก่อนอายุหกสิบ!”

“หากมีคุณสมบัติตรงตามสองข้อนี้จะได้รับใบรับรองถิ่นที่อยู่และบัตรประจำตัวซึ่งออกโดยฐานจงไห่!”

บรรพบุรุษตระกูลหมัวกล่าว

“ทำไมคุณสมบัติถึงสูงเช่นนี้?”

ฉู่โม่วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

หากปฏิบัติตามมาตรฐานนี้ เขาเกรงว่าจะมีคนไม่มากนักในฐานจงไห่ที่ได้รับใบรับรองถิ่นที่อยู่ถาวรทุกปี

“เหตุผลที่มันสูงมากเพราะใบรับรองถิ่นที่อยู่และบัตรประจำตัวประชาชนของสุดยอดฐานจงไห่มีค่ามากจนยากจะพรรณนาเลยละ!”

บรรพบุรุษตระกูลหมัวอธิบายว่า “ท่านไม่รู้หรอกคุณฉู่ ด้วยสองสิ่งนี้ ผู้ปลุกพลังสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำงาน และทำธุรกิจในฐานได้ หนำซ้ำยังได้เพลิดเพลินกับผลประโยชน์และความสะดวกสบายทั้งหมด!”

“ถ้าตาย ลูกหลานจะได้รับการดูแลอย่างดีจากฐาน ถ้ามีพรสวรรค์ คุณจะได้รับการฝึกเป็นผู้ปลุกพลัง และจะได้บรรจุในทีมรักษาความปลอดภัยของเมืองหรือกองทัพในอนาคต ดูสิมันเยี่ยมยอดเพียงใด!”

“สรุปแล้ว ผู้อยู่อาศัยที่มีใบรับรองถิ่นที่อยู่และบัตรประจำตัวประชาชนจะไม่ต้องกังวลเรื่องใด!”

“เพราะเหตุนี้ ทางฐานจึงเข้มงวดมากในการตรวจสอบการออกใบอนุญาตผู้พำนักถาวร!”

หลังจากได้ยินคำอธิบายนี้ ฉู่โม่วก็เข้าใจในที่สุด

สิ่งนี้เทียบได้กับความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตผู้พำนักชั่วคราวและผู้มีถิ่นที่อยู่ในท้องถิ่น

ฉู่โม่วคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบคอบในใจ

ตามที่บรรพบุรุษตระกูลหมัวกล่าว เขามีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์!

ตอนนี้ฉู่โม่วกลายเป็นจ้าวยุทธ์อย่างเป็นทางการแล้ว และอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีด้วย!

สำหรับเฉินซีเวย แม้ว่าเธอจะยังไม่ถึงระดับนี้ แต่เธอก็อายุเท่ากับฉู่โม่วแล้ว

และหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจีก็เป็นไปตามมาตรฐานอย่างแน่นอน

ซึ่งหมายความว่าพวกเขาทั้งหมดสามารถเข้าสู่ฐานจงไห่ได้!

เมื่อฉู่โม่วคิดเช่นนี้ บรรพบุรุษตระกูลหมัวก็หยิบหนังสือหยกออกมาจากถุงเก็บของ และส่งให้ฉู่โม่ว

“บรรพบุรุษตระกูลหมัว นี่คือ?”

ชายหนุ่มรู้สึกงงงวยเล็กน้อย

“นี่คือสิ่งที่พี่ชายของฉันฝากไว้ให้ มันคือแผนที่เส้นทางโดยละเอียดจากฐานจินหลิงไปยังฐานจงไห่!”

เขาพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า “แม้ว่าท่านจะปฏิเสธคำขอร้องของพี่ชายในตอนแรก แต่เขาก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่าฮีโร่หนุ่มอย่างท่านมีอนาคตไร้ขีดจำกัด และคงไม่อาจอยู่ที่ฐานจินหลิงไปได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเมื่อเขาจากไปจึงวาดแผนที่นี้ด้วยตัวเองและให้ฉันมอบให้เมื่อคุณฉู่ต้องการ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะหายใจเข้าลึก ๆ

เพื่อขอบคุณราชันย์ยุทธ์หมิงกวงที่มอบของขวัญมากมายแก่เขา ซึ่งประกอบด้วยกระบวนท่าระดับทองและแก่นแท้เลือดอสูรระดับ 7 บวกกับหินปฐมกาลมูลค่าหลายล้านก้อน ในเวลานั้นฉู่โม่วรู้สึกประหลาดใจมาก

แต่ไม่เคยคิดเลยว่าราชันย์ยุทธ์หมิงกวงจะทำเช่นนี้ได้!

เมื่อบรรพบุรุษตระกูลหมัวตกใจและถอนหายใจ ฉู่โม่วก็กลับไปที่คฤหาสน์แล้ว

ในร่มที่เงียบสงบ

ฉู่โม่วหยิบหนังสือหยกที่ราชันย์ยุทธ์หมิงกวงทิ้งไว้ ทะลวงเข้าไปด้วยพลังวิญญาณ และเห็นแผนที่ภูมิประเทศขนาดใหญ่ทันที

ประกอบด้วยเส้นทางโดยละเอียดจากฐานจินหลิงไปยังสุดยอดฐานจงไห่ และตรงกลางของเส้นทางนี้ ตำแหน่งกับชื่อของฐานขนาดเล็กและขนาดกลางหลายสิบแห่งจะถูกระบุแยกกัน

แม้แต่สถานที่ชุมนุมของสัตว์ร้ายที่ทรงพลังก็มีรายละเอียดครบถ้วน!

และนอกเหนือจากนั้น

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของฉู่โม่วมากยิ่งขึ้นก็คือระยะทางนี้ยาวถึงแปดแสนกิโลเมตร!

‘ด้วยระยะทางที่ยาวไกลและพื้นที่อันตรายมากมายที่ต้องข้ามระหว่างทาง ฉันเกรงว่าแม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งก็ยังมีความเสี่ยง!’

‘มันดูเหมือน…’

‘ถ้าฉันต้องการผ่าน ฉันยังต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงขึ้นอีก เพื่อที่ฉันจะได้สามารถไปถึงได้!’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะมากพอที่จะเทียบราชันย์ยุทธ์ได้ แต่คราวนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว และต้องพาพี่สาวน้องสาวอย่าง เฉินซีเวยและโย่วเวยไปด้วย

หากพบกับศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาสามารถเทเลพอร์ตออกไปได้ด้วยพรสวรรค์ห้วงมิติ แต่เฉินซีเวยกับทั้งสามไม่สามารถหนีไปได้

ดังนั้น

ฉู่โม่วจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว!

‘ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน หากฉันต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งในช่วงเวลาสั้น ๆ ฉันสามารถพึ่งพากระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนและคัมภีร์มังกรคชสารอมตะเท่านั้น!’

‘สามเดือน!’

‘พยายามพัฒนากระบวนท่าทั้งสองให้แข็งแกร่งภายในสามเดือน!’

‘นอกจากนี้…’

‘ต้องออกค้นหาผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราให้เจอ หากพบมันแล้วละก็จะสามารถสร้างอาวุธพลังจิตได้ และไม่มีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัว!’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

จากนั้น

ทุก ๆ วันเขาฝึกฝนสองท่านี้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีโดยหวังว่าจะพัฒนามันได้!

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

BTKNRC4L

เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook

ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)

ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม

ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์