บทที่ 194 ลำดับกำลังภายในฐาน และพักอาศัยอยู่ในย่านรุ่งอรุณ!
ในส่วนสุดท้ายของเอกสารก็มีรายละเอียดของกองกำลังหลักต่าง ๆ ของสุดยอดฐานจงไห่บันทึกเอาไว้ด้วย
สิ่งที่เตะตาเป็นอย่างแรกก็คือวิหารราชันย์เทพยุทธ์
วิหารราชันย์เทพยุทธ์!
…เป็นฝ่ายกลางที่ถูกก่อตั้งโดยเสาหลักผู้เป็นราชันย์เทพยุทธ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์
ตั้งแต่ที่โลกนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหนักหน่วง กองกำลังนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเป็นฝ่ายแรก โดยเหล่าผู้ปลุกพลังระดับสูงกลายมาเป็นกองกำลังที่ทรงพลังอันดับหนึ่งแห่งมวลมนุษยชาติ ว่ากันว่าทั้งสิบสุดยอดฐานล้วนแต่มีวิหารราชันย์เทพยุทธ์กระจายกันอยู่ทุกฐาน
ภายในฐานจงไห่นี้ยังเป็นเพียงสาขาย่อยเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงพลังของกองกำลังนี้ว่ายิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน!
วิหารราชันย์เทพยุทธ์ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เพื่อเฟ้นหามนุษย์ที่มีความสามารถสูง ผู้ปลุกพลังที่เก่งกล้า รวมถึงผู้ที่เก่งเกินกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั่วไป ตราบใดก็ตามที่หอคอยแห่งนี้จดจำชื่อคนคนนั้นไว้ พวกเขาจะถูกราชันย์เทพยุทธ์เชิญให้เข้ารับการฝึกภายใต้การดูแลของเขา
หรือถ้า…
คนผู้นั้นมีความสามารถเก่งกล้ามากสามารถผ่านทั้งสิบแปดชั้นของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เขาจะถูกขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้ใครเทียบ และราชันย์เทพยุทธ์จะเป็นฝ่ายมารับด้วยตนเองพร้อมกับยินยอมที่จะรับเป็นลูกศิษย์
พูดกันตามตรง
ภายในสุดยอดฐานจงไห่ ราชันย์เทพยุทธ์ไม่เพียงแต่ทรงพลังที่สุด แต่ยังถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของเหล่าผู้ปลุกพลังภายในนี้ด้วย
ผู้ปลุกพลังมากมายได้เข้าร่วมทดสอบในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ นั่นเพราะต้องการที่จะไขว่คว้าอนาคตอันรุ่งโรจน์มาให้ได้
ลำดับที่สอง
สำนักเพลิงพิภพ!
กองกำลังนี้ค่อนข้างจะลึกลับ และเหล่าสมาชิกหลักที่อยู่ภายในสำนักนี้ล้วนแต่แข็งแกร่งกันทุกคน ทว่าเพราะพวกเขาเหล่านี้รักสันโดษ เลยทำให้ไม่เป็นที่รู้จักจากสายตาคนทั่วไป
เว่ยเจียงคาดเดาไว้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่สมาชิกในสำนักนี้จะสืบเชื้อสายมาจากเหล่ามนุษย์ถ้ำ
เพียงเพราะว่าสถานะของคนเหล่านี้ไม่โดดเด่นภายในฐาน แต่นั่นอาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดเดาไว้เสมอไป
ลำดับที่ 3 สมาพันธ์เสรี
สมาพันธ์เสรีนี้ ไม่ใช่สำนักหรือกองกำลังแต่อย่างใด แต่เป็นกลุ่มสมาคมคบค้าที่สร้างขึ้นโดยเหล่าผู้ปลุกพลังมากมายที่ไม่ได้ฝักไฝ่ฝ่ายใด
การรวมตัวกันแต่ละครั้งของสมาชิกในสมาพันธ์นี้ ส่วนมากจะเน้นไปทางการคบค้าเสรีที่ใครอยากได้อะไรก็มาแลกเปลี่ยนกันไป เพียงแต่ต้องรับราคากันให้ได้เท่านั้น
ลำดับที่ 4 ตำหนักมหาวรยุทธ์
เป็นกองกำลังที่ถูกสร้างขึ้นโดยราชันย์เทพยุทธ์ ถือเป็นกองกำลังที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงร้อยปีก็สามารถขยับขึ้นเป็นกองกำลังหลักของสุดยอดฐานจงไห่ได้ มีเสาหลักมากมายอยู่ในกองกำลังนี้ รวมถึงผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งและชื่อดังจำนวนมากก็อยู่ในฝ่ายนี้ด้วยเช่นกัน
สิ่งที่ควรจับตามอง…
คือผู้ก่อตั้งตำหนักมหาวรยุทธ์ เขาเป็นราชันย์เทพยุทธ์ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ของสกุลเจียง
“หรือว่าราชันย์เทพยุทธ์แห่งสกุลเจียงที่เป็นผู้ก่อตั้งนั่นจะเป็นพ่อของเจียงเย่วเหยา?”
“ถ้าสมมุติว่าพ่อของเธอเป็นราชันย์เทพยุทธ์จริง ๆ ละก็ มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากสถานะภายในฐานจะสูงส่งขนาดนี้”
ฉู่โม่วเดาะลิ้นเบา ๆ
กวาดตามองลงมาเรื่อย ๆ นอกจากสี่ลำดับแรกแล้ว กองกำลังอื่นก็ไม่มีอะไรมากนัก
มันมีทั้งหมดราว ๆ แปดลำดับเท่านั้น
แต่ท่ามกลางลำดับที่เหลือ ชื่อของตำหนักสุดขอบฟ้าแอบสะดุดตาเล็กน้อย
…
ภายหลังจากที่ได้ดูรอบ ๆ โดยคร่าวแล้ว ฉู่โม่วเริ่มที่จะเข้าใจถึงตัวสุดยอดฐานจงไห่นี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
‘ดูเหมือนวิทยาการการฝึกยุทธ์ของที่นี่จะเจริญกว่าที่คิดไว้ซะอีก ดูแล้วการแข่งขันน่าจะสูงกว่าภายในฐานจินหลิงด้วยนะเนี่ย’
‘แต่ถ้ายึดเอาตามนี้…’
‘ก็หมายความว่ามีโอกาสมากมายอยู่ที่นี่ด้วย!’
‘ที่นี่ถือเป็นเวทีที่แท้จริงของเหล่าผู้ปลุกพลัง!’
คิดได้เช่นนั้น
แววตาของฉู่โม่วก็แสดงความเฉียบคมออกมา
…
วันที่สอง
ทันทีที่ชายหนุ่มออกจากการฝึกฝน เขารู้สึกได้ว่าบัตรประจำตัวในรูปแบบกำไลข้อมือที่สวมอยู่สั่นเบา ๆ เมื่อเปิดดูก็พบว่าของรางวัลที่ต้องได้รับถูกส่งมาอยู่ภายใต้การดูแลของเขาเป็นที่เรียบร้อย ทุกสิ่งอย่างตามที่ได้บอกไว้ตั้งแต่แรก!
“นึกว่าจะต้องรอนานถึงสามวันจริง ๆ ซะอีก เร็วเกินคาดเหมือนกันแฮะ”
ฉู่โม่วยิ้มน้อย ๆ
จากนั้นก็มองไปตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในบัตรประจำตัว ซึ่งบริเวณนั้นเป็นตำแหน่งใจกลางส่วนลึกสุดของฐานจริง ๆ มันเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ชื่อว่า ‘รุ่งอรุณ’
อาคารหลังที่ 0264!
เมื่อมองเส้นทางการเดินทาง ระยะทางระหว่างจุดที่อยู่ปัจจุบันไปจนถึงย่านที่อยู่อาศัยรุ่งอรุณค่อนข้างไกลพอสมควร
กฏหมายของสุดยอดฐานแข็งแกร่งพอตัว พวกเขากำหนดไว้ให้แค่ผู้ที่แข็งแกร่งขั้นราชันย์ยุทธ์เท่านั้นถึงจะสามารถบินได้ ถึงแม้ว่าฉู่โม่วจะเป็นราชันย์ยุทธ์แล้ว แต่ขั้นที่แสดงออกมาเป็นเพียงจ้าวยุทธ์เท่านั้น
หากโดนจับได้ระหว่างบินละก็ได้เกิดปัญหาอีกมากแน่ ๆ
เพราะงั้นแล้วจึงกดเลื่อนตามกำไลข้อมือเพื่อเรียกใช้บริการรถบินที่ขับเคลื่อนด้วยอณูแห่งชีวิตมาใช้งานแทน
หลังจากนั้น ฉู่โม่วก็ไปทักทายเฉินซีเวยกับหลี่โย่วเวยโดยบอกให้พวกเธอลงมาด้านล่าง เพื่อให้เตรียมพร้อมสำหรับย้ายไปยังคฤหาสน์หลังใหม่ด้วยกัน
เพียงแค่พวกเขาลงมาที่บริเวณใกล้เคียง
รถบินได้ด้วยอณูแห่งชีวิตที่ฉู่โม่วเรียกไว้ก็เข้ามาจอดเทียบข้างถนน
“จะไปไหนกัน?”
คนขับรถบินได้คันนี้เป็นเพียงคนธรรมดา เขาแต่งกายในชุดมาตรฐานและถามด้วยน้ำเสียงทั่วไป
คำพูดที่เอ่ยถามไม่ได้แสดงความเคารพฉู่โม่วสักเท่าไร
ดูเหมือนว่าภายในสุดยอดฐานจงไห่ ผู้ปลุกพลังขั้นจ้าวยุทธ์จะไม่ใช่ผู้ที่มีสถานะสูงอะไรขนาดนั้น
“ย่านที่อยู่อาศัยรุ่งอรุณ”
ฉู่โม่วตอบ
“ย่านรุ่งอรุณ!?”
คนขับรถผู้ไม่แยแสในตอนแรกถึงกับสะดุ้ง เขาหันกลับไปมองฉู่โม่วด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด และร่างเกร็งขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจเช่นเดียวกับเสียงที่ตะกุกตะกักขณะถามเพิ่ม “นะ นะ นายไม่ใช่… ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ย่านนั้นใช่ไหม?”
ย่านที่อยู่อาศัยรุ่งอรุณ ถึงแม้ชื่อจะดูทั่วไป แต่เป็นสถานทีที่รู้จักกันดีทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้
เพราะมันเป็นสถานที่พิเศษที่รองรับคฤหาสน์หลายหลังที่ฐานจัดไว้ให้สำหรับผู้ปลุกพลังที่มีความสามารถแก่กล้า!
ผู้ที่จะอยู่ที่นี่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีโอกาสจะได้ขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์ ผู้ที่บุกเบิกแผ่นดินใหม่ให้มวลมนุษยชาติ ผู้ที่ยอมเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อแลกมาด้วยผลประโยชน์ส่วนรวม ผู้ที่จะนำพาอนาคตอันสุกสกาวมาให้มนุษย์ หรือไม่ก็ผู้ที่เป็นราชันย์ยุทธ์และมีโอกาสจะได้ก้าวเป็นราชันย์เทพยุทธ์ในวันข้างหน้า
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมย่านที่อยู่อาศัยนี้ถึงถูกเรียกว่า …ย่านรุ่งอรุณ
และเพราะแบบนี้
ชายหนุ่มตอบ
“เป็นแบบนี้นี่เอง แต่การจะลงทะเบียนชื่อ คุณต้องผ่านการตรวจสอบทีละขั้นตอนก่อน เพราะงั้นโปรดมากับผมด้วยครับ”
ราชันย์ยุทธ์ผู้สุขุมแสดงแววตาสนใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะนำฉู่โม่วไปตรวจสอบทีละขั้นตอบตามที่พูดไว้
การตรวจสอบบัตรประจำตัวและตรวจสอบความถูกต้องต่าง ๆ
ไม่นานนัก
กระบวนการตรวจสอบเหล่านี้ก็เสร็จสิ้น
ตัวตนของฉู่โม่วถูกตรวจสอบเรียบร้อย
ในตอนนั้น ราชันย์ยุทธ์คนเดิมหันมาพูดด้วยรอยยิ้ม “ยินดีด้วยครับ กระบวนการตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถผูกตัวเองกับคนใกล้ชิดไว้กับการอนุญาตเข้าพื้นที่นี้ได้เลย เพื่อที่ในครั้งหน้าคุณและญาติมิตรจะได้เข้าออกย่านรุ่งอรุณได้อย่างอิสระ!”
ได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็หันไปเรียกเฉินซีเวยกับหลี่โย่วเวยให้มาผูกรวมใบอนุญาตเข้าออกพื้นที่ พักหนึ่งกระบวนการอนุญาตให้เข้าพื้นที่ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
“คฤหาสน์ของท่านคือหลังที่ 0264 เดี๋ยวผมจะพาไปเองครับ”
ราชันย์ยุทธ์พูดด้วยสีหน้ารื่นเริง
“ขอรบกวนด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มตอบรับด้วยความสุภาพ
ระหว่างทางเดิน
ราชันย์ยุทธ์ที่นำทางไปคอยอธิบายถึงกฏต่าง ๆ ภายในย่านรุ่งอรุณให้ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ ฟังไว้ด้วย
“คฤหาสน์ทุกหลังจะมีค่ายกลสำหรับป้องกันอยู่น่ะครับ ทำให้ผู้ปลุกพลังที่อยู่ภายในย่านนี้ไม่สามารถเดินทางไปยังบริเวณอื่นได้โดยไม่ผ่านทางถนนหลัก หรือเขตทางเดินที่ไม่ใช่ของคฤหาสน์ตนเอง หากฝืนฝ่าเข้าไป เขาจะถูกค่ายกลของคฤหาสน์หลังที่โดนบุกรุกโจมตีอย่างรุนแรง เพราะงั้นระวังพฤติกรรมที่เข้าข่ายการสอดแนมหรือบุกรุกเขตแดนคนอื่นโดยไม่ตั้งใจไว้ด้วยนะครับ”
“นอกจากเรื่องนี้แล้ว กฏข้ออื่นก็ไม่มีอะไรมากครับ ผู้ปลุกพลังที่อยู่ภายในย่านที่อยู่อาศัยนี้ล้วนแต่เป็นเหล่าผู้มีพรสวรรค์คล้ายกับคุณอยู่แล้ว พวกเขาส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับการฝึกฝนหรือไม่ก็ออกไปปราบสัตว์อสูรกันเสียมากกว่า มีน้อยครั้งมากที่จะกลับมา”
“อ้อ บางครั้งผู้ปลุกพลังในย่านนี้จะจัดงานประมูลส่วนตัวหรือไม่ก็ตลาดเล็ก ๆ กันด้วยครับ มีเพียงผู้ปลุกพลังที่อยู่อาศัยในย่านรุ่งอรุณเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้ ถ้าหากคุณฉู่ต้องการเข้าร่วมสามารถติดตามด้วยตนเองได้ หรือไม่ก็เพิ่มผมเป็นเพื่อนเอาไว้ เมื่อไรที่มีการจัดตลาดหรือการประมูลขึ้น ผมจะติดต่อไปอีกทีหนึ่ง”
พูดเช่นนั้นแล้วเขาก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม “ผมเป็นรองหัวหน้าทีมลาดตระเวนของย่านรุ่งอรุณครับ และเป็นสวัสดิการให้กับเหล่าผู้ปลุกพลังผู้มีพรสวรรค์ด้วย ดังนั้นแล้วถ้าหากมีสิ่งใดที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในการดำรงชีวิต หรือการฝึกฝน คุณสามารถติดต่อมาได้ตลอดเวลาเลย แล้วผมจะช่วยหาสิ่งนั้นมาให้เร็วที่สุดครับ”
ฟังดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็เข้าใจได้ทันทีว่าคนคนนี้มีตำแหน่งเทียบเท่ากับหัวหน้าหมู่บ้านที่คอยดูแลลูกบ้าน
ฐานส่งคนที่ดำรงตำแหน่งนี้มาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปลุกพลังที่เก่งกล้าทั้งหลายเพื่อจะได้ฝึกฝนกันได้อย่างสมบูรณ์
หากจะพูดให้ง่ายขึ้น
ราชันย์ยุทธ์ผู้นี้สามารถช่วยฉู่โม่วหาวัตถุดิบบางอย่างที่หาได้ยากในเวลาอันสั้นมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยตัวของเขาเองหรือด้วยโครงข่ายที่เขาสามารถเข้าถึงได้ก็ตาม
นับว่าเป็นการบริการที่ดีจริง ๆ
ดังนั้นแล้ว
ฉู่โม่วจึงรีบขอบคุณคนคนนี้แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนไปในขณะเดียวกัน
พูดไปเดินไป เพียงไม่นานก็มาถึงคฤหาสน์เลขที่ 0264 เป็นที่เรียบร้อย
ราชันย์ยุทธ์ผู้นี้ชื่อหยางเซียว เขากล่าวย้ำเรื่องกฏที่ต้องระวังอีกครั้งก่อนจะจากไป
คฤหาสน์ตรงหน้าหลังใหญ่โตมโหฬารมาก
ชายหนุ่มเข้าไปเดินสำรวจภายในแล้วก็พบทั้งค่ายกลคุ้มกันที่แข็งแกร่งมากกับสิ่งอำนวจความสะดวกสำหรับฝึกฝนเองก็ครบครันมากด้วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดระดับพลังระดับสุดยอด หรือสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจไปด้วย
หลังจากนั้น ทั้งสี่กระจายกันไปเลือกห้องของพวกตนกันตามอัธยาศัย ก่อนจะออกไปซื้อของใช้ในครัวเรือนเพิ่มอีกนิดหน่อยกับเฉินซีเวย
เมื่อทำเสร็จแล้ว
พวกเขาทั้งหมดก็ถือว่าได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในสุดยอดฐานจงไห่นี้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์